มีสาระกันสักเอ็นทรี (แน่ใจเรอะ...?) มาอัพก่อนกลับเมืองไทย เอาไว้อ่านกันเล่น ๆ ประดับความรู้หรือเผื่อใครจะไปออสเตรเลีย จะได้อ่านนำไปก่อนจะได้เตรียมตัวถูกไง


1. ออสเตรเลียเป็นทวีปซีกโลกใต้ ชาวบ้านเขาหน้าร้อน ที่นี่เป็นฤดูใบไม้ร่วง
2. ถึงอากาศจะเย็น แต่แสงแดดเข้มสุด ๆ (เชื่อแล้วว่าออสเตรเลียมีรูโหว่โอโซน) ดังนั้น อุณหภูมิในร่มกับกลางแจ้งจะต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แว่นดำกับครีมกันแดดใช้ไปเถอะ แล้วก็ควรเดินหลบแดดบ่อย ๆ ก่อนที่จะเป็นมะเร็งผิวหนัง
3. เขาว่ากันว่า วันไหนหมอกลง อากาศจะดี และถ้าวันไหนร้อนผิดปกติ ฝนอาจจะตก

Photobucket
ตอนหมอกลงมันก็อากาศดีจริง ๆ นั่นแหละ

4. เพราะว่าเป็นซีกโลกใต้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตกจะสะท้อนแสงเห็นเมฆเป็นสีชมพูกับสีม่วง สวยแบบไม่ต้องใช้ CG

Photobucket

5. รุ้งกินน้ำเห็นเป็นครึ่งวงกลมชัดสวยสุดยอด จะเห็นรุ้งกินน้ำ 2 วงซ้อนกัน โดยวงนอกจะจางกว่าวงใน

