Special Day
posted on 14 Mar 2008 23:26 by accelerando in Writing
5 ทุ่มครึ่ง มาลงฟิคไวท์เดย์ยังทันไหมฟะ
นั่งจิ้นกันแบบปัจจุบันทันด่วนสุด ๆ พิมพ์ไฟลนก้นสุดยอด ฮา...
มาฉลองวันเกิดฉลามย้อนหลังกับฉลองไวท์เดย์แบบจริง ๆ เพราะฟิคยาวนั่นไม่เกี่ยวกับวันเกิดฉลามสักกะติ๊ด แค่ลงวันเกิดฉลามเท่านั้นเองน่ะ
ฉลากยา
Katekyo Hitman Reborn! Fanfiction
Title : Special Day
Main Character : Xanxus, Squalo
Rate : G
Warning : กรุณาเตรียมยาฉีดมดมาด้วย มดกัดจะหาว่าไม่เตือน ฮ่า ๆ
“นี่ ๆ บอสสส...”
ลุซซูเรียลากเสียงและเดินเข้ามาหาแซนซัสที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมหรูหราใจกลางเมือง ซึ่งแน่นอนว่ามาเฟียเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
ขณะนี้สมาชิกวาเรียระดับหัวแถวทุกคนและแซนซัสต้องมาประชุมใหญ่กับกลุ่มแฟมิลีที่ไม่ใช่พันธมิตรของวองโกเล ซึ่งประเด็นปัญหาต่าง ๆ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะมีการถกเถียงแบบดุเดือดอยู่สักหน่อย
“มีอะไร” ร่างสีดำถามเรียบ ๆ โดยไม่เงยหน้ามาจากหนังสือพิมพ์
“วันนี้วันที่ 14 มีนาคมนะบอสสส...” ชายหนุ่มขยับแว่นกันแดดและนั่งลงตรงข้ามหัวหน้า
“แล้วไง”
“ก็วันไวท์เดย์ไงบอส ฉลองอะไรแก้เซ็งกันหน่อยดีไหม ไหน ๆ ตอนบ่ายก็ว่างแล้ว” ลุซซูเรียเข้าประเด็นทันที “ฉลองวันเกิดสควอลโลย้อนหลังด้วยเลยไง เมื่อวานก็เถียง...เอ้ย ประชุมกันยันมืด กลับถึงห้องก็หลับเป็นตายไม่ได้ทำอะไรกันสักอย่าง...”
“แล้วมาปรึกษาฉันทำไม” แซนซัสตอบ “อยากจะทำอะไรก็ทำ แถมวันไวท์เดย์นี่มันวัฒนธรรมของญี่ปุ่นไม่ใช่หรือ จะฉลองไปทำไม”
“แหม บอสสส...” ฝายตรงข้ามลากเสียงอีกที “ก็ทำอะไรให้สควอลโลเขาหน่อยสิ แถมตอนวันวาเลนไทน์เขาก็อุตส่าห์ไปช่วยบอสทำงานไม่ใช่เหรอ บุญคุณต้องทดแทนนะบอสสส...”
“นั่นมันหน้าที่ของเจ้านั่นอยู่แล้วต่างหาก”
“เหอะน่า...นะ ถือว่าหาเรื่องแก้เบื่อก็ได้ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องประชุมกันต่อ เป็นการชาร์จแบ็ตจะได้มีแรงไปเถียงฝ่ายนั้นไง”
“อืม...” แซนซัสก็ปิดหนังสือพิมพ์
“เซ็งว้อยยย~~~!!”
