Love Is Color-Blind
posted on 01 Mar 2008 19:34 by accelerando in Writingชิลได้ชิลดีชิลต่อไป...
อันที่จริง A-net เราสอบไปก็เอาไปทำมาหากินไม่ได้อยู่ดีเพราะเอาโควตามน. ไปแล้วอะ เขาตัดชื่อออกไปแล้ว ก็เลยเริ่มช่างมัน ตอนแรกกะไปเรียนพิเศษเพิ่มแต่นึกไปนึกมานั่งอ่านเองอยู่บ้านดีว่าแฮะ ไม่ต้องเอาอะไรกับมันมาก เหอ ๆ
เปลี่ยน Theme แล้ว กลับเป็นธูปหอมชาเขียวโอวัลตินเหมือนเดิม รู้สึกชอบสีโทนนี้สุดละ กด F5 ด้วยจ้า >w<
ลงฟิคดีกว่า รู้สึกบอร์ดมันมีปัญหาแปลก ๆ นะเพราะเรื่อง Rainy day. นี่เราลงไปชาติกว่าคนโพสต์ไปพอสมควร ไหงมันกลับมาเด้งอยู่หน้าแรกคนโพสต์เป็น 0 ใหม่ล่ะเนี่ย...เป็นงง
อยากให้แซนซัสบทเยอะ ๆ แต่ก็นึกมุขไม่ออก ใครก็ได้ช่วยที้~~~!! =[]=" แถมงวดนี้เฮียเป็นได้แค่ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 อีกต่างหาก
เรื่องนี้โดนแฟน ๆ XS กับ D18 สกายคิกใส่แหง ๆ เห็นแค่นี้ก็น่าจะพอเดากันออกแล้วอะนะ
ฉลากยา
Katekyo Hitman Reborn! Fanfiction
Title : Love Is Color-Blind
Main Character : Dino, Squalo
Rate : G
Warning : สงสัยคนแต่งต้องระวังเองแล้วล่ะงานนี้ (วืด! หลบฝ่าเท้าสาวก XS, D18 แทบไม่ทัน)
It don't matter if you're black
White or yellow, if you’re brown or red
Let's get down to that
Love is color-blind
โครม!
“อู๊ยยย...”
เด็กหนุ่มวัย 14 เปลี่ยนท่าจากนอนคว่ำเป็นท่านั่งช้า ๆ หลังจากสะดุดขาตัวเองล้มหน้าหวิดกระแทกกับโต๊ะเรียน เขาใช้นิ้วนวดที่ศอกกับที่คางป้อย ๆ และพยายามปัดผมสั้นสีทองที่ยุ่งกระเซิงนั้นให้กลับเข้าที่ แต่มันก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมเท่าไร
ป๊อก!
“โอ๊ย!”
เขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากระทบที่ศีรษะ
เมื่อมองขึ้นไป ก็พบกับฝักดาบสลักลายสีดำอยู่เหนือหัวเขา และเจ้าของดาบก็นั่งเอาขาพาดโต๊ะอยู่ข้าง ๆ นั่นเอง
“ยังเซ่อซ่าเหมือนเดิมนะ ดีโน” ฝ่ายนั้นดูเบื่อหน่ายเต็มที
“แล้วไงเล่า...” เด็กหนุ่มผมทองตอบพลางลุกขึ้น “สควอลโล อย่าเอาดาบมาแกว่งเล่นงี้สิ อันตรายจะตาย”
“แล้วไง!” ทางนั้นตอบด้วยคำตอบเดียวกับดีโน แต่ห้วนและดังกว่า เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
“เฮ้อ...ของแบบเนี้ย...แกคงไม่เข้าใจหรอก”
“ฮ้าววว...”
ชายหนุ่มวัย 22 เหวี่ยงเสื้อคลุมติดขนเฟอร์ที่ห่มตัวอยู่ขึ้นพาดไว้กับพนักโซฟาและบิดขี้เกียจเหยียดแข้งเหยียดขาเหมือนแมว
“โซฟาห้องผู้ป่วยนอนไม่สบายเลยแฮะ” เขาเอามือเสยผมซึ่งทำให้ผมสั้นสีทองนั้นยุ่งเป็นสังกะตังหนักกว่าเก่า
“...แต่เมื่อกี้ฝันแปลกดี ไม่ได้ฝันเรื่องสมัยเด็กมาตั้งนานละ...ฮ้าววว...” ดีโนนอนพลิกตัว “ยังง่วงอยู่เลย...ต้องนอนอีกรอบให้หายง่วง...”
ตึง!
“แอ้ก!”
