A part of me

posted on 02 Feb 2008 10:38 by accelerando  in Writing

วันนี้ เราอายุ 18 แล้ววว~~~!! >w<
ซื้อเหล้าไปเซ่นคุณบอสได้อย่างถูกกฎหมายแล้วสินะ - -+
ใบขับขี่รถยนต์ก็ทำได้แล้ว แต่ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยแตะพวงมาลัยรถสักครั้ง ปิดเทอมเมื่อไหร่จะไปหัดขับรถล่ะ โอ๊ส!
อีก 2 วันก็เบิร์ธเดย์ดีโน รูปเริปยังไม่ได้วาดให้เลย รอดูสถานการณ์ก่อน ถ้างานเยอะจัดอาจงดอีก - -"

วันเกิดเราก็ต้องทำอะไรให้คนอื่นมีความสุขบ้าง เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ เป็นพี่ที่ดีของน้อง ๆ แล้วก็เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนที่โรงเรียนและชาวบอร์ดรีบอร์น...

ดังนั้น ฟิคนี้สมนาคุณผู้อ่านทุกท่าน! 2 เรื่องรวด ฉลองวาเลนไทน์ล่วงหน้าไปในตัว กระสุนนัดเดียวได้นกเพียบ ฮ่า ๆ


เพลงประกอบฟิคเด้อ ขอ Auto มันอาจเป็นเพลงไทยเพลงแรกและเพลงเดียวที่เอามายำเป็นฟิควาเรีย

เรื่องแรกพระเอกเป็นเบลนะจ๊ะ

แปะฉลากยา
Katekyo Hitman Reborn! Fanfiction
Valentine’s Day Fiction
Title : A part of me (Belphegor’s Part)
Main Character : Belphegor
Rate : G
Warning : เบลอาจจะไม่จิตถูกใจ ขออภัยมา ณ ที่นี้

 

Could it be a dream or something fated.
That brings you here and makes you mine?

 

“สุขสันวันวาเลนไทน์จ้า~~~!!!”

เสียงแปร๋นของลุซซูเรียดังลอดเข้ามาในห้องส่วนตัวของเด็กหนุ่มผมสั้นสีทอง  เขาเงยหน้าขึ้นมา วางมีดโลหะที่ถืออยู่ไปรวมกับมีดเล่มอื่น ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะไม้หรูหรา

...สุขสันต์อะไรนะเมื่อกี้


เบลเฟกอร์เอนเก้าอี้ไปข้างหลังพอให้ไม่ให้หงายล้ม เงี่ยหูฟังเสียงนั้น แต่ก็ได้ยินไม่ถนัด นอกจากนั้นยังมีเสียงคนอื่น ๆ ในกลุ่มดังตามมาด้วย ที่มาของเสียงคงมาจากห้องนั่งเล่นชั้นล่าง

เขาออกจากห้องเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยความสงสัย


“ทำอะไรกันอยู่เหรอ ขอเจ้าชายแจมด้วยคนซี...”  เบลโผล่หัวผ่านประตูห้องนั่งเล่นที่เปิดเอาไว้
ที่โต๊ะเตี้ยมีกล่องกระดาษ จาน และช้อนคันเล็ก ๆ วางอยู่  คนอื่นก็มะรุมมะตุ้มอยู่ที่กล่องใบนั้น

“อุ๊ย! เบลมาพอดี”  ก่อนที่เขาจะทันมองชัด ๆ ชายหนุ่มแว่นกันแดดก็กวักมือ  “มากินเค้กด้วยกันสิ วันนี้เจ๊เลี้ยงเอง ฉลองวันวาเลนไทน์”
“เหรอ...ไหน ๆ”  หลังจากเลวีกับมามอนเดินออกไป เบลก็เข้าไปที่โต๊ะเตี้ยและมองกล่องที่ว่า

เค้กนั้นเป็นเค้กช็อคโกแล็ตสีน้ำตาลเข้มไม่มีหน้า เป็นแบบที่เนื้อแป้งไม่ฟู แต่ดูชุ่มฉ่ำน่ากินมาก ๆ โดยตอนนี้ก็เหลืออยู่ในกล่อง 3-4 ชิ้น