Photobucket

6. ตอนกลางคืนเห็นดาวชัดมาก ถ้าฟ้าโปร่งเห็นทางช้างเผือกได้เลย โรแมนติกได้ใจ ขอรับประกัน
7. ดาวซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้ไม่เหมือนกัน ที่นี่จะเห็นดาวกางเขนใต้ชัดแจ๋ว
8. ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องโอปอลกับพวกคริสตัล แต่ก็ขายค่อนข้างแพง
9. ที่นี่เขาอณุรักษ์ต้นไม้ค่อนข้างจริงจัง มีต้นไม้อยู่เพียบทุกซอกตึก
10. เขาว่ากันว่า จิงโจ้ที่นี่ก็เหมือนหมาจรจัดที่เมืองไทย มีเต็มไปหมดแถมโดนรถชนออกบ่อย แต่ส่วนใหญ่จะออกมากระโดดเล่นตอนเช้าสัก 6-7 โมง คนตื่นสายแบบเราหมดสิทธิ์จะเห็น
11. เขาว่ากันว่า ตามต้นยูคาลิปตัส มองดี ๆ บางทีจะเห็นโคอาลาเกาะอยู่ แต่เรายังไม่เห็นสักตัว
12. เพื่อนเราบอกว่ากระต่ายเยอะ แต่เราก็ยังไม่เห็นเหมือนเดิม
13. นกออสเตรเลียไม่กลัวคน เดินเข้าไปหาใกล้ ๆ ก็ยังเฉย
14. นกแก้วสีแปร๊ดสุดยอดยังกับเอาสีโปสเตอร์มาแต้ม เห็นได้ทั่วไปในเมือง มักจะมากันเป็นคู่ไม่ก็มาเป็นฝูง
15. แล้วเขาไม่ได้เรียกนกแก้วว่า parrot เขาเรียกว่า lorikeet, parakeet ไม่ก็ cockatoo ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่ามันต่างกันตรงไหน
16. ที่เมืองไทยมีป้ายระวังวัวความข้ามถนน ที่นี่มีป้ายระวังโคอาลากับจิงโจ้ข้ามถนน
17. ไปทะเลถ้าโชคดีจะเจอปลาโลมาว่ายอยู่ใกล้ ๆ ฝั่ง แต่เราเห็นแค่ตอนไกลลิบ ๆ
18. ฉลามดุ เขตไหนมีป้ายเตือนก็อย่าริลองของ
19. เขาห้ามมีสิ่งก่อสร้างใหญ่ ๆ ใกล้ชายหาด ดังนั้นหาดจะไร้ซึ่งร่มและเก้าอี้พับ และทรายชายทะเลที่นี่ละเอียดเหมือนแป้งเลย
20. คนอะบอริจินมีอยู่แค่ 2% ของประชากรทั้งหมด
21. ยีนของคนอะบอริจินไม่เหมือนพวกเรา ยีนเขาทนแอลกอฮอล์กับโรคเช่น โรคไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ อาจถึงตาย ดังนั้นห้ามพาเพื่อนเชื้อสายอะบอริจินไปกินเหล้า แล้วถ้าเราป่วยก็ไม่ต้องให้เขามาเยี่ยม
22. ที่นี่มีข้าวสวยให้กิน ไม่ต้องกลัวอด แต่ข้าวจะแปลก ๆ แล้วแต่ว่าเป็นข้าวชนิดไหน มีทั้งแบบเม็ดกลม ๆ เหนียว ๆ ไปจนถึงเม็ดยาว ๆ แข็ง ๆ
23. เตาทำกับข้าวเป็นเตาไฟฟ้า
24. เมืองไทยเวลาทอดอาหารใช้น้ำมันพืช ที่นี่มีใช้เนย ครึ่งต่อครึ่ง
25. ชีสอร่อย ถ้ามีโอกาสก็กินซะ เมืองไทยมันแพง
26. ผักผลไม้คล้าย ๆ เมืองไทยแต่ขนาดต่างกันอย่างแรง ที่นี่คื่นช่ายต้นหนาเป็นนิ้วยาวเป็นศอก กะหล่ำหลีขนาดพอ ๆ กับหัวเด็ก กล้วยหอมเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นนิ้วยาวเกือบฟุต และกล้วยเล็บมือนาง (lady’s finger จริง ๆ เขาบอก) ขนาดเท่ากล้วยน้ำว้าบ้านเรา
27. ส้มมีแบบ orange กับ mandarin โดยแบบแรกจะลูกใหญ่กว่ากำปั้น เปลือกหนาเตอะ ต้องหั่นแทนการปอกกิน ส่วนอย่างหลังก็เป็นส้มลูกเล็ก ๆ แบบส้มเมืองไทย แต่อร่อยสู้ไม่ได้
28. มะนาวก็มี 2 แบบ มี lemon กับ lime อย่างแรกลูกใหญ่น้ำเยอะแต่รสออกหวาน อย่างหลังก็มะนาวเหมือนเมืองไทย แต่ลูกใหญ่กว่า
29. แอ็ปเปิลถูกสุดหูรูด กิโลกรัมละ 2 เหรียญกว่า ๆ ก็ประมาณ 60-70 บาท และอร่อยสุดยอด
30. ผลไม้ที่นี่ส่วนใหญ่บ่ม + ผ่านสารเคมี มาทั้งนั้น แต่ก็มีพวก organic ที่ปลอดสารเคมี ปล่อยให้สุกเอง อะไรทำนองนี้ แล้วก็จะแพงกว่าซะงั้น
31. แตงกวาที่นี่มีหนาม...จริง ๆ

