Judment Day - Chapter 2 : A real sorrow

posted on 23 Mar 2008 22:31 by accelerando  in Writing

มาลงฟิคต่อ ไปลงที่บอร์ดตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่ได้มาลงที่บล็อก



Chapter 1 : Pray
http://accelerando.exteen.com/20080313/judment-day-chapter-1-pray

 

Chapter 2 : A real sorrow



...เรื่องทั้งหมด...


“ถ้าเข้าใจแล้วก็สลายหายไปซะ!!!”



“ขอโทษนะ...ทุกคน” เสียงของรุ่นที่ 9 ดังขึ้น “ฉันทำไม่ได้จริง ๆ ...”



วาบ...!


เปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ...แปรี๊ยะ...

เกิดแสงสว่างวาบขึ้น ตามมาด้วยเสียงของอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เสียงปะทุของสะเก็ดไฟ และแทนที่จะเป็นไอร้อนเหมือนครั้งก่อน ๆ ครั้งนี้กลายเป็นไอเย็นที่พัดเข้ามากระทบร่าง

“ท่านี้มันอะไรเนี่ย!?”

เปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ...แปรี๊ยะ...


...เสียงของแซนซัส!? เกิดอะไรขึ้น!


“อ๊ากกก~~~!!!”


...เฮ้ย!?


“แซนซัส...!” เด็กหนุ่มฝืนลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งออกมา


เพียงเพื่อเห็นร่างของเจ้านายถูกพันธนาการอยู่ในน้ำแข็งขนาดยักษ์...


“แซนซัส!!!”


สควอลโลวิ่งเข้าไปที่ก้อนน้ำแข็งอย่างลืมตัว
แต่ความเจ็บปวดก็ทำให้ขานั้นหยุดวิ่ง ตัวล้มลงกระแทกพื้นหินที่ยังร้อนระอุ

“อึก...! โอ๊ก...!”

เด็กหนุ่มอาเจียนออกมาเป็นลิ่มเลือด บาดแผลนั้นรุนแรงจนเครื่องในของเขาย่ำแย่ไปหมดแล้ว

“โขลก! ๆ ...แฮ่ก...แฮ่ก...”

เขานอนฟุบลงไปกับกองเลือดกลิ่นเหม็น นัยน์ตาสีเงินนั้นเริ่มพร่ามัว ความรู้สึกต่าง ๆ เริ่มหายไป สมองเริ่มคิดอะไรไม่ออก อึดอัดไปหมด

“แฮ่ก...แฮ่ก...”

ร่างบางมองไปข้างหน้า ร่างของเจ้านายผู้อยู่ในน้ำแข็งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

...แซนซัสอยู่ตรงนั้น...


สควอลโลพยายามขยับตัวไปอย่างทรมาน เอื้อมมือที่เต็มไปด้วยเลือดเกรอะกรังออกไปด้านหน้า

...อีกนิดเดียว...


ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บเข้ามาอีกครั้ง ครั้งนี้มากจนเขาขยับไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

“อึ๊ก...แฮ่ก...แฮ่ก...”

เด็กหนุ่มเหยียดแขนที่สั่นระรัวออกไปจนสุดเท่าที่เขาจะทำได้ แต่ก็ยังไม่ถึงก้อนน้ำแข็ง

...ทำไมฉันถึงไปไม่ถึงนาย...

...อีกนิดเดียว...แท้ ๆ ...


แปะ...

มือของร่างเพรียวบางกระทบกับพื้นหิน พร้อม ๆ กับที่ทุกอย่างกลายเป็นสีดำสนิท




“อือ...”

เด็กหนุ่มผมสั้นสีเงินกระพริบตาช้า ๆ เขารู้สึกว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม รู้สึกว่าที่นี่ปลอดภัย

...ข้างบนนั่นคงเป็นเพดานห้อง

...เอ้อ...นี่น่าจะเป็นสายให้น้ำเกลือกับสายให้เลือด


...ฉันยังไม่ตายเหรอ...



พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นคนร่างสูงชุดสูทสีดำสนิทนั่งอยู่ข้างเตียง

“นั่น...แซนซัส...ใช่ไหม...” การเปล่งคำพูดออกมาแต่ละคำช่างยากลำบาก


“ขอโทษนะที่ต้องบอกว่าไม่ใช่”


...ไม่ใช่เสียงของแซนซัส


ฉลามหนุ่มขยี้ตา ทำให้ภาพทุกอย่างชัดขึ้น

ผู้ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยคือผู้ดูแลนอกแก๊งที่เขารู้จักดี และมีปืนพกสีดำอยู่ในมือ

“แก...ซาวาดะ...อิเอมิสึ”

“เป็นยังไงบ้าง ไอ้หนู” ฝ่ายตรงข้ามพูด “สลบไปเป็นอาทิตย์เลย แต่ก็นับว่าหนังเหนียวใช้ได้ หน่วยวาเรียตายยากสมคำร่ำลือจริง ๆ”

“...แกมาทำอะไร...ที่นี่” แม้ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าจะอยู่เหนือกว่าทั้งตำแหน่งและอาวุโส แต่เขาก็ไม่คิดจะให้ความเคารพเลยสักนิด

เพราะคนที่เขาเคารพ ผู้ที่เขายอมก้มหัวให้ ผู้ที่เขาจะติดตามไปทุกที่ มีเพียงคนคนนั้นคนเดียว...

คนคนนั้น...ที่ไม่อยู่แล้ว...


“ก็มาเฝ้านายสิถามได้” อิเอมิสึควงปืนเล่น “ฉันกับพรรคพวก 2-3 คนถูกสั่งให้มาคอยเฝ้านาย ไว้ให้หายดีก่อนแล้วค่อยพาไปไต่สวนเรื่องทั้งหมดและรับโทษ...”

แกร๊ก...!

พริบตาเดียว ปืนสีดำก็จ่ออยู่ที่หน้าผากของเด็กหนุ่ม

“แต่ก็มีคำสั่งว่าถ้าอีกฝ่ายเล่นตุกติก ให้เก็บได้ทันที” บุรุษวัยกลางคนดึงปืนกลับ เปลี่ยนท่าเป็นนั่งไขว่ห้าง “เพราะฉะนั้น ทำตัวดี ๆ หน่อยก็แล้วกันนะ”

“...เชอะ...!” สควอลโลหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน




“ดูอะไรอยู่เรอะ” ร่างบางเอ่ยถาม

ผ่านไปหลายวัน อาการของเขาก็ดีขึ้นตามลำดับ ขณะนี้เขาสามารถเดินรอบ ๆ ห้อง ทำอะไรได้เองเยอะพอสมควร แต่ส่วนใหญ่เขาก็ยังต้องนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่กับเตียง ตอนนี้ก็เช่นกัน

“รูปภรรยากับลูกชายฉันน่ะซี่...” อิเอมิสึหันมายิ้มกว้างและชูรูปให้ดูใกล้ ๆ แม้จะยิ้มอย่างนั้นแต่ก็ไม่ยอมเก็บปืนอยู่ดี “ดูสิ ๆ น่ารักทั้งคู่เลยใช่ม้า...”
“เออ ๆ” เด็กหนุ่มอือออตามน้ำไป “แค่รูปลูกเมีย ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ”

...ถ้าจะหาเรื่องคลายเครียดก็น่าจะหาอะไรที่มีสาระมากกว่านี้หน่อยสิ


“พิเศษสิ! ก็ฉันอยู่นี่แต่ทั้ง 2 คนนั่นอยู่ไกลตั้งญี่ปุ่นโน่นนน...! คิดถึงออกจะตาย” ฝ่ายตรงข้ามจูบที่รูปเบา ๆ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ “แถมงานผู้ดูแลนอกแก๊งมันอันตรายจะตาย จะอยู่รอดไปดูหน้าลูกเมียหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เฮ้อ...”

“บ้าชะมัด...” สควอลโลบ่นเบา ๆ

“ปัดโธ่...เด็กหนอเด็ก” ชายวัยกลางคนหัวเราะ “เรื่องมีคนที่รัก มีคนให้คิดถึง เรื่องอยู่เหงา ๆ หรือเรื่องที่อยู่เพื่อคนที่เราเลิฟ อะไรแบบนี้ สงสัยนายจะเด็กเกินกว่าจะเข้าใจล่ะนะ ฮะ ๆ”


จู่ ๆ ภาพของแซนซัสก็แวบเข้ามาในหัว...