อยากจะนอนตะแคง แต่กะผิดไปหน่อย ตัวเลยกลิ้งตกลงมาจากโซฟาลงมานอนกับพื้นแทน
“ปัดโธ่...” เขารีบยันตัวขึ้นมา
โป๊ก!
รีบลุกแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ หัวก็ชนเข้ากับขอบโต๊ะรับแขกที่อยู่ใกล้โซฟาเข้าแบบเต็มรัก
“ซี้ดดด...อะไรจะซวยซ้ำซวยซากอย่างนี้หนอ...” เขารู้สึกคิดผิดหน่อย ๆ ที่ไม่ได้บอกให้โรมาริโอมาอยู่เป็นเพื่อน
“...ยังเซ่อซ่าเหมือนเดิมนะ...ม้าพยศ”
แม้คำทักทายจะเหมือนเดิม แต่ก็ ‘ต่าง’ จากเดิม...
“สควอลโล! ฟื้นแล้วเหรอ!” ชายหนุ่มลุกขึ้นพรวดโดยครั้งนี้หัวไม่โขกโต๊ะซ้ำสอง เขาสาวเท้าจะไปหาเตียงผู้ป่วย
ปัก!
หัวหลบพ้นแต่แข้งหลบไม่พ้นอยู่ดี แทนที่จะเดิน ดีโนก็เลยกระโดดเหยง ๆ จนไปเกาะที่เตียงสีขาวนั้นสำเร็จ
“เป็นไงบ้าง อาการดีขึ้นยัง” เขาลากเก้าอี้มาใกล้ ๆ แล้วนั่งลง
“...ก็อย่างที่เห็นล่ะวะ...” ฝ่ายตรงข้ามตอบเสียงเบา
ร่างผมยาวสีเงินนั้นเต็มไปด้วยผ้าพันแผลและรอยเลือด รอบเตียงมีอุปกรณ์ยื้อชีวิตตั้งอยู่แน่นขนัดที่ตอนนี้บางเครื่องก็ไม่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยรายนี้แล้ว เพราะหลังจากหลับไปหลายวัน อาการของเขาก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
“แข็งแรงสมกับเป็นหน่วยวาเรียจริง ๆ ...” ดีโนยิ้ม แต่ดวงตาของเขาไม่ยิ้มตาม “...ตอนที่เห็นในจอภาพ ฉันแทบช็อกแน่ะ...”
“หึ...แกก็เป็นซะอย่างนี้...” ถึงเสียงจะฟังดูเหนื่อยอ่อน แต่ก็ยังแฝงอารมณ์หยิ่ง ๆ ตามแบบฉบับของสควอลโล “...ศึกชิงแหวนเป็นยังไงบ้าง...”
“เดี๋ยวก็จะถึงแหวนแห่งนภาแล้ว ถ้านายฟิตปั๋งอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ละก็ฉันจะพานายไปสนามแข่งเอง”
“...งั้นเรอะ...” ผู้ที่นอนอยู่เหลือบตาสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาล “นี่...ม้าพยศ”
...อีกแล้ว
“...มีอะไรเหรอ” ดีโนตอบ
“...แกช่วยฉันทำไม...” นัยน์ตาสีเงินนั้นดูไม่สบอารมณ์นัก “...อยากได้ข้อมูลของ ‘เขา’ ขนาดนั้นเลยเหรอไง...”
“...มันก็ส่วนหนึ่งอะนะ” ชายหนุ่มผมสีทองเอ่ย “แต่ที่สำคัญกว่านั้น...เอ่อ...”
เขาหยุดไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“...ก็นายเป็นเพื่อนของฉันนี่นา...ฉันไม่ยอมปล่อยให้เพื่อนตายไปต่อหน้าต่อตาหรอก...”
...ถ้าถามว่าเขาอยากคบหาสมาคมกับคนตรงหน้านี่หรือไม่ เขาคงตอบว่า ไม่ แบบไม่ลังเล
...แต่เขาก็ทำตามที่คิดไม่ได้สักที ไม่รู้เพราะอะไร
...เหมือนมีสายใยเส้นบางเบาเชื่อมเขาทั้งคู่เอาไว้ แต่พยายามตัดยังไงก็ไม่ขาด
“เชอะ...!” สควอลโลเลิกสบตาของอีกฝ่าย กลับไปมองเพดานอีกครั้ง “...แกเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่เมื่อไหร่...”