สควอลโลตะโกนลั่นบนเตียงในห้องพัก และปาหมอนไปที่ผนังอีกฝั่ง
“เงียบ ๆ หน่อยสิสควอลโล เจ้าชายหนวกหู~” เบลเอ่ยและเอาขาก่ายพนักโซฟา นอนตีลังกาหันมามองชายหนุ่มผมยาว
“แล้วไงวะ! อยู่ห้องเดียวกันอย่าคิดนะเว้ยว่าฉันจะต้องเกรงใจแก!” อีกฝ่ายตอบกลับทันที “อ๊อยยย~~~!! ฉันอยากเฉาะหัวเจ้ารองหัวหน้าแฟมิลีตรงข้ามนั่นจริง ๆ เรื่องมากชิบเป๋งงง~~~!!”
“ก็เฉาะไปซี~”
“...ถ้าไม่ได้ประชุมเป็นทางการแบบนี้ฉันคงเฉาะไปแล้วล่ะว่ะ!” สควอลโลหงายตัวลงนอนกับเตียง “ตอนบ่ายนี้ว่างใช่ไหม งั้นฉันขอนอนยาวล่ะ ห้ามปลุกนะโว้ย”
“ไม่ไปหาอะไรทำกันหน่อยเหรอ ฉลองวันเกิดย้อนหลังสควอลโลด้วยไง” เด็กหนุ่มผมสีทองพูดต่อ “เดี๋ยวเจ้าชายเลี้ยงข้าวไหมล่ะ”
“...ช่างหัวมัน วันก่งวันเกิด วันนี้ฉันหมดอารมณ์แล้ว อยากกินข้าวก็สั่งรูมเซอร์วิสมากินเองละกัน ฉันไม่กิน”
ชายหนุ่มซุกหน้าลงกับหมอนของเบลเพราะขี้เกียจไปหยิบหมอนตัวเองที่พื้น
...ก็อยากทำอะไรเป็นพิเศษอยู่หรอกนะ
...แต่ว่าไงดีล่ะ เมื่อวานก็ดันหัวเสียจนลืมเรื่องวันเกิดตัวเองซะเกลี้ยง จะให้มาฉลองย้อนหลังก็ดูต๊อง ๆ พิกล
...ช่างมันเหอะ
“ซะงั้นอ้า...” เบลเดินไปเปิดม่านที่ริมประตูกระจกแล้วมองออกไปด้านนอกโรงแรม
ที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดนั้นเป็นสถานที่สักอย่างที่อยู่ห่างออกไป มีรางอะไรสักอย่างที่ขดไปขดมาอยู่สูงเหนือพื้นไปโข และยังมีตึกรูปร่างประหลาดอีกเต็มไปหมด สีสันสดใสเหมือนลูกกวาดยังไงยังงั้น แล้วก็ยังมีลูกโป่งลอยขึ้นมาเป็นระยะ ๆ อีกด้วย
“นั่นมันอาคารอะไรน้อออ~” เจ้าชายหนุ่มเปรยเบา ๆ
ปึง!
“นี่! ๆ พวกเธอ ไปเที่ยวสวนสนุกกันเห่อออ~~~!!”
