The accel return!
posted on 05 Jul 2008 17:12 by accelerando in Doary
เข้าโหมด Doary อีกครั้ง
เรา = ลันเชีย คนดีที่โลกลืม เข้าภาค TYL แล้วบทหายสนิทไปเลยยย... =w="
กด F5 ด้วย ยกเครื่องบล็อกใหม่แล้วจ้า หลังจากดองมานานนับเดือน
กลับมาแล้วเฟร้ยยย~~~!!!

ปิดบล็อกเพื่อห้องเชียร์โดยเฉพาะ (อันที่จริงมันไม่มีเวลาแวบมาเล่นน่ะ) เสร็จปุ๊บแทบจะฉลอง
เป็นเด็กมหาวิทยาลัยปี 1 นี่ก็ปรับตัวเยอะเหมือนกันแฮะ แต่เราไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้บ้าน มีปัญหาก็ชิ่งกลับบ้านได้บ่อย ๆ ฮา...
ตอนนี้ไม่ได้บ้ารีบอร์นเหมือนเก่า ไม่ได้ออกอาการคลั่ง XS เหมือนเดิม (แน่ใจ...ดูเฮดมันสิ = =") บอร์ดรีบอร์นไม่ได้เข้า
แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกติดตามรีบอร์นนะ เอาไว้มีโอกาสจะเอาแฟนอาร์ตหรือฟิคมาลง (ได้ข่าวว่าสอบปลายเดือนไม่ใช่เรอะเอ็ง - -")
มาเล่าเรื่องห้องเชียร์ของม. เรา ของคณะของเรากัน ส่วนม. อะไรคณะอะไร หลาย ๆ คนอาจรู้แล้ว แต่ถ้ายังไม่รู้...ก็ช่างมันเหอะ ละเอาไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจก็แล้วกัน ลองเดาดูสิ เหอ ๆ
อืม...กิจกรรมห้องเชียร์เท่าที่ฟัง ๆ มานี่เหมือนจะมีกันแทบทุกมหาวิทยาลัยใช่ไหม ในความเห็นเรา เราว่ามันไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ เสียสุขภาพจิตตอนโดนด่าอีกต่างหาก แถมพวกอาจารย์ม. เราก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ก็ได้แต่ลุ้นว่าจะมีห้องเชียร์แบบนี้ไปได้อีกสักกี่น้ำล่ะนะ ตอนเรานี่อารมณ์ประมาณกระเทยฝึกรด. อะ อึดอัดแบบบอกไม่ถูกจริง ๆ และทำให้ขยาดรุ่นพี่ไปอีกพักหนึ่งเลย แต่ก็ยอมรับนะว่ามันทำให้รู้จักเพื่อนรู้จักพี่ได้เร็วขึ้น แต่เราว่ามันก็ได้แค่บางกลุ่มเท่านั้นแหละ
กิจกรรมเด่น ๆ ของห้องเชียร์ก็มี...
1. ฝึกวินัย
ว่าด้วยกฎระเบียบ ข้อตกลง คำขวัญ สัญลักษณ์ ฯลฯ ที่เป็นของคณะ แถมด้วยการเฉ่งแบบ non stop ในระหว่าง 4 ชั่วโมงของห้องเชียร์วันจันทร์ยันพฤหัสบดี เจอการลงวินัยครบทุกรูปแบบทั้งวิ่งรอบตึก นั่งเก้าอี้ลม ดันพื้น สก็อตจัมพ์ ฯลฯ

และไอ้คำว่าห่วยนี่ได้ยินแทบทุกครั้งที่เข้า แต่ก็ไม่สามารถลบล้างคำนี้ได้สำเร็จ เพราะอะไรเดี๋ยวก็รู้
ก็รู้สึกดีเหมือนกันที่มันมีห้องเชียร์แค่เดือนเดียว พวกรุ่นพี่บอกว่าเข้ากันเป็นเดือน 2 เดือน แถมม. อื่นโหดกว่าเราหลายเท่า ถ้าเป็นเรามีสิทธิ์เฉาตายก่อนหมดห้องเชียร์แหงแซะ เขาวิจัยกันออกมาแล้วไม่ใช่เรอะว่าการดุด่าไม่สามารถทำให้คนดึงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้น่ะ เฮ้อ...
2. ริบป้ายชื่อ
ไม่รู้ว่าที่อื่นเขาเป็นแบบนี้หรือเปล่า แต่ว่าคณะเราบังคับห้อยป้ายตลอดปี ประมาณว่าจะได้รู้ว่าเราอยู่ปี 1 และไป ๆ มา ๆ พี่ว้าก...เอ้ย พี่วินัย เขาก็บอกว่าพวกเราชาวปี 1 ไม่ชอบห้อยป้ายกัน ก็ริบป้ายไป แล้วให้ไปทำกันเองภายใน 1 คืน แล้วต้องเหมือนกันเปี๊ยบทุกคน
ในที่สุดก็ออกมาประมาณนี้ หลังจากอดตาหลับขับตานอนนั่งทำกันตอนเขาปล่อย

