Judment Day - Chapter 1 : Pray

posted on 13 Mar 2008 19:45 by accelerando  in Writing

ขอคั่นจังหวะวีกรรมทำคุกกี้ด้วยฟิคฉลองวันเกิดสควอลโลหน่อย แล้วจะมารายงานสถานการณ์เอ็นทรีถัดไปก็แล้วกัน
เป็นฟิคยาวรีบอร์นเรื่องแรกของเราแหละ โอ้วว~ เยส!! (ปรากฏว่าไม่มีใครดีใจกับมันเลยสักคน)
แต่ถึงจะบอกว่ายาว มันก็แค่ 3 ตอนจบเท่านั้นแหละ ยืดสุดได้แค่นี้ =w="
กลัวคนอ่านเบื่อเหมือนกันอะ เพราะเนื้อเรื่องมันไม่มีอะไรเล้ยยย...ช่วงนี้เซ็งจิต ทำไมตรูแต่งฟิคได้ฝืดเยี่ยงนี้หนอ...


ฉลากยา
Katekyo Hitman Reborn! Fanfiction
Title : Judgment Day
Main Character : Xanxus, Squalo
Rate : PG
Warning : สปอยล์เล็กน้อยสำหรับผู้ที่ไม่ได้อ่านซีคิดส์...แต่ส่วนใหญ่ก็รู้ ๆ เรื่องกันอยู่แล้วล่ะเนอะ

 

Chapter 1 : Pray

 

พรุ่งนี้คงเป็นคืนเดือนดับ เพราะว่าเสี้ยวจันทร์วันนี้เล็กจนแทบมองไม่เห็น...


เด็กหนุ่มผมสั้นสีเงินเหม่อมองออกไปด้านนอกระเบียงกว้าง  แสงไฟสลัวสีเหลืองจากโคมไฟทางเดินสะท้อนแสงกับประตูกระจกให้เห็นเงาของตนเอง แต่เขาก็สังเกตเห็นร่างสูงสีดำยืนอยู่ที่ระเบียงนั่น

แอ๊ดดด...

ร่างนั้นหันขวับมาทางประตูทันที  เมื่อทราบว่าเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ของตนจึงหันหลังกลับไปเหมือนเมื่อตอนแรก

“ไม่พักผ่อนหน่อยเหรอ แซนซัส”  สควอลโลเอ่ยพลางเดินไปยืนที่ระเบียงข้าง ๆ ร่างสูงใหญ่

อีกฝ่ายหนึ่งไม่ตอบคำถาม เพียงแค่มองออกไปด้านนอกตรง ๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“พรุ่งนี้แล้วสินะ”  เด็กหนุ่มเอาแขนเกยกับระเบียง  “หัวใจของฉันเต้นโครมครามไปหมด รอแทบไม่ไหวแล้วล่ะ”

คำตอบที่ได้เป็นความเงียบอีกครั้ง


เขาก็ไม่คิดอะไรมาก  เงียบ ๆ แบบนี้ดีกว่าถูกต่อยหรือถูกจับหัวโขกผนังเป็นไหน ๆ

ร่างเพรียวบางรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมานิด ๆ  มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีเวลามาตื่นเต้นหรือกลัวอีกต่อไป

แต่เขายังไม่เข้าใจ...ความปรารถนาของผู้ที่ยืนอยู่ข้างเขาตอนนี้

...ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร  ยังไงก็น่าจะได้ตำแหน่งรุ่นที่ 10 มาได้ง่าย ๆ อยู่แล้วไม่ใช่หรือ


...เป็นการเร่งเวลาให้เร็วขึ้น...ไม่ ต้องมีอะไรมากกว่านั้น


“...แซนซัส”  สควอลโลพูดขึ้น  ฝ่ายนั้นเหลือบตามองแทนการถามว่า ‘มีอะไร’

เพียงแค่สบตากับนัยน์ตาสีเลือดคู่นั้น แม้ไม่มีคำพูดใด ๆ สิ่งที่เขาอยากถามและความลังเลสงสัย ก็หายวับไป

สิ่งที่เหลืออยู่คือความเชื่อใจในตัวของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า เป็นความรู้สึกที่พยายามอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

“เอ่อ...เปล่า ไม่มีอะไร”  เขาเบือนหน้าไปทางอื่น

 

“รู้อะไรไหม...”  สควอลโลเปรยเบา ๆ
“ทำไมรึ”  เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาเป็นครั้งแรก

“ถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้เป็นการกระทำที่พระเจ้าไม่ให้อภัย...”  ร่างบางพูดต่อ  “แต่ฉันก็สวดภาวนาทุกคืน สวดภาวนาให้นาย ขอให้ความปรารถนาของนายเป็นจริง...”


