รูปอาจจะไม่ค่อยมีเท่าไหร่ (แน่ใจ? = =") เพราะอากาศไม่ค่อยดี เลยไม่ค่อยได้ถ่ายเท่าไหร่ แถมขี้เกียจหิ้ว ๆ หอบ ๆ กล้องไปเหมือนกัน เอาไว้จะชักภาพมาเยอะ ๆ แล้วมาลงโครมเดียว


ต่อจากเอ็นทรีที่แล้ว
ตอนนั้นก็เริ่มมีนักเรียนชาติอื่นเดินเข้ามาแถว ๆ นั้น
มีบางคนเข้ามาถามหาพวกเพื่อนบางคน พอคนที่ถูกเรียกเข้าไปคุย ก็ปรากฏว่าอยู่บ้านโฮสต์เดียวกัน ก็เฮกันใหญ่

ตอนบ่าย อาจารย์ก็พาไปเดินรอบมหาวิทยาลัยกัน
อาจารย์มี 2 คน ชื่อคาเรนกับเวอร์จิเนียร์ (ทุกคนเรียกกันว่า อาจารย์จินนี) พาเด็ก ๆ เดิน ย่ำอย่างไว แทบจะต้องวิ่งตาม เหนื่อยสุด ๆ รูปเลยขี้เกียจถ่าย เพราะกว่าจะควักมือถือมาเล็งถ่าย (ไม่ได้พกกล้องไป) อาจารย์ก็เดินไปไกลลิบแล้ว เดินตามไม่ทัน
มหาวิทยาลัยที่นี่ต้นไม้เยอะมาก มีถนนขึ้น ๆ ลง ๆ เนิน ยิ่งกว่าลานเทเลทับบี แล้วก็ไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถรับส่ง พึ่งพลังขาตัวเองอย่างเดียว

มีร้านค้า เรียกกันว่าพลาซา ขายของจิปาถะ พวกเราก็ไปซื้อบัตรโทรศัพท์กันที่นี่ มีหลายราคาเหมือนกัน เราซื้อแบบ 10 เหรียญ (ประมาณ 300 บาท) โทรได้หลายชั่วโมงเหมือนกัน รู้สึกซื้อบัตรโทรศัพท์แล้วโทรกลับบ้านนี่จะเป็นวิธีที่ถูกที่สุดแล้วที่จะติดต่อกับทางบ้านถ้าไม่นับส่งเมลหรือเล่นเอ็ม บริเวณนั้นก็เป็นลาน มีโต๊ะพร้อมร่มไว้สำหรับนั่งกินข้าว มีร้านหนังสือด้วย ยังไม่ได้แวะเข้าไปดูเลยว่ามีอะไรบ้าง กะไว้ว่าถ้าเจอหนังสือถูกใจจะซื้อกลับทันทีแบบไม่ต้องคิด เพราะคงหาที่เมืองไทยไม่ได้ และถึงมีก็คงแพงกว่าเพราะบวกภาษีอะไรอีกเพียบ

ตรงลานนั้นก็มีร้านขายอาหารไทยด้วย มีตราการบินไทยโชว์หรา ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร รับมาจากการบินไทยมั้ง... = ="a เฮกันใหญ่ พูดกันว่าตูไม่อดตายแล้ว ฮ่า ๆ

เดินขึ้นเนินกันอย่างเมื่อย แล้วก็พบกับห้องสมุด ใหญ่ดี หนังสือเพียบ มีให้เดินลงไปชั้นล่างสำหรับดูหนังฟังเพลงด้วย ป้ายเขียนไว้ว่าปิด 3 ทุ่ม

เดินไปดูบาร์ อาจารย์บอกว่ามีแสดงดนตรีตอนกลางคืนด้วย อยากมาดูเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าจะได้มาหรือเปล่า กลางคืนไม่กล้าไปไหนน่ะ ก็ดูเหมือนร้านอาหารแต่โต๊ะจะเล็ก ๆ แล้วก็มีเคานท์เตอร์ให้นั่ง มีโต๊ะสนุกเกอร์ให้เล่นด้วย แล้วรู้สึกว่ามีพวกตู้ขายของอัตโนมัติเยอะเหมือนกัน ขายพวกขนมถุงละเหรียญอะไรทำนองนี้

ออกมาเดิน ๆ ย่ำ ๆ ต่อ อาจารย์พาเดินลัดสนามหญ้าที่กว้างสุดยอด พอถามก็ได้ความว่าเป็นสนามสำหรับเล่นฟุตบอลหรือรักบี้ มีนกแก้วสีชมพูเดินเตาะแตะ ๆ น่ารักสุด ๆ แล้วก็มีเป็ดเดินเล่นกันเป็นฝูงแถวนั้นด้วย แล้วก็เดินผ่านบึงเล็ก ๆ มีป้ายปักเอาไว้ว่าห้ามว่ายน้ำ ฮ่า ๆ ที่นี่ให้เป็ดว่ายได้อย่างเดียว