“...เข้าใจสิวะ เรื่องแค่นี้...”

“หืม...” อิเอมิสึหันมาทางร่างเล็ก

ร่างผมสีเงินดึงผ้าขึ้นมาห่มและนั่งกอดเข่าหลังพิงกับหมอน


“...สมัยก่อน ฉันคิดว่าความตายมันก็แค่เรื่องเล็ก...
ฉันกวัดแกว่งดาบ ฟาดฟันกับศัตรูโดยไม่สนใจสิ่งใด คิดว่าถ้าไม่ชนะ ก็แค่ตาย เจ็บนิดหน่อยแล้วก็จบ เท่านั้นเอง...

...จนฉันได้มาพบเขาคนนั้น...

เขาทำให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป...


ตอนที่สู้กับรุ่นที่ 9 แล้วฉันเจ็บหนัก ฉันเกิดกลัวขึ้นมาเป็นครั้งแรก...
กลัวความตาย กลัวที่จะต้องจากโลกนี้ไป กลัวว่าจะต้องจากเขาไป...
ฉันตัวสั่นจนทำอะไรไม่ถูกเลย...

แต่ว่า...”

เสียงของเด็กหนุ่มขาดหายไป เขาก้มหน้าลงกับหัวเข่า
ไม่มีคำพูดต่อจากนี้อีก

สีหน้าของอิเอมิสึฉายแววกังวล แต่ก็ไม่พูดอะไร...



...TBC.
__________

ไปตัดผมมา... =w="
จริง ๆ ก็ไม่อยากตัดเท่าไหร่ แต่ไปงานเลี้ยงอำลาห้องพอดี คุณแม่เลยไล่ไปทำผมจะได้สวย ๆ
ซอยสั้นมันทั้งหัว สามารถเนียนเป็นมุคุโร่หรือโคลมได้ทันทีถ้ารวบผมทำเป็นสับปะรด (แต่หน้าไม่ค่อยให้เท่าไหร่)
ตอนสระผม คลำ ๆ ไปแล้วเสียววืด ทำไมเจอแต่กะโหลกล่ะเนี่ย เส้นผมมันหายไปไหนโหมดดด... = ="

เลี้ยงผมให้ยาวต่อไป...


เอ้อ...จากเอ็นทรีที่แล้ว
ทั้งอายาคาชิและโมโนโนเกะสามารถหาดูได้ในยูทิวบ์ ชัดใช้ได้ ซับอังกฤษ พิมพ์ ayakashi หรือ mononoke แล้วหา ๆ เดี๋ยวก็เจอ
รอโหลดหน่อย แต่ก็ได้ดูสมใจล่ะนะ -w-

edit @ 24 Mar 2008 15:13:45 by accel

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อุ๊บส์ XS
แต่งสำนวนดีจัง
สควอโล่อยู่เพื่อป๋า

ป๋าขา ป๋า~

ปล. ซอยจนเป็นมุคุโร่เลยเหรอ? คึหึๆๆ อยากเห็นจัง

#1 By BloodyRabi on 2008-03-24 14:42

โฮวกกกกก =[]=b! สควอลลี่ผู้น่าสงสาร... เห็นด้วยกับเม้นต์ราบิจัง =w=b! สควอลลี่อยู่เพื่อป๋า!!!
ส่วนอิเอมิสึนี่... พออ่านๆไปชักนึกถึงอิมเมจรักครอบครัวแบบฮิวจ์ใน FMA เลยค่ะ =w=b! ยังไงก็รอตอนต่อไปค่า~~~

ปล.หมู่นี้เห็นคนไปซอยกันเยอะจังเลยค่ะ *w* สงสัยทรงสัปปะรดจะอินเทรนด์ กร๊ากกก

/me โดนตบ
กรี๊ดดดด อย่าซึมนะหลามน้อยเด๋วป๋าแสนแกก็กลับม๊า

#3 By แมงง่องแง่ง (202.149.25.201) on 2008-10-13 22:29