“โอ้โห...!”  เจ้าชายผมทองอุทาน  “น่าอร่อยจัง ขอ 2 ชิ้นนะ”

...เอ๋ เมื่อกี้เจ้าชายพูดว่าอะไรนะ

...ทำไมต้อง 2 ชิ้นล่ะ

ระหว่างที่เขากำลังงงตัวเองอยู่นั้น ลุซซูเรียก็ยื่นจานที่มีเค้กวางอยู่ 2 ชิ้นให้

“หิวหรือจ๊ะ งั้นไม่ต้องเกรงใจ ซัดได้ตามสบาย”


เบลรับจานนั้นมา แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้นวมมุมห้อง ค่อย ๆ ละเลียดกินเค้กสีน้ำตาล

...ไม่ได้นึกถึงตั้งนาน แล้วนี่เนอะ


...วันที่เขามีกัน 2 คน

...ทำอะไรก็ทำด้วยกัน ทำอะไรก็ทำเหมือน ๆ กัน

...มีของใช้หน้าตาเหมือนกันเป็นคู่ รองเท้า 2 คู่ เสื้อผ้าที่เหมือนกัน 2 ชุด


“ของหวานวันนี้เป็นเค้กนะคะ”
“โห! น่ากินจัง”
“นี่ ๆ ฉันกินด้วย ใส่จานเดียวนั่นแหละ”
“ขอเค้ก 2 ชิ้นนะ!”
...


...กินเค้ก 2 ชิ้นจากจานเดียวกัน

 

เด็กหนุ่มวางช้อนเมื่อเค้กหมดไป 1 ชิ้น

เมื่อรู้สึกตัวอีกที ก็เหลือเพียงชายหนุ่มผมยาวสีเงินนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้อง


“สควอลโล...”  เบลยกจานย้ายมานั่งที่โซฟาด้านหน้าฝ่ายตรงข้าม
บนโต๊ะมีเค้กช็อคโกแล็ตอยู่ 1 ชิ้น

“มีอะไร”  ฝ่ายนั้นเลื่อนหนังสือพิมพ์ลง
“...ไม่กินเค้กเหรอ”

“...ฉันกินไปแล้ว กะกินต่ออีกชิ้น”

...เก็บไว้ให้บอสแหง ๆ จานสะอาดไม่มีร่องรอยการกินสักนิดนี่


“สมมติว่าบอสไม่อยู่ สควอลโลจะทำยังไงเหรอ...”  เบลถามขึ้น

“หา...อะไรนะ”  ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“ก็ถ้าบอสไม่อยู่อ้ะ สควอลโลจะทำยังไง”  เด็กหนุ่มย้ำอีกครั้ง

“หมายความว่าไงฟะเนี่ย...วันนี้นายเป็นอะไรไปรึ เมาช็อคโกแล็ตเรอะไง”
“ตอบมาเหอะน่า”

“ก็ได้ ๆ ...ก็ถ้าบอสไปไหน ฉันก็จะไปด้วย”

...เหมือนจะเข้าใจไปคนละความหมายไปหน่อย แต่ก็คงใกล้เคียง


“สควอลโลชอบอยู่คนเดียวไหม...”  เจ้าชายถามต่อ

“...ก็แล้วแต่”  สีหน้าของคู่สนทนาบอกว่ากำลังสงสัยว่าทำไมวันนี้เบลถามอะไรพิลึก ๆ

“ถ้าต้องอยู่คนเดียว สควอลโลจะทำอะไรอะ”

“...คงต้องไปรับงานมาทำแก้เซ็งมั้ง”

“ทำไมอะ”
“เรื่องของฉัน ไม่ต้องยุ่ง”  สควอลโลทำท่าเหมือนเริ่มรำคาญ  “วันนี้นายเป็นอะไรเนี่ย ถามเป็นไอ้หนูจำไมอยู่ได้”


“...ทำงานก็จะได้เจอบอสสินะ”