ตรงใกล้ ๆ บึงตรงนั้นก็มีศูนย์ช่วยเหลือโคอาลา อาจารย์บอกว่ามีรถพยาบาลด้วย ถ้ามีโคอาลาบาดเจ็บก็จะพามารักษาที่นี่ พอหายดีก็จะปล่อยกลับเข้าป่าไป แต่ก็มีโคอาลาอยู่ตัวหนึ่งที่จะต้องอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต เป็นโคอาลาที่ถูกรถชนแล้วตาบอด ปล่อยกลับไปมีหวังไม่รอด ก็เลยต้องอยู่ที่ศูนย์นี้ตลอดไป

Photobucket
ตัวนี้แหละ เห็นไม่ค่อยชัดเลยวุ้ย... - -"

แล้วก็เดินกลับตึกเรียนกัน เพราะใกล้ 4 โมงแล้ว พวกโฮสต์จะเริ่มมารับนักศึกษาเหมือนรับเด็กอนุบาลกลับบ้าน ฮ่า ๆ

Photobucket
ระหว่างทาง ตอนนี้เดินอยู่ตรงริม ๆ เขตมหาวิทยาลัย ด้านนอกก็เป็นที่ส่วนบุคคลธรรมดา เห็นม้า 3 ตัวเดินไปเดินมาด้วย สุดยอด > <

ระหว่างทางอันแสนจะวกวน เลี้ยวเข้าซอยนั้น ออกซอกนี้ ก็เดินทะลุสวนสมุนไพร

Photobucket
เขาทำหรูหราอลังการกว่าสวนสมุนไพรโรงเรียนเราหลายร้อยพันเท่า

อาจารย์บอกว่าที่นี่เป็นที่ปลูกพืชสมุนไพรของพวกนักเรียนแพทย์ทางเลือก

...มีคณะแพทย์ทางเลือกด้วย!! ไหนบอกว่ามหาวิทยาลัยนี้ไม่มีคณะแพทย์ไง ก็มีนี่หว่า...ถึงมันจะทางเลือกก็เหอะ

เหมือนจะมีต้นไม้ไทย ๆ อยู่ในนั้นด้วย จำไม่ได้แล้วว่าต้นอะไร

Photobucket
ถ่ายมาได้ชนิดเดียวเพราะต้องสาวเท้าก้าวตามอาจารย์ ของจริงสีมันสวยกว่านี้ เซ็งกับกล้องมือถือเหลือเกิน

เดินทะลุตึกคณะแพทย์ทางเลือกกันนี่แหละ มองผ่านกระจกเห็นกำลังเรียนกันอย่างขะมักเขม้น ตึกสวยดี มีห้องสำหรับนวดกับฝังเข็มด้วย

 Photobucket
ต้นไม้ชื่ออะไรก็ไม่รู้ ปลูกอยู่ที่นี่ อาจารย์บอกว่าเป็นพืชท้องถิ่นของที่นี่ มีที่ออสเตรเลียที่เดียว เป็นพืชที่เมื่อมีผลมันจะสืบพันธุ์ไม่ได้ จนกว่าจะมีไฟป่าเผา พอไฟถูกผล ๆ ก็จะแตกออกแล้วเมล็ดจะกระจายไป อาจารย์บอกอีกว่าพอมันมาอยู่ในมหาวิทยาลัยก็ต้องช่วยกันเอาผลมาจุดไฟเผา
แปลว่าป่าออสเตรเลียท่าทางจะมีไฟป่าบ่อยแฮะ - -a


กลับกันมาที่ตึกเรียน โฮสต์ก็เริ่มทยอยมารับนักศึกษาทีละคน ๆ โดยจะถามหาชื่อของเด็ก ๆ แล้วพวกที่อยู่แถวนั้นก็จะช่วยกันเรียก  บางบ้านก็จะได้อยู่กับคนต่างชาติด้วย เช่นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น

และแล้ว ก็มีคุณป้าผมทองเดินมากับผู้หญิงหน้าตาเอเชียคนหนึ่ง...

เราก็เดินเข้าไปถาม ถามว่านักเรียนที่จะอยู่ด้วยชื่ออะไร

คุณป้าก็บอกว่า จำไม่ได้...ซะงั้นอะ =w="
แล้วคุณป้าก็เลยบอกว่า ป้าชื่อไดแอน


โป๊ะเชะ!!! >[]<d ใช่เลย! โฮสเรานี่เอง!!