เสียงกระแทกประตูและเสียงตะโกนของกระเทยประจำกลุ่มทำให้ผู้ที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่นเกือบตกเตียง
“ถามจริง ไปหาบัตรผ่านสำหรับผู้บริหารระดับสูงมาจากไหนตั้ง 6 ใบ”
เลวีถามลุซซูเรียงง ๆ ขณะยืนอยู่บนรถประจำทางมุ่งสู่สวนสนุก
ถึงแม้จะเป็นนักลอบสังหารของวองโกเล แต่พอมาใส่ชุดลำลองก็ดูเหมือนคนธรรมดา ๆ ได้เหมือนกัน (เลวีไปเข้ากลุ่มกับพวกเด็กแนว ฮิปฮอป ได้สบาย) และที่มาขึ้นรถเมล์ก็เพราะว่าเจ๊แกบอกว่าอยากลองอะไรที่มันเหมือนชาวบ้านทั่วไปดูบ้าง และไม่เป็นจุดเด่นดี ให้นั่งลีมูซีนของคุณบอสไปคงไม่ไหว
“ไปตกมาจากเสี่ยแถว ๆ โรงแรมจ้ะ” เจ๊ตอบอย่างภาคภูมิใจ “ขึ้นเครื่องเล่นทุกชนิดฟรีหมด โฮะ ๆ ๆ”
“...เชื่อก็ควายแล้ว” มามอนตอบ แม้จะใส่เสื้อเหมือนเด็กธรรมดา แต่เจ้าตัวก็ยังใส่หมวกไหมพรมบังหน้าบังตาอยู่ดี
“อะล้อเล่นนน...” ฝ่ายตรงข้ามตอบ “บอกไม่ได้หรอกจ้ะ เป็นความลับทางราชการ”
“เอ่อ...แล้ว” สควอลโลหันไปทางหัวหน้าหน่วยวองโกเล แว่นกันแดด (ที่ลุซซูเรียไม่ได้เลือกให้) นั้นทำให้มองดวงตาของเจ้าของแว่นได้ไม่ชัดนัก ลดรังสีความโหดไปได้เยอะเหลือเชื่อ
“ก็บัตรมันมี 6 ใบ ก็ต้องใช้ให้คุ้มสิ ลากมาให้ครบทุกคนอย่างนี้ถึงจะสนุก” ลุซซูเรียตอบแทน
“อะ...เออ” สควอลโลอ้ำอึ้ง
...ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ ยัยเจ๊นั่นทำอีท่าไหนหมอนี่ถึงยอมมากับพวกเขาด้วยฟะ
“แล้วสวนสนุกนั่นมันเป็นยังไงเหรอ” เบลถาม
“ก็เป็นที่ที่เอาไว้ปล่อยแก่ลืมอายุกันยังไงล่ะจ๊ะ ใคร ๆ เขาก็มาสนุกที่นี่กันทั้งนั้น” ลุซซูเรียอธิบาย “ไม่เคยไปมาเฟียแลนด์กันเหรอ คล้าย ๆ กันน่ะ”
คนที่ส่ายหน้ามีเบลกับสควอลโล
“โอ้ สควอลโลก็ไม่เคยไปเที่ยวเหรอ งั้นเดี๋ยวฉันพาทัวร์เอง ถึงที่นี่มันจะใหญ่ไม่เท่ามาเฟียแลนด์แต่ถ้าเทียบกับสวนสนุกทั่ว ๆ ไปแล้วที่นี่ก็ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ เลยล่ะ”
“หาข้อมูลมาซะพร้อมเชียว” ชายหนุ่มผมยาวพูด
“คนให้บัตรเขาบอกมาจ้า”
“อยากรู้จริง ๆ ว่าไปเอามาจากไหนแฮะ” มามอนเอ่ย “หลายตังค์นะนั่น”
“ก็บอกแล้วไงว่าความลับทางราชการ”
“แว้กกก~~~!!!”
“ว้ากกก~~~!!!”
“ย้าฮู้ววว~~~!!!”
“ไปขึ้นรถไฟเหาะอีกรอบกันเหอะ!”
“ไม่มีทาง สควอลโล่!” เบลกับเลวีตะโกนพร้อมกันหลังจากมานอนดับอนาถกันที่ม้านั่งให้หายมึนหัวคลื่นไส้ ได้ข่าวว่ารถไฟเหาะที่นี่ติดอันดับเรื่องหวาดเสียว 1 ใน 5 เชียวนะเหวย...
“อะไรกันแค่รอบที่ 3 เองก็หมดแรงกันซะละ ออกจะมัน” ชายหนุ่มพูดอย่างกระตือรือร้น “เบล นายก็เพิ่งมาสวนสนุกครั้งแรกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ไปเล่นอีกรอบเหอะน่า”
“ไม่เอาแล้ว...” เบลตอบ “ชาตินี้เจ้าชายจะไม่เล่นรถไฟเหาะอีก...”