Photobucket
เอาอีกรอบ

32. เมล็ดฝิ่นกินได้ ใส่ได้ทั้งของคาว-หวาน และกินแล้วไม่ติด
33. ที่นี่มีชื่อเรื่องถั่วแม็คคาเดียเมียกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์
34. แม็คคาเดเมียราคาปานกลาง แต่เวลากลายเป็นเนย (แบบเนยถั่ว) ราคาจะแพง
35. น้ำผึ้งมีขายเกลื่อน รสหอมหวานแบบผู้ดี มีโอกาสก็กินซะ
36. ช็อกโกแล็ตถูกกว่าเมืองไทยไม่เท่าไหร่ แต่มีให้เลือกเยอะและอร่อยกว่าเป็นกอง
37. มีช็อกโกแล็ตรสพริก เวลากินแล้วจะหวาน ๆ ขม ๆ ช็อกโกแล็ตก่อน แล้วจะเผ็ดพริกตามมา แต่เผ็ดนิดเดียว
38. มีร้านไอศกรีมอยู่ทั่วไป มีทั้งแบบยี่ห้อและโฮมเมด ราคาพอ ๆ กัน ส่วนใหญ่เริ่มที่ scoop ละ 3.5 เหรียญ และถ้าจะเพิ่มก็เพิ่มอีก scoop ละ 50 เซนต์ ไอศกรีมเขาเหนียวกว่าบ้านเรา ตักโปะซ้อน ๆ กันได้หลายชั้น 39. ไอศกรีม wall ที่เมืองไทย ที่นี่เรียกว่า street และรสชาติอร่อยกว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว ดังนั้น กินมันไปเหอะ
40. คุกกี้ขายชิ้นละประมาณ 2.5 เหรียญ แต่ขนาดเท่า ๆ กับฝ่ามือ (ไม่รวมนิ้ว) และหนาเป็นเซ็นต์ กินกับน้ำชาแทนข้าวได้เลย มีพวกทาร์ตชิ้นเล็ก ๆ เหมือนกัน ประมาณ 2 เหรียญต่อชิ้น แพงพอดู
41. ขนมเค้กประจำชาติออสเตรเลียคือ Lamingtons เป็นขนมเค้กฟองน้ำชุบช็อกโกแล็ตคลุกมะพร้าวขูด
42. น้ำขวดราคาพอ ๆ กับโค้กหรือแป็บซี่ (3-4 เหรียญ) เพราะฉะนั้น กินน้ำก๊อกดีที่สุด (น้ำก๊อกที่นี่กินได้) ไม่ก็หาขวดมากรอกใส่เก็บไว้กิน
43. ที่นี่ชอบกินน้ำชา แทบทุกบ้านจะมีถุงชาเป็นกล่อง ๆ เราก็ดื่มชาไปกับโฮสต์จนติดชาไปแล้ว
44. การทำอาหารไว้เยอะ ๆ แล้วยัดตู้เย็นเก็บไว้กินนาน ๆ เป็นเรื่องธรรมดา พาสตาข้ามอาทิตย์เราก็กินมาแล้ว
45. ของทาขนมปังขึ้นชื่อของออสเตรเลียคือ Vegemite หน้าตาเหมือนช็อกโกแล็ตเป๊ะแต่รสชาติทั้งขมทั้งเค็มแบบจัด ๆ เขาแนะนำมาว่าให้โปะเนยที่ขนมปังเยอะ ๆ ก่อนแล้วทาเจ้านี่ให้บางเฉียบถึงจะอร่อย แต่เราก็ไม่ชอบอยู่ดี
46. มีแยมกระเจี๊ยบ อย่างอร่อย ทำไมเมืองไทยไม่มีบ้างฟะ...พืชเมืองร้อนไม่ใช่เรอะ
47. ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้กินอาหารไทย ร้านอาหารไทยมีเยอะมาก ขนาดเรามาอยู่เมืองเล็กกระจิ๋วยังมีร้านอาหารไทยในมหาวิทยาลัย