“...งี่เง่า”  แซนซัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง  “สวะชั้นต่ำอย่างแกก็ทำอะไรอย่างที่พวกเศษสวะมันทำกันจริง ๆ  ไอ้คำสวดพรรค์นั้น ฉันไม่ต้องการ”

ร่างสูงหันหลังเดินกลับไปที่ประตูกระจก


“เรื่องที่ว่าพรุ่งนี้จะสำเร็จหรือไม่น่ะ ไม่ได้อยู่ที่พระเจ้า ไม่ได้อยู่ที่แรงศรัทธาของแก ไม่ได้อยู่ที่ใครคนอื่น...

...มันอยู่ที่ฉันต่างหาก!”


ปึง...!

ชายหนุ่มปิดประตูแล้วเดินจากไป ทิ้งให้สควอลโลยืนตัวแข็งทื่ออยู่คนเดียว


...มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ

...แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาก็อยากสวดภาวนา ขอให้พรุ่งนี้ทุกอย่างผ่านไปได้ตามความต้องการของคนคนนั้น

...ได้โปรด อย่าให้เขาต้องสูญเสียสิ่งสำคัญ สิ่งที่คอยนำทางเขาอยู่ด้วยเถิด

...ถ้าต้องเสียไป ก็เหมือนกับการทรยศต่อจิตวิญญาณของเขาเอง...

 


“แฮ่ก...แฮ่ก...”

เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แต่ก็มองอะไรได้ไม่ชัดนัก  รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่างจนร้องไม่ออก และจมูกได้กลิ่นควันไฟที่ตลบอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ ทำให้หายใจไม่สะดวก

...เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น


ทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนมีมือมาตบหน้าเบา ๆ เป็นการเรียกสติ

“เฮ้ย! แก! ฟื้นสิวะ!”

เสียงทุ้มต่ำฟังดูร้อนรนกว่าปกติ  เมื่อกระพริบตาถี่ ๆ จึงมองเห็นหน้าอีกฝ่ายได้ชัดขึ้น
ใบหน้าของแซนซัสดูเคร่งเครียด ที่ศีรษะก็มีเลือดไหลเป็นทางยาว  ด้านหลังของเขาเต็มไปด้วยกลุ่มควันและเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่แทบทุกหนแห่ง

“ซะ...แซนซัส...อื้อ...!”  สควอลโลพูดอยู่ได้แค่นั้นเพราะความเจ็บแล่นเข้ามาที่ลำตัวด้านขวาจนเขานอนคุดคู้ร้องครวญครางออกมา เมื่อชูมือที่กดแผลอยู่ขึ้นมาดูก็เห็นว่ามือทั้งมือถูกย้อมเป็นสีแดง

นอกจากนั้นเขายังรู้สึกรอบตัวมันเหนียวเหนอะหนะแปลก ๆ พอเพ่งที่พื้นดี ๆ ก็รู้ว่าเขานั้นนอนจมกองเลือดของตนเองอยู่

...เลือดของเรามันมากขนาดนี้เลยเหรอ


“แซน...แซนซัส...แฮ่ก...แฮ่ก”  ร่างบางหอบถี่ขึ้น จู่ ๆ ร่างทั้งร่างก็สั่นระริกโดยที่ควบคุมไม่ได้

...มีความรู้สึกบางอย่างถ่าโถมเข้ามาไม่มีหยุด...

“ก็บอกแล้วไงว่าตัวถ่วงให้หลีกไปห่าง ๆ ดันมาขวางวิถีลูกไฟไอ้แก่นั่นอีก...สงสัยแกจะไม่ไหวแล้ว”  ชายหนุ่มผมสั้นสีดำจับที่แขนฝ่ายตรงข้ามและรับรู้ได้ถึงอาการนั้น  “...ปัดโธ่เว้ย!!”

แซนซัสฉุดร่างของเด็กหนุ่มลากไปที่หลังเสาที่ห่างออกไป จับให้ฝ่ายตรงข้ามพิงเสาเอาไว้ และจับให้มือเล็ก ๆ นั่นกดแผลห้ามเลือด

“เฮ้ย...แก”  เขาเรียกอีกฝ่าย  “นั่งห้ามเลือดอยู่อย่างนี้นะโว้ย ไม่ต้องไปไหน...”

เด็กหนุ่มพยักหน้าและมองไปที่ดวงตาของแซนซัสอีกครั้ง

...ดวงตาสีเลือดที่ชวนหลงใหล...แฝงแววจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


ร่างสูงใช้มือทั้ง 2 ข้างจับไหล่บาง ๆ ของเด็กหนุ่ม

 

“รออยู่ตรงนี้นะ”

 

...คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในสมองของสควอลโล

ไม่ทันที่สควอลโลจะได้ตอบ ร่างสูงใหญ่ก็วิ่งหายไป และตามติดด้วยเสียงระเบิดกึกก้อง และไอร้อนที่พาดผ่านตัวของเขาไป

 

ครืนนน...