เบลลุกขึ้นและสาวเท้าเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น

...สควอลโลไม่ได้อยู่คนเดียว ไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย
เขากลับขึ้นมาบนห้องส่วนตัวอีกครั้ง หย่อนตัวลงที่เตียงหนานุ่มและเอาเค้กวางไว้ข้าง ๆ

...ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ตอนนั้นนึกว่าแมลงสาบไปซะได้


...แต่เจ้าชายไม่ชอบความเหงา

...ออกไปเฉือนคนเล่นไม่ได้เจอคนที่อยากเจอนี่นา


...มันไม่หายเหงาสักหน่อย

 

เบลเดินไปที่ตู้เก็บของ แล้วดึงกระจกบานใหญ่ออกมา เอามาตั้งที่หัวเตียง
กระจกสะท้อนเงาของเด็กหนุ่มเส้นผมสีทอง มงกุฎบนศีรษะสะท้อนแสงไฟจากโคมระย้าเป็นประกาย

“ชิ ๆ ...”  เขามองตัวเองในกระจก ฉีกยิ้มพร้อมกับหัวเราะออกมา

เขาเขยิบเข้าไปใกล้กระจกบานนั้น ค่อย ๆ เอามือทาบอย่างเบามือ


“วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ล่ะ”
“แล้วทำไมเหรอ”
“เราก็ต้องบอกรักคนที่เรารัก ทำอะไรเพื่อคนที่เรารักเป็นพิเศษไง”
“อ๋อ...”
“ฉันรักนายที่สุดเลยล่ะ”
“ฉันก็รักพี่เหมือนกัน”
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม”
“อื้ม...”
“เราจะไม่ทิ้งกันด้วย”
“อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย”
...


“กินเค้กนะ พี่ชาย...”

เด็กหนุ่มหยิบจานเค้กมาตักกินอีกครั้งพร้อมกับทอดสายตาไปที่กระจกตรงหน้า

...เจ้าชายเป็นส่วนหนึ่งของพี่ พี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเจ้าชาย

...เจ้าชายจะไม่ทิ้งพี่ไปไหนหรอก


...อยู่กับพี่ชาย ตลอดไป

 

You are just like a part of me.
A part of my dream
We will be together indefinitely long.
You are a part of my life.
There is no way that I can leave you behind.
And there will never be a day when we would be separated.

 

Fin
__________


เรื่องที่ 2 ถึงคราวสควอลโล จริง ๆ แล้วเรื่องนี้คิดได้ทีหลังเรื่องเบล แบบว่าวาเลนไทน์ทั้งทีแต่ไม่มี XS มันก็เซ็งสิเนอะ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ยาวกว่าของเบลซะงั้น

แปะฉลากยาอีกที
Katekyo Hitman Reborn! Fanfiction
Valentine’s Day Fiction
Title : A part of me (Squalo’s Part)
Main Character : Xanxus, Squalo
Rate : G
Warning : ฉลามเรียบร้อย บอสน่ารัก สรุป...คาร์แรคเตอร์เพี้ยนกระจุย โปรดทำใจก่อนอ่าน

 

Come what may in the days ahead.
Be it good or bad, there won't be any hesitation.

 

“สุขสันวันวาเลนไทน์จ้า~~~!!!”

ลุซซูเรียเปิดประตูพรวดเข้ามาในห้องนั่งเล่น ในมือถือถุงพลาสติกที่ใส่อะไรบางอย่างมาด้วย

...หนวกหูแต่เช้าเลยหมอนี่


ชายหนุ่มผมยาวสลวยที่นั่งอยู่ที่โซฟาไม่ตอบ เพียงส่งสายตาเคือง ๆ เหมือนถามว่า มีอะไรนักหนากับอีแค่วันที่ 14 กุมภาพันธ์