48. อาหารฟาสต์ฟูดนอกจากแฮมเบอร์เกอร์ก็คือฟิชแอนด์ชิพส์ เป็นปลาชุบแป้งทอดกับเฟรนช์ฟรายด์แท่งหนา ๆ ควรสั่งสลัดมากินควบด้วยจะอร่อยกว่า แล้วก็มีปลาหมึกชุบแป้งทอดกับเฟรนช์ฟรายด์เหมือนกัน
49. กินข้าวนอกบ้าน แบบราคาไม่ทรมานกระเป๋าสตางค์ก็มื้อละประมาณ 5-10 เหรียญ ไม่นับค่าน้ำกับขนมนะ
50. ไปกินอาหารตามร้าน ถ้าบนโต๊ะอาหารไม่มีพวกซอสอยู่ การขอซอสถือเป็นเรื่องไม่ค่อยสุภาพ เหมือนกับว่าอาหารร้านเขาไม่อร่อยต้องเอาซอสมาใส่เพิ่มถึงจะกินได้ อะไรแบบนั้น
51. พื้นบ้านปูพรมเกือบหมดเพราะอากาศเย็น
52. เวลาสร้างบ้านบางทีจะไม่ปรับพื้นถมที่ให้เรียบเป๊ะ แต่จะคงสภาพเนินเขา, ทางลาด ฯลฯ เอาไว้ แล้วสร้างบ้านให้พอดีกับพื้น ประมาณพื้นเอียง ทำบันได แต่ตัวบ้านตั้งตรง บ้านทุกบ้านก็จะมีสไตล์ต่างกันไปตามสภาพพื้น เราว่าน่ารักดีนะ
53. ฮีตเตอร์กินไฟ ไม่หนาวจริงไม่ใช้
54. สิ่งทำความสะอาดทุกชนิดจะฤทธิ์อ่อนหมด ไม่ว่าจะน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ฯลฯ
55. เครื่องล้างจานกินไฟ (อีกแล้ว) ใช้มือ 2 ข้างนี่แหละประหยัดสุด
56. น้ำยาล้างจานสำหรับเครื่องล้างจานจะเป็นก้อน ๆ ใส่ซองเหมือนซองขนมปังกรอบ ดูให้ดีก่อนแกะก็แล้วกัน
57. อินเตอร์เน็ตแพงโคตร! ๆ (ขอหยาบหน่อย อัดอั้นเรื่องนี้มานาน) แถมดาวน์โหลดกับอัพโหลดอะไรไม่ได้ (แล้วจะติดเน็ตทำเพื่อ...) แต่ถ้าอยากทำแบบนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีก ที่เรามาอัพบล็อกอัพรูปอยู่ได้นี่เพราะว่าพึ่งเน็ตม.
58. ทีวีโฆษณาเยอะมากกก...!!!
59. มีรายการที่ให้ผู้ชมโหวตผู้เข้าแข่งขันทางมือถือเหมือน Academy Fantasia, The Star แต่เขาไม่ได้ประกวดร้องเพลง เขาประกวดเต้น
60. ละครออสเตรเลียมักเป็นแนวสืบสวนสอบสวน เครียดนิดตื่นเต้นหน่อย ไม่เหมือนไทยที่น้ำเน่าทั้งปีทั้งชาติ
61. ที่นี่ความเป็นเอเชียกำลังบูม มีร้านขายของแนวตะวันออกไม่ว่าจะเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานฝีมือ หรือเครื่องหอมเยอะมาก (ขายแพงด้วย ซื้อบ้านเราดีกว่า) อาหารเอเชียขายดิบขายดี ศาสนาพุทธมาแรงแซงโค้งชนิดมีศูนย์ปฏิบัติธรรม