“ไปหาอย่างอื่นเล่นกันก็ได้ สวนออกจะกว้าง” มามอนเสนอความเห็น
“เหรอ” สควอลโลกางแผนที่ดู “ไปกับนาย...ที่ที่นายเข้าได้คงเป็น ‘ดินแดนเทพนิยาย’ ละมั้ง ฮ่า ๆ”
“อย่ามาดูถูกกันนะ” เด็กร่างเล็กพูด “นั่นมันเป็นเขาวงกตไม่ใช่เหรอ แข่งกันเปล่าว่าใครจะออกมาได้เร็วกว่ากัน”
“ก็เอาเซ่...!”
“ดูสนุกกันใหญ่เลยเนอะ ว่าไงล่ะบอส” ลุซซูเรียเอ่ย “อะนี่ กาแฟกระป๋อง”
แซนซัสไม่ตอบอะไร
“ไม่ไปเล่นกับเขาบ้างเหรอบอส นั่งเฉย ๆ เบื่อออก ทำตัวเป็นผู้ปกครองนั่งเฝ้าเด็ก ๆ ไปได้”
“ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นี่” อีกฝ่ายเปิดกาแฟกระป๋องและยกขึ้นดื่ม
“โหย...ค่ำแล้วเหรอเนี่ย” สควอลโลพูดเซ็ง ๆ
หลังจากเดินสายเล่นเครื่องเล่นสารพัดชนิดกับแบบนอนสต็อป รู้สึกตัวอีกทีก็มืดซะแล้ว
“แต่สวนสนุกยังไม่ปิดนะ มีงานแสดงตอนกลางคืนด้วยล่ะ” ลุซซูเรียตอบ
“แล้วเราจะกลับกันตอนไหนล่ะ” เจ้าชายถาม
“ดูงานแสดงก่อนไหม เอาให้คุ้มไง” มามอนพูด
“แต่งานแสดงอีกตั้งนานกว่าจะเริ่มนี่ หาอะไรทำกันก่อนดี” เลวีเอ่ย
“อืม...” ฉลามหนุ่มนึก
ปับ!
“อะ เฮ้ย!?” ก่อนที่จะตอบให้ไปขึ้นรถไฟเหาะอีกสักรอบ มือของเขาก็ถูกดึงไปโดยชายหนุ่มผมสั้นสีดำที่ตั้งแต่มาสวนสนุกนี่ยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งอยู่ที่ม้านั่งกับดื่มกาแฟ “ทำไมเหรอแซนซัส!?”
ฝ่ายตรงข้ามไม่พูดจา ลากสควอลโลฝ่าฝูงชนเลี้ยวไปเลี้ยวมาจนมาโผล่ที่หน้าชิงช้าสวรรค์
“อะ โห...แอ้ก!”
เป็นจังหวะที่ไม่มีคนต่อคิวอยู่พอดี ร่างสูงโชว์บัตรผ่านให้พนักงานพร้อมกับถีบสควอลโลเข้าไปในชิงช้าก่อนที่ตัวเองจะตามเข้าไป
“อะไรกันฟะ! ฉันเข้าดี ๆ เองก็เป็นว้อย! ไม่ต้องถีบก็ได้!!” ร่างเพรียวบางตะโกนขณะลูบหัวที่กระแทกที่นั่งป้อย ๆ
“วันนี้สนุกไหม” แซนซัสตอบกลับด้วยคำถาม
“หา...”