“แล้วไง”  มามอนที่นั่งอยู่ที่โซฟาอีกฝั่งพูดขึ้น  “วันนี้เป็นวันที่พวกร้านขายขนมกับร้านขายดอกไม้ทำยอดขายทะลุเป้าไม่ใช่เรอะ ทำไมจะต้องมาสุขสงสุขสันต์กันด้วย”
“แหม...มามอนนี่ล่ะก็ โอกาสพิเศษแบบนี้นาน ๆ ทีจะมีครั้งนึงนะจ๊ะ”  ชายหนุ่มแว่นกันแดดวางถุงลงกับโต๊ะเตี้ย  “วันนี้ต้องทำอะไรเป็นพิเศษให้คนที่เรากำลังเลิฟ แต่จะเอาขนมไปฝากพวกที่อยู่ในตู้คอลเล็คชันมันก็เสียของเปล่า ๆ เจ๊เลยซื้อขนมมาฝากพวกเธอนี่แหละ เป็นช็อคโกแล็ตแท่งก็ธรรมดาไปหน่อย เอาเป็นเค้กดีกว่า มากินกันเถอะ...เลวี่! เดินเร็ว ๆ หน่อยสิยะ!”

“รู้แล้วโว้ย...อย่าสั่งได้ไหม”  ชายหนุ่มพยุงจานกระเบื้องที่ซ้อนกันอยู่แล้วค่อย ๆ เดินมาเอามันวางลงกับโต๊ะตาม  “เอ้า แล้วนี่ก็ช้อนกับมีด”

ลุซซูเรียหยิบถุงออกมาจากกล่องและเปิดออก ภายในมีเค้กช็อคโกแล็ตสีเข้มไม่มีหน้า  เนื้อแป้งไม่ฟูนักแต่ดูก็รู้ว่าช็อคโกแล็ตคงจะมีปริมาณพอ ๆ กับเนื้อแป้ง อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

“โห...หอมจัง”  มามอนเอ่ย
“กินกันดีกว่า อะ เดี๋ยวเจ๊ตัดแบ่งให้”  ลุซซูเรียเริ่มตัดเค้กแบ่งใส่จาน  “นี่! สควอลโล! มากินกันเร้ว”

“ไม่ ฉันไม่ชอบของหวาน”  ผู้ที่ถูกเรียกปฏิเสธ


“เออ...อร่อยเหมือนกันแฮะ ขออีกชิ้นได้เปล่า”  เลวีกินเค้กหมดไป 1 ชิ้นอย่างรวดเร็ว

“ตามสบายจ้า”  เจ้าของเค้กยิ้มร่า

“ฉันขอด้วยสิ”  มามอนเรียก

ขณะที่ 3 คนนั้นสาละวนอยู่กับเค้ก ชายหนุ่มผมสีเงินก็เขยิบไปนั่งริมโซฟาพร้อมกับหยิบหนังสือพิมพ์มากางอย่างรำคาญ ๆ

“ทำอะไรกันอยู่เหรอ ขอเจ้าชายแจมด้วยคนซี...”

ในตอนนั้นเองเบลก็โผล่หัวผ่านประตูห้องนั่งเล่นที่เปิดเอาไว้

“อุ๊ย! เบลมาพอดี มากินเค้กด้วยกันสิ วันนี้เจ๊เลี้ยงเอง ฉลองวันวาเลนไทน์”
“เหรอ...ไหน ๆ  โอ้โห...! น่าอร่อยจัง ขอ 2 ชิ้นนะ”
“หิวหรือจ๊ะ งั้นไม่ต้องเกรงใจ ซัดได้ตามสบาย”


“อะนี่ สควอลโล”
เสียงของลุซซูเรียเรียกให้สควอลโลเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ซึ่งเอามาใช้บังหน้าเฉย ๆ

“ชิ้นสุดท้ายเจ๊ให้ละกัน”  เขาตักเค้กใส่จานแล้วยื่นให้

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เอา ฉันไม่ชอบอะไรหวาน ๆ”  ชายหนุ่มยังยืนยันคำตอบเดิม
“อืม...งั้นเอาไปฝากบอสซะสิ”  ฝ่ายตรงข้ามยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความคิดของตัวเอง
“อย่างบอสจะกินเร้อ...”

...อย่างหมอนั่นจะกินขนมอะไรแบบนี้ด้วยรึ เท่าที่เห็นนอกจากอาหารมื้อปกติก็มีแต่เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์อย่างเดียว


“เอาเป็นว่ารับไว้เหอะน่า เอ้า!”