Photobucket
ร้านแบบนี้มีให้เห็นเยอะ ถ่ายติดรุ่นพี่มาด้วย

62. วันหยุดร้านค้าชอบเปิดตอนเช้าแล้วปิดตอนบ่าย จะเที่ยวก็ต้องรีบตื่นหน่อย
63. ร้านที่จะเปิดนานกว่าชาวบ้านก็คือร้านอาหาร
64. ร้านอาหารเมืองไทยส่วนใหญ่จะมีบริกรมาจดรายการอาหาร แต่ที่นี่มักจะบริการตัวเอง ไปสั่งไว้ก่อนแล้วมานั่งรอสักพักค่อยไปรับอาหาร (บางร้านมีนาฬิกาจับเวลาให้ถือไว้ ไม่ก็ให้บัตร, ป้ายคิว) แบบมีบริกรไม่ค่อยมีให้เห็น
65. เขาอณุรักษ์ตึกเก่า ๆ ไว้ แต่ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ มีประปราย
66. โบสถ์ต่างจากวัดคือถ้าไม่มีคนเข้าจะอยู่ไม่ได้ ต้องเซ้งในที่สุด...เหมือนมันเป็นธุรกิจอะไรสักอย่างเลยเนอะ
67. ร้านหนังสือมีทุกหัวมุมถนน
68. หนังสือที่จะกินพื้นที่ไปครึ่งร้านแทบทุกร้านคือหนังสืองานฝีมือ ทำอาหาร และทำสวน ถ้าเป็นเมืองไทยคงเป็นหนังสือนิยายรัก ๆ ที่อัดไปด้วย emoticon
69. หนังสือราคาค่อนข้างแพง แต่คุณภาพหรูเลิศ งานนี้เรายอมทุ่ม หมดไปประมาณ 150 เหรียญก็เพราะหนังสือนี่แหละ เป็นหนังสือวาภาพทั้งนั้น กลับไปเมืองไทยต้องขยันวาดภาพหน่อยแล้ว (อย่างกับมันว่างนักนั่น... = =") เดี๋ยวไม่คุ้มราคาหนังสือ
70. หนังสือถ้ามีตำหนินิดเดียวเขาจะลดราคาลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งทันที ชอบก็ตรงนี้แหละ รุ่นพี่เราได้หนังสือประวัติศาสตร์ปกแข็งเล่มหนาเตอะในราคา 20 เหรียญจากราคาจริง 40 เหรียญเพราะหน้าปกเป็นรอย แต่ข้างในยังดีทุกอย่าง ส่วนใหญ่เขาจะวางหนังสือลดราคาแบบนี้ไว้หน้าร้าน เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนงบน้อย
71. หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นหรือของแถว ๆ เอเชียเขาไม่เรียก comic เขาเรียกว่า manga
72. เขาคิดว่าหนังสือการ์ตูนเป็นหนังสือสำหรับเด็กเท่านั้น หนังสือการ์ตูนจะหาค่อนข้างยาก ยิ่งการ์ตูนญี่ปุ่นจะหายากมากถึงมากที่สุด มีแต่แบบเป็น manga ที่ฝรั่งเขียน ราคามหาโหด (แต่เล่มหนาเป็นนิ้ว) แวะมาหลายต่อหลายร้าน แต่ก็ยังไม่เห็นการ์ตูนญี่ปุ่นสักเล่ม โชคดีเท่าไหร่แล้วที่อยู่เมืองไทย มีรีบอร์นให้อ่าน
73. เกมไม่ว่าจะเครื่องเพลย์ฯ หรือเกมคอมฯ ราคาทำกระเป๋าฉีกได้ 20 เหรียญขึ้นทั้งนั้น แถมพวกคอนโซลก็แพงมาก โปรดอย่าซื้อ!
74. ร้านขายของมือ 2 เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่กระเป๋าค่อนข้างแฟบ เลือกสักหน่อยก็จะได้ของดีกลับบ้านไป
75. ร้านบิลลาบองมีเยอะ แต่ราคาเห็นแล้วลมใส่
76. เขาฮิตเครื่องประดับพวกหินกับคริสตัล ไม่ว่าจะสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู ฯลฯ
77. ซีดีราคาแพง ถ้ามีขายในบ้านเราก็ไปซื้อบ้านเราดีกว่า
78. แล็ปท็อปได้ข่าวว่าแพงมาก เทียบกันแล้วบ้านเราถูกกว่าเป็นกอง
79. ราคาของตามสถานที่ท่องเที่ยวจะแพงขึ้น (เหมือนกันหมดทั่วโลก) ไม่ว่าจะของฝากหรืออาหาร แม้แต่น้ำมันรถก็แพงกว่าปกติ!
80. แต่ในบรรดาร้านเหล่านั้น จะมีร้านของฝากบางร้านที่ของเป็นของ made in China ราคาจะถูกสุด ๆ ถูกกว่าพวก made in Australia อีก เวลาซื้อของฝากพ่อแม่เพื่อนฝูงก็ซื้อที่นี่แหละ
81. งานฝีมือทุกชนิดแพง อะไรที่ขึ้นชื่อว่า Hand made ราคาจะขึ้นหมด
82. ตลาดนัดก็เหมือนเมืองไทย ขายของทุกชนิดตั้งแต่เสื้อผ้า อาหาร จนไปถึงอานม้าและจักรยานมือสอง แต่เขาไม่ขายแบกับดินเหมือนบ้านเรา เขาจะใช้รถแคมปิงรถตู้ทั้งหลาย มาเปิดท้ายขายของ ดูเป็นตลาดผู้ดี สามารถซื้อของแปลก ๆ ได้จากที่นี่