หลังจากผ่านไปนานพอสมควร เสียงระเบิดก็เริ่มเงียบลง
อาการสั่นของสควอลโลดีขึ้นบ้าง แต่บาดแผลนั้นยังมีเลือดซึม ๆ อยู่ซึ่งเขาก็พยายามกดมันเอาไว้


“นึกไม่ถึงเลยว่าแกจะสู้ได้ขนาดนี้ เจ้าแก่...!!”


เขาได้ยินเสียงของนายเหนือหัวของเขา


“อิเอมิสึบอกว่าอย่าฆ่าเจ้า...แต่ว่าเมื่อเกิดความเสียหายขนาดนี้แล้ว ในฐานะหัวหน้าแก๊ง ฉันคงจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้...”


เสียงแหบแห้งนี่คงเป็นเสียงของรุ่นที่ 9 ...


“อย่างน้อย ๆ ...ด้วยมือของฉัน...”
“เผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะเจ้าแก่!”  เสียงของแซนซัสขัดขึ้นมา  “ทีนี้ความต้องการของแกจะได้เป็นจริงแล้วสิ!!”

“...ทำไม...ทำไมเจ้าถึง...”

“หนวกหู!! เรื่องนั้นแกน่าจะรู้อยู่แก่ใจดีที่สุดไม่ใช่เรอะ!!”


...ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นไงมาไง...


“ฉันรู้แล้วว่าฉันไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแก!!”


...หา!?


“ผู้ที่ไม่มี Blood of Vongole ไม่มีสิทธิ์เป็นผู้สืบทอด!! แปลว่าแกไม่ได้คิดจะให้ฉันเป็นผู้สืบทอดอยู่แล้วใช่ไหม!!”  เสียงของร่างสูงดังไปทั่วโถงอาคาร  “ ‘ลูกชาย’ บ้าบออะไรกัน...!”


“...แกทรยศฉัน!!!”

 

...TBC.
__________

ส่วนรูปฉลองวันเกิดรอไปก่อนนะสควอลโล ยังไม่ถึงไหนเลยครับท่าน = ="
จะมาฉลองแบบเลท ๆ ละกันน่อ...


วันนี้ไปตรวจสุขภาพ เพิ่งกลับมาจากกทม. แทบจะเป็นลม
รถเลื่อนเวลาจากออกตี 4 ไปเป็นออกตี 3 โอ้ววว...ซาร่า นั่งรถตู้ไปกัน 3 คัน
คุณลุงคนขับรถเหยียบมิดเต็มที่ เจอลูกระนาดนี่ไม่มีการเบรค สะเทือนตัวลอยสะดุ้งตื่นกันสนุกสนาน แต่ก็ไปถึงกทม. ภายใน 4 ชั่วโมง เจ๋งจริง ๆ
ขนาดไปถึงโรงพยาบาลตั้งแต่ไก่โห่ 7 โมงเช้า คนก็ไม่ค่อยเยอะ แถมตรวจไม่กี่รายการแท้ ๆ แต่ว่ากว่าจะตรวจเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยง หลับรอกันเลยทีเดียว แถมค่าตรวจก็แพงระยับ

ขากลับเลยหลับตั้งแต่เริ่มออกรถจนถึงพิษณุโลกเลย แบบว่าหมดสภาพ คร่อก...

edit @ 17 Mar 2008 23:37:22 by accel

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น้อง accel ที่รักยิ่ง!!!!
พี่จะเอาตอนต่อ... ( ทำตัวงอแงไม่สมอายุ 5555+ )

เฮียแซนดูจะเป็นห่วงเป็นใยน้องหลามอยู่ไม่น้อย อ่านแล้วน่ารักมากกกก รักบอสสส รักฉลามมมมม

รอตอนต่อนะจ้า~

#1 By เฟียร์ . Fiar on 2008-03-13 20:03


ปล. ตอนแรกนึกว่าจะได้อ่านฟิคแบบหวานเจี้ยบซะอีก แต่พรุ่งนี้ ไวท์เดย์น้า~ จะมีอีกฟิคไหม?

รอ ร้อ รอ

#2 By เฟียร์ . Fiar on 2008-03-13 20:08

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

รักหลามมมมมมมม

รักบอสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส

รัก XS~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~




ไม่ไหวแย้ววววววววว
/ฟาดแส้

ขอตอนต่อด่วยเลยค่า~~~~~~~~~~

#3 By K@De_alchemist on 2008-03-13 21:34

กะ-รี๊ดดดด =w=b!

ท่านพี่ accel บอมบาเย่~~~ *กอดดด*
ฟิคชวนติดตามต่อมากมายค่า~~~~ >w<b~~~~!!!

#4 By +Kira Minami : Marmon of Varia+ on 2008-03-14 19:44