นักมวยประจำกลุ่มจับมือของสควอลโลให้ถือจานเค้กเอาไว้ แล้วเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้

“เดี๋ยวเจ๊จะไปเดินแร่ดล่าหนุ่ม ๆ ในเมืองหน่อยละกัน อยู่เฝ้าทางนี้หน่อยนะจ๊ะ”

พูดจบลุซซูเรียก็เดินออกไป ท่าทางกระดี๊กระด๊าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

 

แกร๊ก...

ชายหนุ่มสีเงินวางจานเค้กไว้กับโต๊ะ จากนั้นก็หยิบหนังสือพิมพ์มากางใหม่เพราะไม่มีอะไรจะทำ  ข่าวก็มีแต่ข่าวน่าเบื่อทั้งนั้น แต่อย่างน้อยหลังจากเจ้าลุซซูเรีย เลวีและมามอนออกไปจากห้อง ก็รู้สึกว่าห้องเงียบขึ้นเยอะ

“สควอลโล...”

เสียงของเด็กหนุ่มผมสั้นสีทองดังมาจากด้านหลังกระดาษหนังสือพิมพ์  สควอลโลจึงเลื่อนหนังสือพิมพ์ลงมาและถาม
“มีอะไร”

“ไม่กินเค้กเหรอ...”  ฝ่ายตรงข้ามถาม

...จะให้ตอบว่าเก็บไว้ให้เจ้านั่นคงโดนเบลมันยกมาล้อไปอีกนานแหง


“...ฉันกินไปแล้ว กะกินต่ออีกชิ้น”  เขานึกคำตอบที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้ว

เจ้าชายผมทองไม่ตอบอะไร ได้แต่นั่งมองเค้กบนโต๊ะ

...อยากกินอีกชิ้นก็กินที่อยู่ในจานที่ถือมาสิวะ จ้องอะไรอยู่ได้เนี่ย


“สมมติว่าบอสไม่อยู่ สควอลโลจะทำยังไงเหรอ...”  เด็กหนุ่มเอ่ยลอย ๆ

“หา...อะไรนะ”  เขาถามงง ๆ

“ก็ถ้าบอสไม่อยู่อ้ะ สควอลโลจะทำยังไง”

“หมายความว่าไงฟะเนี่ย...วันนี้นายเป็นอะไรไปรึ เมาช็อคโกแล็ตเรอะไง”
“ตอบมาเหอะน่า”  ทางนั้นไม่ยอมเลิกง่าย ๆ
“ก็ได้ ๆ ...”

...ไอ้  “ไม่อยู่”  นี่ ไม่อยู่ยังไงฟะ ตอบกลาง ๆ ไปละกัน ถามอะไรของมันก็ไม่รู้


“ก็ถ้าบอสไปไหน ฉันก็จะไปด้วย”

ถึงผมม้ายาว ๆ สีทองนั่นจะบังดวงตาเอาไว้ แต่สควอลโลก็มองออกว่าเบลกำลังจ้องเขาไม่วางตา

...วันนี้เบลมันเป็นอะไรของมันวะ พอตอบให้ก็ไม่พูด จ้องเอา ๆ อย่างเดี๊ยะ มันอึดอัดนะโว้ย!


ก่อนที่ฉลามหนุ่มจะตะโกนตามความคิดเมื่อครู่ เจ้าชายก็ชิงถามขึ้นมาก่อน
“สควอลโลชอบอยู่คนเดียวไหม...”