ในตอนนั้นเอง ชิงช้าก็เริ่มเคลื่อนไป
“ฉันถามว่า วันนี้สนุกไหม” ร่างสูงถามอีกครั้ง
“อะ...อื้อ สนุกสิ” สควอลโลตอบ “แต่นายไม่เซ็งแย่รึไง เห็นนั่งอยู่เฉย ๆ อย่างเดียว”
อีกฝ่ายไม่ตอบ
ชิงช้าสวรรค์ขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ
“โห...วิวอย่างสวยเลย!” สควอลโลนั่งเกาะหน้าต่างอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดเหมือนเด็กที่เพิ่งเคยออกมาเที่ยวนอกบ้านครั้งแรก
“ปกติก็เห็นอยู่บ่อย ๆ หรือไง ไอ้วิวจากที่สูงเนี่ย” อีกฝ่ายพูด
“ก็นั่นสิ...แต่ฉันรู้สึกว่าวิวเมืองตอนกลางคืนมันสวยขนาดนี้ก็วันนี้แหละ”
ชิงช้าสวรรค์ขึ้นสูงไปอีก
“พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับไปประชุมเหมือนเดิมแล้วสินะ” ชายหนุ่มผมยาวเอ่ย “กลับไปสู่โลกสีดำอีกครั้ง”
แซนซัสไม่ตอบอะไร
“พอมาเล่นที่นี่สักพัก ฉันก็เริ่มคิดว่าว่าถ้าพวกเราไม่ได้เป็นมาเฟีย...เป็นคนธรรมดา ๆ จะเป็นยังไงนะ” อีกฝ่ายเปรยอย่างเหม่อลอย “ทำอะไรได้อย่างเปิดเผย มีวันหยุดพักผ่อน ไปเที่ยวกับครอบครัว จัดงานเลี้ยงสังสรรค์...พวกเราแทบไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นกันเลยเนอะ...
แซนซัส นายอยากมีชีวิตธรรมดา ๆ อย่างนั้นหรือเปล่า”
สควอลโลหันมาถาม
“...ก็อยาก แต่คงไม่เอา”
ชิงช้าสวรรค์ขึ้นสู่จุดสูงสุด
“โลกสีดำเป็นโลกของฉัน เป็นของของฉัน ฉันต้องการอยู่ในโลกใบนั้น ฉันไม่เหมาะกับโลกภายนอกแบบนี้หรอก...” แซนซัสหยุดไป “...แล้วถ้าฉันไม่อยู่ สวะอย่างพวกแกจะไปกันรอดไหมนั่น”
“อะไรฟะ! ถ้าแกไม่อยู่ฉันก็จะได้เป็นหัวหน้าแทนไง!” สควอลโลสวนควับ
“เชอะ ไม่มีทาง” คู่สนทนาหัวเราะหึ ๆ
“แต่ว่านะ...ก็เพราะมีแกอยู่นั่นแหละ ฉันถึงอยู่ในโลกนั่นได้อย่างสบายใจ...”
ตูม! ตูม! ตูม!
ดอกไม้ไฟสีสันสดสวยถูกจุดแต่งแต้มท้องฟ้ายามค่ำคืน
“หา...” สควอลโลทวนคำ “เมื่อกี้นายว่าไงนะ พลุมันดัง ไม่ได้ยิน”
“...เปล่า” อีกฝ่ายเบือนหน้าหันไปมองดอกไม้ไฟ ดูเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“อารายฟร้า...” ชายหนุ่มมองออกไปดูดอกไม้ไฟอีกทาง
...จริง ๆ แล้วได้ยินชัดเต็ม ๆ แหละ
...แค่อยากได้ยินอีกรอบนึง พูดให้หน่อยก็ไม่ได้
ชิงช้าสวรรค์เคลื่อนลง
ฉลามหนุ่มเอนหัวพิงกับเบาะงีบหลับเพราะเพลียจากการเล่นสนุกมาทั้งบ่าย
“หลับไปซะแล้วเรอะ...”
เสียงทุ้มต่ำดังเข้ามาในโสตประสาทปลุกให้เขาตื่นขึ้น แต่เขาก็ลองแกล้งหลับต่อ เผื่อว่าคุณบอสจอมปากแข็งจะพูดอะไรรื่น ๆ หูออกมาอีก
“หวังว่าวันนี้คงสนุกคุ้มกับที่ฉันอุตส่าห์ไปหาบัตรเข้าฟรีมานะ”
...หา!?