เราก็บอกเลย ยูเป็นโฮสต์ไอ อะไรงี้ไป
สรุปแล้ว พี่ผู้หญิงที่เดินมาด้วยกันเป็นนักศึกษาเกาหลี พี่เขาอยู่บ้านเดียวกับเรา  พี่เขาชื่อชีอา (ชื่อน่ารัก >w<) แต่คุณป้าเรียกซูลา (คงถนัดปากมากกว่า) พี่บอกว่ามันเรียกยาก ให้เราเรียกพี่เขาว่า แอนนา ก็แล้วกัน

ได้อยู่กับคนเกาหลีด้วย โอ้ววว...เยสสส!!! >3<d

เราก็เรียกพี่เขาว่าแอนนาไป ส่วนคุณป้ากับพี่เขาจะเรียกชื่อจริงเราเลย เพราะชื่อเล่นเราอ่านยากกว่าชื่อจริงอีก เห็นพวกเพื่อน ๆ ก็คิดชื่อฝรั่งให้ทางโฮสต์หรืออาจารย์เรียกกัน เราก็ขี้เกียจแฮะ ชื่อจริงมันไปก็แล้วกัน ชื่อที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งให้ ภูมิใจดีออก ฮ่า ๆ

แนะนำตัวกันสักพักก็ขนของไปขึ้นรถ  รถของคุณป้าเป็นรถตู้ ดูจากข้างนอกก็ดูธรรมดา ๆ แต่พอเปิดไปข้างในนี่ถึงกับอึ้งทึ่งเสียว (คิดอยู่ว่าจะมีปัญญาถ่ายรูปมาให้ดูกันได้หรือเปล่า เหอ ๆ)
เก้าอี้ด้านหลังที่ควรจะมี 6 ตัว (ใช่ปะ รถตู้อะ) คุณป้าดัดแปลงให้เหลือที่นั่งริมประตูที่เดียว ที่เหลือเป็นตู้ เป็นชั้น กับของอีกสารพัดอย่าง แล้วอุดมไปด้วยของประดับตกแต่งแนวเอเชียไม่ว่าจะผ้าม่าน ตุ๊กตา ผ้าปูต่าง ๆ นา ๆ สีสันจี๊ดได้ใจสุดยอด

คุยกันไปเรื่อย ๆ ก็ถามว่าคุณป้าทำงานอะไร เห็นในใบเอกสารบอกว่า designer แล้วดีไซน์อะไรเหรอ คุณป้าก็หยิบแผ่นกระดาษเคลือบพลาสติกมาให้ดู พร้อมกับอธิบาย

เป็นแผ่นโฆษณาเสื้อผ้าสำหรับสุนัข... O3O"

ก็คือ คุณป้าเป็นช่างตัดเสื้อสำหรับหมานี่เอง มีรูปให้ดูด้วย หมาสวมชุดน่ารักน่ากอดทุกตัว


กลับมาถึงบ้าน ที่หน้าบ้านรกไปหมด เต็มไปด้วยอุปกรณ์ก่อสร้าง คุณป้าบอกว่าตอนนี้กำลังต่อเติมหลังคาอยู่ สักอาทิตย์หนึ่งน่าจะเสร็จ
คุณป้าบอกว่าจะพาพี่แอนนาไปซื้อรองเท้าแตะสำหรับสวมในบ้านเพราะพี่เขาไม่มี เราก็เลยขอตามติดไปด้วย เพราะเราก็ไม่มีเหมือนกัน

บ้านเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ทางเดินมีอยู่นิดเดียวนอกนั้นเป็นห้อง ของตกแต่งผสมทุกประเทศจากทุกมุมของโลก แต่ที่เห็นเยอะ ๆ จะเป็นของจากญี่ปุ่น ที่บ้านคุณป้ามีกิโมโนแขวนอยู่ มีตุ๊กตาวันเด็กญี่ปุ่น ภาพภู่กันแขวนอยู่ในห้องนั่งเล่น ฯลฯ

เข้ามาที่ห้อง ในห้องนี่เป็นแนวผสมเหมือนกัน ม่านแบบญี่ปุ่น ๆ จีน ๆ เตียงฝรั่ง โซฟา หมอนอิงกับพรมอินเดียได้ใจ เอาไว้จะถ่ายรูปบ้านมาให้ดูอีกที

เหวี่ยงกระเป๋าเสร็จก็ไปซื้อของ เขาเรียกว่าห้างเซนทรัลอะไรสักอย่างจำไม่ได้ ของขายเพียบเหมือนพวกบิ๊กซี โลตัสบ้านเรา ก็ได้รองเท้าแตะหนังกลับบุขนปุย ๆ ด้านในมา  1 คู่ ซื้อแบบลดราคาแล้ว (วิญญาณมามอนเข้าสิงอย่างแรง ตอนนี้) เหลือ 11 เหรียญ