“...ก็แล้วแต่”  ชายหนุ่มตอบ คราวนี้อะไรอีกล่ะ

“ถ้าต้องอยู่คนเดียว สควอลโลจะทำอะไรอะ”


ฝ่ายถูกถามเงียบไปพักหนึ่ง ปกติเขาก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะมานั่งคิดอะไรหยุมหยิมพรรค์นี้ วัน ๆ ก็ได้แต่ทำงานงก ๆ

“...คงต้องไปรับงานมาทำแก้เซ็งมั้ง”  เขาตอบเรื่องที่ทำอยู่เป็นประจำ

“ทำไมอะ”  เด็กหนุ่มซักไม่เลิก
“เรื่องของฉัน ไม่ต้องยุ่ง  วันนี้นายเป็นอะไรเนี่ย ถามเป็นไอ้หนูจำไมอยู่ได้”  คนตอบเริ่มจะเบื่อกับคำถามที่ยิงออกมาเรื่อย ๆ ไม่หยุดเสียที


“...ทำงานก็จะได้เจอบอสสินะ”


นี่เป็นคำพูดสุดท้ายของเบล เพราะฝ่ายนั้นลุกขึ้นแล้วสาวเท้าออกไปจากห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็วโดยสควอลโลยังไม่ทันพูดอะไรต่อสักคำ

“อะไรวะเนี่ย...”  เขาบ่นเบา ๆ

...ทำงานเพื่อเจอแซนซัสเนี่ยนะ เขาไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย

...แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ออก เพราะแทบทุกงานที่ทำ ก็ต้องมีหัวหน้าหน่วยวาเรียอยู่ด้วยเสมอ


...ถ้าเกิดคนคนนั้นหายไป...ขึ้นมาจริง ๆ

...เขาก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่า ชีวิตที่เหลืออยู่จะเป็นอย่างไรต่อไป

...ความรู้สึกที่มีสิ่งมาเติมเต็มในหัวใจ แต่ถูกเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดยากจะทานทน

...แค่ 8 ปี ก็เกินพอ

 

...

ป้าบ!!

ปึกเอกสารที่ฟาดเข้ากลางศีรษะของสควอลโลดึงเขาออกมาจากห้วงความคิด  เมื่อหันไปข้างหลัง ก็พบกับบุรุษร่างสูงใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่แสนคุ้นเคย  ใบหน้านั้นบอกว่าตอนนี้อารมณ์ไม่ดีพอสมควร

“ทำอะไรของนายวะ!!”  ฉลามหนุ่มตะโกนใส่อย่างไม่เกรงใจฝ่ายตรงข้าม

“ฉันควรจะเป็นคนถามคำถามนั้นมากกว่า”  แซนซัสนั่งลงที่โซฟาอีกฝั่งหนึ่ง  “งานไม่เสร็จแล้วยังมานั่งเล่น แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”

ชายหนุ่มผมยาวก็นึกขึ้นได้  เมื่อวานเขาอาสาเป็นคนเลือกผู้ติดตามของเจ้านายใหญ่วาเรียไปปฏิบัติงาน เพราะเขาติดงานอื่น ไม่สามารถตามไปด้วยได้

“เออ ๆ”  สควอลโลอือออพลางเปิดเอกสารดูรายละเอียดของงาน  “เอ้อ...ใช่”

เขาเลื่อนจานเค้กช็อคโกแล็ตไปให้ผู้ที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“อะไร”  ร่างสูงถามสั้น ๆ
“ลุซซูเรียซื้อมาฝาก กิน ๆ ให้เจ๊เขาหน่อยละกัน”  ร่างเพรียวตอบโดยไม่เงยหน้าจากเอกสาร

“...แล้วของแกล่ะ”
“ฉันไม่ชอบของหวาน”


สายตาของชายหนุ่มไล่ไปตามตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษ  งานในครั้งนี้ค่อนข้างยาก ถ้าพลาดขึ้นมางานนี้ก็อาจจะเป็นงานสุดท้ายของชีวิตไปเลย

...จะเลือกใครดีล่ะ


...ใครที่จะอยู่เคียงข้างแซนซัสในงานอันตรายครั้งนี้ และอาจมีครั้งต่อไป

...ใครที่จะยอมทนเผชิญกับปัญหานานับประการ ไม่หนีไปคนเดียว

 

...