Photobucket
ประมาณนี้

83. การถ่ายเอกสารหนังสืออะไรก็ตามแต่ทั้งเล่ม เป็นเรื่องผิดกฎหมาย เขาค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้ (เจอมากับตัวเอง จะไปถ่ายเอกสารหนังสือที่ร้านแล้วโดนเจ้าของร้านเขม่นจนไม่กล้าถ่าย)
84. ค่าแรงแพงมาก ถ้าทำอะไรได้ด้วยตัวเองก็ทำซะ อย่าไปจ้างเขาเลย
85. การจะไปสนามแข่งม้าที่นี่ ต้องแต่งตัวให้หรูหราเหมือนไปงานราตรี เป็นมารยาท แล้วบางทีเขาก็ให้รางวัลสำหรับหญิงที่แต่งสวยที่สุดในงาน
86. บางพื้นที่หน้าน้ำน้ำจะท่วม แล้วท่วมสูงเป็นเมตร จะมีป้ายปักบอกไว้ว่าท่วมตรงไหนบ้าง
87. รถเมล์มาตรงเวลาเป๊ะ ช้าอย่างเก่งก็ 10 นาที
88. บางทีวันหยุดจะหารถเมล์ลำบาก เช็คตารางรถดี ๆ ก่อนโบก
89. รถเมล์หรูกว่าเมืองไทยร้อยเท่า แถมเวลาคนพิการจะขึ้น สามารถเอียงรถให้ต่ำลงให้คนพิการขึ้นไดสะดวก ๆ เจ๋งสุดยอด!