กลับบ้าน เนื่องจากเราทำอาหารไม่เอาอ่าว ไม่มีร้านอาหารมีสิทธิ์อดตาย อะไรแบบนั้น เราก็เลยช่วยโฮสต์ทำกับข้าวได้แค่เป็นลูกมือคอยหั่นผักอย่างเดียว เขาถามเหมือนกันว่ากินเผ็ดได้ไหม พอเราบอกว่าไม่ได้ เขาก็บอกประมาณว่า โอ...แย่จัง ไอกับซูลาชอบกินเผ็ดกันมาก ๆ เลย

...ปัจจุบันฝรั่งเขาพัฒนาชอบกินเผ็ดกันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วเรอะ เห็นถามกี่คน ๆ ก็บอกว่าชอบกินของเผ็ด = ="

ข้าวเย็นวันแรก ประเดิมด้วยผัดผักใส่ไก่กินกับหมี่ขาว (ออสเตรเลียมีหมี่ขาว โอ๊ววว!!! O[]O) เป็นกับ แล้วมีข้าวญี่ปุ่นใส่ถ้วย กินโดยใช้ตะเกียบคีบ...กินไปคิดไปว่านี่ตูมาออสเตรเลียหรือญี่ปุ่นฟะ

กินเสร็จ จะช่วยคุณป้าล้างจาน กลายเป็นว่าเราได้แต่ดูคุณป้าล้าง เพราะว่าวิธีการล้างแนวมาก ๆ
ก่อนอื่นใช้จุกอุดรูซิงค์น้ำ เปิดก๊อกใส่น้ำท่วม ๆ จาน แล้วบีบน้ำยาล้างจานตามลงไป
เอาแปรงขัด ๆ ถ้วยชาม จากนั้นก็เปิดก๊อกน้ำร้อน ซึ่งก๊อกน้ำร้อนฝรั่งนี่ร้อนแบบควันขึ้นแทบใช้ต้มมาม่าได้

คุณป้าเอาจานที่ขัดแล้วล้างในน้ำร้อนนั่น โดยน้ำมันก็โดนมือเต็ม ๆ แต่คุณป้าไม่สะเทือนสักนิด ล้างหน้าตาเฉย =[]="

...วิธีนี้คุณป้าสงวนลิกขสิทธิ์ ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด

แล้วเห็นขัดอย่างไว นิด ๆ แล้วลวกน้ำร้อน วางใส่ที่พักจาน มันก็ไม่สะอาดเอี่ยมอ่องปิ๊งเหมือนตามโฆษณาน้ำยาล้างจานเมืองไทยอะนะ แต่คุณป้าเขาก็ไม่สนใจ เราก็เลยตามเลย ช่างมันเหอะ =w="
ไม่แน่นะ กลับเมืองไทยไปเมื่อไหร่ เราอาจจะเป็นจอมยุทธเอามือกระซวกน้ำร้อนแล้วไม่สะดุ้งสะเทือนก็เป็นได้ เหอ ๆ แต่ไม่เอาดีกว่า ล้างน้ำเย็นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว

เสร็จแล้ว เราก็รีบปรี่เข้าหาเปียโนก่อนเลย คุณป้าบอกว่าเปียโนเก่ามาก แถมแป้นก็แข็งโป๊ก บางแป้นเสียงไม่ออกอีกต่างหาก พอเล่นแล้วถึงรู้ซึ้ง อูยยย...เมื่อยมือ
พี่แอนนาก็มานั่งเล่นแถวนั้นด้วย แล้วคุณป้าก็โชว์ฝีมือดนตรี คุณป้าเทพทุกอย่าง ทั้งไวโอลิน แมนโดลิน เปียโน กีตาร์ แบนโจ แอคคอร์เดียน สุดยอดมากมาย

จากนั้นก็อาบน้ำนอน ห้องน้ำก็ตกแต่งได้น่ารัก อาบฝักบัวมันนี่แหละ แต่ต้องมานั่งปรับ ๆ หมุน ๆ ก๊อกน้ำเย็นกับน้ำร้อนให้ผสมกันอุ่นพอดีอยู่นานเหมือนกัน

ก็นอนเร็วกว่าที่เมืองไทย แต่ตอนนี้ผ่านมาจะ 1 อาทิตย์นี่ ยังรู้สึกว่ายังไม่ชินเวลาสักที jet lag ไม่เลิก


มาอัพทุกวันคงไม่ไหวแฮะ เล่าเรื่องเรียนคนอ่านก็หลับกันพอดี ถ้ามีเรื่องอะไรเด็ด ๆ มัน ๆ จะมาบอก ๆ ก็แล้วกันนะ

Comment

Comment:

Tweet

ภาพสวยงามมาก ชอบๆ