“ตอนแรกกะขอแค่แผ่น 2 แผ่น ให้แกเอาไว้ไปเที่ยวฉลองวันเกิดย้อนหลัง แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ได้มาครบคน เจ้าลุซซูเรียเลยให้พามากันทั้งทีม...
...แล้วฉันจะบ่นไปทำไมวะเนี่ย ยังไงแกก็ไม่ได้ยินอยู่แล้วนี่หว่า...”
...แบบว่าได้ยินเต็ม 2 รูหูเลยคุณบอส
กึก...กึก...
หูของสควอลโลได้ยินเหมือนเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้
“ยังไงก็...สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะไอ้สวะ” เสียงต่ำ ๆ นั้นดังขึ้นอีกครั้ง “เอ้อ...สุขสันต์วันไวท์เดย์ควบด้วยเลยก็แล้วกัน เขาบอกว่าต้องให้อะไรตอบแทนด้วยใช่ไหม”
แซนซัสเลิกผมที่หน้าผากของสควอลโล
และจุมพิตที่หน้าผากนั้นอย่างแผ่วเบา
...คุณบ๊อสสส~~~!!
ชิงช้าสวรรค์ลงกลับมาที่เดิม
“มาเล่นชิงช้าสวรรค์กันอยู่ตรงนี้หรอกเรอะ! หาตั้งนาน!” เลวีตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นทั้งคู่ออกมาจากชิงช้า
แซนซัสแค่พยักหน้าเป็นคำตอบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ว่าสควอลโลนั้นพยายามเอามือถู ๆ หน้าที่ร้อนผ่าวไปหมด
“ทำไมสควอลโลหน้าแดงจัง~” เบลยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเขาผงะถอยไปข้างหลัง
“ปะ...เปล่าเว้ย!!” เขาตอบซึ่งดูยังไงก็มีพิรุธ “ฉันหลับตลอดเลยนะว้อย ไม่ได้ทำอะไรสักอย่างจริงจริ๊ง!!...เบล! ไปเล่นรถไฟเหาะกันเหอะ! เร็ว! ๆ”
“อะ...หา!?”
ไม่ทันที่เบลจะปฏิเสธ เขากับเลวีก็ถูกฉลามหน้าแดง ๆ ลากไปทางเครื่องเล่นเสียแล้ว
“เล่นแค่รอบเดียวพอน้า...! เดี๋ยวการแสดงจะเริ่มแล้ว!” ลุซซูเรียตะโกนไล่หลัง
และแล้วก็มีเสียงแหกปากของ 3 พระหน่อดังมาจากทางรถไฟเป็นระยะ ๆ
...อยากจะพูดตอบอะไรสักหน่อย แต่มันพูดไม่ออก
...ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเหมือนกันด้วย
...แต่อยากบอกอย่างหนึ่งว่า
...วันนี้ เขามีความสุขที่สุดในโลก
“ย้าฮู้ววว~~~!!!”
Fin
edit @ 17 Mar 2008 23:37:42 by accel
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
XS สุดยอด!!
XS จงเจริญ!!!!!
รักไวท์เดย์!!!!!
ช้านร้ากวันนี้ที่สุดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
“แต่ว่านะ...ก็เพราะมีแกอยู่นั่นแหละ ฉันถึงอยู่ในโลกนั่นได้อย่างสบายใจ...”
^
^
อันนี้เต็มร้อยเอาไป1000เลย!!!
อ้ากกกกกกกกก ป๋าน่าย้ากกกกกกกกกกก
อ้รากกกกก จูบหน้าผากกกกกก
น่ารักที่สุดในโลก
$^*%&(^)*{*_*__
(ขออภัย ขณะนี้สติฟั่นเฟือน ไม่สามารถสื่อสารแบบคนปกติได้)
#1 By K@De_alchemist on 2008-03-15 01:48