Photobucket
สภาพรถเมล์

90. รถเมล์ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ ต้องไปบอกคนขับว่าจะไปลงป้ายไหนแล้วจ่ายตังค์ตรงนั้นเลย ราคาถูก-แพงขึ้นอยู่กับระยะทาง จ่ายหมดทุกคนถึงค่อยออกรถ รถเมล์บางทีจะมาช้าก็เพราะว่ารอคนจ่ายตังค์นี่แหละ (แถมนิด เรามาขึ้นรถเมล์ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งผู้ใหญ่ก็ที่ออสเตรเลียนี่แหละ ฮ่า ๆ)
91. เพื่อนเขาบอกว่ารถแท็กซี่ มิเตอร์จะขึ้นพรวด ๆ ราคาขูดเลือดขูดเนื้อ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าขึ้น
92. ข้ามถนนถ้าข้ามตรงทางม้าลาย รถไม่ว่าจะซิ่งมาขนาดไหนพอเห็นเราข้ามจะหยุดให้ทันที (ชอบมาก ๆ) ให้เราข้ามไปก่อน แต่ถ้าไม่ข้ามตรงทางม้าลายจะไม่หยุดให้
93. กฎจารจรที่นี่ห้ามผู้โดยสารมีจำนวนเกินที่นั่งในรถ (ที่ยืนกรณีรถเมล์) เช่น รถยนต์มี 5 ที่นั่ง นั่งกัน 3 คนได้ แต่จะอัด 6 ไม่ได้
94. รถยนต์มีทั้งรถยุโรปและรถญี่ปุ่นผสมกันไป
95. รถยนต์เป็นเจ้าถนนที่นี่ มอเตอร์ไซค์ไม่ค่อยมีใครขี่ ถ้ามีก็เป็นฮาเลย์บิดไปกันเป็นกลุ่ม ๆ ส่วนจักรยานนาน ๆ ทีจะเห็นสักคัน
96. ทะเบียนรถจะสีต่างกันไปตามรัฐ เช่น นิวเซาธ์เวลส์ที่เราอยู่จะเป็นป้ายเหลืองตัวหนังสือดำ แต่ถ้าเป็นควีนส์แลนด์จะเป็นป้ายขาวตัวหนังสือเลือดหมู เป็นต้น แต่ถ้าเจอสีแปลก ๆ แปลว่าเป็นรถพิเศษ อาจจะเป็นรถของราชการ อะไรแบบนั้น
97. บางทีจะเห็นตัวอักษร P แปะอยู่ที่ทะเบียนรถ แสดงว่าไม่มีใบขับขี่ สีของตัวอักษรจะบอกรายละเอียดเพิ่มเช่น มีแต่ใบขับขี่ชั่วคราว, โดนยึดใบขับขี่อยู่ ฯลฯ
98. บางทีบนถนนจะเขียนตัวเลขจำกัดความเร็วเอาไว้
99. จะมีป้ายเตือนว่าจะถูกถ่ายรูปถ้าขับรถเร็วเกินกำหนด จะเขียนประมาณว่ามี speed camera
100. ป้ายเตือนเยอะ ป้ายบอกว่าจะมีไฟจราจรยังมีเลย
101. ป้ายเตือนถนนลื่นเยอะมาก สงสัยทำถนนเรียบจัด ฝนตกทีลื่นปรื๊ดทั้งเมือง
102. วงเวียนเยอะ แล้วจะปลูกต้นไม้บนวงเวียน น่ารักดี
103. ผู้คนเป็นมิตรกับคนแปลกหน้ามาก ๆ แค่เจอกันครั้งแรกก็คุยกันได้เป็นวรรคเป็นเวรเหมือนรู้จักกันมาเป็นชาติ แล้วเห็นว่าคนเอเชียเป็นของแปลก เดินผ่านต้องทัก ฮ่า ๆ
104. คนที่นี่ชอบสูบบุหรี่ ผู้ชาย ผู้หญิง วัยรุ่น คนแก่ พ่นมะเร็งกันทั้งบ้านทั้งเมือง
105. ออสเตรเลียเป็นประเทศ Multi-culture จะเจอคนจากทั่วโลกอยู่ที่นี่แหละ เดินชนคนไทยด้วยกันออกบ่อย
106. สวัสดิการสำหรับคนพิการดีมาก ๆ การเห็นคนพิการไปเที่ยวในเมืองเป็นเรื่องปกติ
107. วันเสาร์-อาทิตย์เขาไม่ค่อยออกไปนอกบ้านเท่าไหร่ ถ้าออกก็ไปเที่ยวไกล ๆ หน่อย ในเมืองจะโล่งมาก
108. หมาเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยม แล้วคนก็ชอบพาไปเดินเล่นหรือวิ่งเล่นตามชายหาดบ่อย ๆ

Photobucket

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

big smile สาระเยี่ยม

#1 By F u K i * :: Silent ,, on 2008-05-09 14:05

ไปเรียนต่อออสเตรเลียเหรอฮะ เห็นทางช้างเผือก แตงกวาท่านน่ากลัวมากครับ นึกว่าแก้วมังกรพันธุ์ใหม่ big smile

#2 By Verxus on 2008-05-14 12:04