“งานนี้ฉันรับเอง”

ฉลามสีเงินยื่นเอกสารให้คนตรงหน้า

“หา...”  แซนซัสขมวดคิ้ว  “ไหนตอนแรกบอกว่าติดงาน”
“ไม่เป็นไร แค่เร่งงานฉันให้เสร็จเร็วขึ้น ทีนี้ฉันก็ไปกับนายได้แล้วไง เรื่องเด็ก ๆ”
“...งั้นเรอะ”

บอสหนุ่มรับเอกสารคืน


“เป็นอันว่าตกลง อย่ากลับคำทีหลังล่ะ”


แล้วร่างสีดำก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นไป

 

“เฮ้อ...”  สควอลโลหงายตัวพิงกับพนักโซฟา

‘...วันนี้ต้องทำอะไรเป็นพิเศษให้คนที่เรากำลังเลิฟ...’

คำพูดของชายหนุ่มแว่นกันแดดผุดขึ้นมาในหัว

...อย่างนี้เขาเรียกว่าพิเศษไหมเนี่ย


“หืม...?”

เมื่อเขามองไปที่โต๊ะ เขาก็เห็นเค้กถูกกินไปครึ่งหนึ่ง  โดยรอยแบ่งครึ่งที่เหลือเรียบเหมือนจงใจแบ่งเอาไว้

 

ชายหนุ่มหยิบจานขึ้นมา และตักเค้กเข้าปาก

“...อร่อยจัง”

...ไม่รู้ว่าจะได้เจอแซนซัสอีกสักกี่ครั้ง

...แต่เขาจะขออยู่ข้างกายบุรุษผู้นั้น อยู่ให้นานขึ้นกว่าเดิมอีกนิดก็ยังดี

...จะไม่แยกจากกัน


...จนกว่าเขาจะหมดลมหายใจ

 

You are just like a part of me.
A part of my dream
We will be together indefinitely long.
You are a part of my life.
There is no way that I can leave you behind.
And there will never be a day when we would be separated.

 

Fin
__________

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้านะทุกคน >w<

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซ วาเลนไทน์!!!!!!!

อ๊าคคคคคคคคคคคค

/me คลั่ง

อยากแต่งบ้าง แรงฟิตพุ่ง
กร๊ากกกกก~โดนจัยมากๆครับ*
จะขอกรี๊ดให้ลั่นบ้านเลยยยย~
สมมติว่าถ้า BS. เป็นที่นิยมขึ้นมาล่ะ??
จะทำยังไงดี~!!!55+

#2 By x「Quizie」x on 2008-02-02 13:53

กรี๊สสสสสสสสสสส =[]=!!! (สาวแตก)พี่เอ็กเซลสุดยอดดดด พี่เอ็กเซลบอมบาเย่!!! *กระโดดกอดซะ 1 ที >w<!*

ฟิคมันช่างโดนใจมิเนะยิ่งนักเลยค่าาาาา =[]=!!! เจ้าชายน่ารักกกก สงสารเจ้าชายยย แงงงงง อ่านแล้วซึ้ง... TwT ส่วน XS กรี๊สหวานนนนนน ฮ่ะๆๆ ชอบมากเลยค่าาา

ปล.สุขสันต์วันเกิดด้วยนะคะ >w<! มีความสุขมากๆน้า
ฟิควายได้ใจ.... เค้กสื่อรักสินะ วิ้ววว

สุขสันต์วาเลนไทน์จ้า

#4 By Moondog on 2008-02-02 21:08


น่าร้ากกกกกกก เกินไปหน่อยแล้ว
กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

น้องaccel แต่งกี่เรื่องกี่เรื่องมันก้หวานบาดใจทุกเรื่อง

เจ้าชายน่ารัก
น้องหลามน่าร้ากกกกกก
บอสน่าร้ากกกกก ที่สุดดดดดดดดด

me// ตายคากองน้ำตาล ><!!!!

#5 By เฟียร์ . Fiar on 2008-02-02 22:38

กรี๊ดดดด... ท่านประธานขา ท่านประธานเจ้าขา (เลขามาสกรีมต่อถึงในบล็อก)แบบวา หวานก่อนวาเลนไทน์งี้

อร๊ายยยยยย... เขิลล์แทน

ได้ข่าวว่าดองของตัวเอง กลัวเป็นวาเลนไทน์ข้ามปีง่า

#6 By Brioche[K-mode] on 2008-02-03 18:13