“เออน่า...” ดีโนพูด พลางเอาแขนกับคางเกยขอบเตียงโลหะที่ยกสูงขึ้นมา
“จะว่าไป เราก็ไม่ได้คุยกันอย่างนี้มาตั้งนานแล้วเนอะ”
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ดีโนก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน
“...นายเปลี่ยนไปเยอะนะ สควอลโล...”
...หลายปีที่ผ่านมานายคงเจออะไรมามาก
...ไหนจะเส้นผม ไหนจะมือซ้าย
...ก็รู้หรอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง แต่ฉันไม่ได้อยากให้นายเปลี่ยนไปในทางแบบนี้สักหน่อย
ชายหนุ่มเอื้อมมือหมายจะลูบศีรษะของฉลามหนุ่ม
“...อย่ามาจับ...!”
แม้เป็นเสียงฟังดูระโหยโรยแรง แต่ก็ทำให้เขาชักมือกลับโดยเร็ว
“เอ่อ...โทษที” ดีโนก้มหน้า
...คงถึงเวลาที่เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้า และโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“สควอลโล! มาอยู่แก๊งคาบัคโรเนกับฉันเถอะ!”
“...หา...!?” ฝ่ายตรงข้ามทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง
“อย่างที่บอกนั่นแหละ เดี๋ยวฉันเดินเรื่องให้เอง” ดีโนพูดต่อ “ฉันไม่อยากให้นายอยู่ในสภาพแบบนี้อีกแล้ว ฉันทนไม่ได้!”
“เฮ้ย ๆ อะไรของแกวะ...” สควอลโลถามงง ๆ “ทำไมฉันถึงต้องไปอยู่กับแกด้วย...”
“เจ้าแซนซัสนั่นมีดีตรงไหน!”
เป็นประโยคที่เขาอยากพูดมากที่สุด
“ได้ข่าวว่าวัน ๆ มีแต่เรื่องให้นายเจ็บตัวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมนายถึงยอมเจ้านั่นอยู่ล่ะ!
ทำไมนายต้องเสียมือซ้ายเพื่อมัน ทำไมนายต้องสาบานไว้ผมยาวเพื่อมัน ทำไมนายต้องยอมโดนฉลามขย้ำเพื่อคนเลว ๆ อย่างมันด้วย!”
สควอลโลไม่ตอบ
“ขอร้องล่ะนะ...” น้ำเสียงของดีโนอ่อนลง “มาอยู่กับฉัน นายไม่ต้องทำอะไรให้กับแก๊งฉันเลยก็ได้...”
“นายจะได้ไม่ต้องเจ็บเพื่อคนอื่นอีก...”
“...ฉันขอปฏิเสธ...ม้าพยศ” อีกฝ่ายตอบในที่สุด
...เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ
“...ทำไมล่ะ” ดีโนถามเบา ๆ
“...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...เรียกว่าความรัก หรือความหลงดีล่ะ...”
สควอลโลพึมพำอย่างเหม่อลอย
“...ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถละสายตาไปจากนัยน์ตาสีเลือดยามเกรี้ยวกราดคู่นั้นได้...และอีกหลาย ๆ อย่าง...ต่อให้ต้องเจ็บเพื่อเขา...
ฉันก็รู้ว่าการเจ็บเพื่อคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่ดี...แต่บางครั้ง ฉันก็ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น...
...แกเคยได้ยินคำว่า ‘รักคือตาบอดสี’ ไหม”
“อะ...เอ๋” ชายหนุ่มผมทองอ้ำอึ้ง
“ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง...จะสีดำ...สีขาว...สีแดง...ฉันก็เห็นเหมือนกัน
...ฉันก็ยังรัก ยังลุ่มหลงในตัวของเขาอยู่...ฉันพอใจที่จะอยู่ในโลกสีขาว-ดำที่แกรังเกียจ
ของแบบนี้...แกคงไม่เข้าใจหรอก...”
...เหมือนเป็นการตอกย้ำความฝันวันวาน ตอกย้ำสิ่งที่คิดอยู่ในใจ
“...ไม่หรอก สควอลโล” ดีโนตอบ “ฉันเข้าใจ...เข้าใจดีเลยล่ะ”
ตรู๊ดดด...ตรู๊ดดด...
“ฮัลโหล...ครับ...ครับ” ม้าหนุ่มรับโทรศัพท์มือถือ พยักหน้าหงึก ๆ “สควอลโล ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ”
“เออ...จะไปไหนก็ไป ฉันจะนอน...” ชายหนุ่มผมยาวตอบ
“ไหงเปลี่ยนอารมณ์เร็วจังวุ้ย ฮะ ๆ ตะกี้ยังเพ้ออยู่แท้ ๆ”
ดีโนหัวเราะ แต่ฟังดูฝืน ๆ
“แล้วจะมาเยี่ยมใหม่นะ...อ้อ แล้วก็...” เขาเดินไปเปิดประตูเตรียมจะออกจากห้อง ก่อนไปเขาหันกลับมาอีกครั้ง
“เวลาไม่มีลูกน้องอยู่ด้วย นายไม่ต้องเรียกฉันว่าม้าพยศก็ได้...
ฉันก็ยังเป็นดีโนจอมซุ่มซ่าม เป็นเพื่อนของนายคนเดิม
ถ้ามีปัญหาอะไร ปรึกษาฉันได้ทุกเมื่อนะ...”
ชายหนุ่มยิ้ม หัวเราะแหะ ๆ พร้อมกับปิดประตู
เขาไม่ต้องการคำตอบจากสควอลโล
แค่บอกให้รู้...ก็พอ
...พูดอย่างนี้ทุกทีเลยแฮะ
...ทำยังไงก็ตัดนายไม่ขาดสักที
...คนตาบอดสี สงสัยไม่ได้มีนายคนเดียวแล้วล่ะ
You're my brother, you're my friend
All that matters in the very end
Is to understand
Love is color-blind
Fin
__________
จริง ๆ เรื่องนี้คิดได้นานมากกก...ละ แต่ว่าโดน XS แซงคิวไปหลายเรื่อง เลยเพิ่งเอามาลง ฮ่า ๆ
แต่งไปแต่งมารู้สึกว่าตัวเองจะอินกับบทดีโนเหลือเกิน ไม่รู้เป็นอะไร แต่งอย่างลื่น~
__________
ถัดจากนี้เป็นโซนพร่ำเพ้อพรรณนา ถ้าขี้เกียจไม่ต้องอ่านก็ได้
เขาว่ากันว่าดูละครแล้วย้อนดูตัวใช่ไหม ของเราคงต้องอ่านฟิคแล้วย้อนดูตัวล่ะ
แต่ง ๆ เรื่องนี้แล้วนึกถึงตัวเองพิกล แต่งไปคิดไป ‘เอ...ดีโนงวดนี้เหมือนตัวเราเลยว่ะ’ เลยแต่งแล้วอินกับบทเป็นพิเศษละมั้ง
...ก็อาจจะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองไปคนเดียวก็ได้
แต่งฟิคเรื่องนี้แล้วคิดถึงตัวเองกับเพื่อนเราคนหนึ่ง
สมัยม.ต้นนี่สนิทกันมาก ๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด
ที่เราชอบมากก็ตอนที่กินข้าวด้วยกันแล้วผลัดเวรกันซื้อฝรั่ง 5 บาทมากินด้วยกัน เพราะคนเดียวกินไม่หมด ฝรั่งที่กินกันจานเดียวกันตอนนั้นอร่อยมากเลยล่ะ
แต่ตอนม.ปลายก็มีเรื่องหลาย ๆ อย่าง ทำให้เราแยกตัวออกมา
เราก็ไม่โกรธอะไรหรอก ขอให้เพื่อนเขามีความสุขกับเพื่อนคนอื่น ๆ ในก๊กเขา เราก็โอเค
ข้าวเรากินคนเดียวได้ ไม่มีปัญหา
แต่ว่าซื้อฝรั่งมากินทีไร กินไม่หมดทุกที...
แล้วตอนนี้ก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เพราะเราอยู่มน. ส่วนเพื่อนเราไปเป็นสาวเหนืออยู่มช. ซะแล้ว
ถึงเพื่อนเราจะไม่มาอ่านบล็อกนี้
แต่ก็อยากพูดเอาไว้หน่อยว่า เรายังรออยู่นะ เป็นเพื่อนคนเดิม มีปัญหากลับมาได้ทุกเมื่อ
จะได้มากินฝรั่งด้วยกันอีกไง
...อยากวาดดีโนฉลามกินฝรั่งจานเดียวกันจังวุ้ย
A-NAT สอบที่ไหนหรอ เราได้เซนต์จอห์นอะ เผื่อที่เดียวกัน เหอๆ
น่ารักโคด!!!
)
/me บูชา DS
คำว่าเพื่อนมันแทงใจนะดีโน่~~~
อ๊างงงงงง อยากแต่งตอนทั้ง3เด็กๆไม่ค่อยมีพล็อต+เวลาในหัวเลย T wT~~~
(จะใช้เพลงเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ.... **หัวเราะ)
#1 By Liveevil CN Silent-moon :: Rikatsuki on 2008-03-01 22:34