ออกจะเยินสักหน่อยเพราะถ่ายหลังจากเอาไปใช้แล้วประมาณ 1 อาทิตย์ ดูเบลอ ๆ หน่อยเพราะกล้องมือถือช่างอนาถนัก
เพื่อนออกแบบ เพื่อนเขียนตัวหนังสือ ส่วนเราก็รับงานที่ไม่ต้องใช้สมองนั่นก็คือตัดกระดาษ ฮ่า ๆ
ส่วนตอนนี้เราก็ห้อยป้ายชื่ออันแรกสุดเหมือนเดิมแล้ว อันที่ทำกันเองแขวนเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก เพราะมันเยินไปหมดแล้ว
3. ขอรายชื่อพี่
เป็นกิจกรรมที่เหนื่อยใจและฝึกความหน้าด้านได้เป็นอย่างดี รุ่นพี่จะแจกสมุดจดรายชื่อแล้วให้ไปจดชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลของเพื่อน ๆ พี่ ๆ รวมแล้ว 3 ชั้นปี ชั้นปีหนึ่ง ๆ ก็ประมาณร้อยกว่าคนเห็นจะได้ กว่าจะได้ครบเล่นเอาแทบรากเลือด

รุ่นพี่แต่ละคนก็ใช่ว่าจะให้รายชื่อกันง่าย ๆ จะมีเงื่อนไขกันตลอดเช่น ให้ไปหาชื่อของพี่มาก่อน ให้ไปหารหัสนักศึกษาของพี่มาก่อน หรือไม่ก็ให้เต้นแร้งเต้นกาไปจนกว่าจะพอใจ ตะโกนอะไรแปลก ๆ ต่อหน้าสาธารณชน (ที่เห็นในรูปนั่นทำอย่างนั้นจริง ๆ) แถมพี่บางคนเรื่องมากชนิดแทบจะกระโดดสกายคิกใส่ให้รู้แล้วรู้รอด เกลียดคนเรื่องมากนี่ผิดเปล่าวะ
4. ร้องเพลง
ไม่ว่าจะเพลงคณะ เพลงวันไหว้ครู ทำเอาขาระบมเพราะยืนร้องทั้งงานแถมเจ็บคอไปหลายวัน งานนี้สอนให้รู้ว่าแม้ว่าเราจะเรียนดนตรีหัดร้องเพลงมาก่อน แต่เมื่อมาเจอคนหมู่มากก็พาลล่มได้

ร้องมันเข้าไปนั่นแหละ พักกินข้าวเสร็จก็ไปร้องต่อ พวกพี่เชียร์บอกว่ารุ่นเราเป็นรุ่นที่ร้องเพลงเสียงหลงที่สุด ร้องกี่ที ๆ ก็ไม่ผ่าน อันนี้เราเห็นด้วยนะ แล้วมันก็จะมีคนอู้ไม่ยอมร้องอยู่ร่ำไป อยากเข้าไปตั๊นมันสัก 2-3 หมัดจริง ๆ ให้ดิ้นตาย
กิจกรรมสุดท้าย...

ทำเอาเอวเดาะทุกครั้งที่ตื่นนอน หมดยานวดกับยาแก้ปวดไปเกือบแผง มันคือ...
5. บูมคณะ (รู้นะว่าคิดไปถึงไหน หรือว่ามีเราคนเดียวฟะที่คิดอกุศล)
เป็นกิจกรรมทรมานสังขารของจริง คณะอื่นเขาบูมกันสั้น ๆ ต้องมาเจอคณะเรา บูมยาวประมาณครึ่งหน้ากระดาษ A4 แถมถ้าโยกตัวไม่พร้อมกันก็จะโดนด่าเช็ด ก็พยายามจะปรับตรงที่พี่บอกแล้วนะ แต่ไม่รู้ทำไมมันก็ไม่ถูกใจพี่สักที ทำงานกับคนหมู่มากนี่ปวดหัวใช่ย่อย รู้สึกบูมกันไปประมาณ 70 กว่ารอบจนหมดเวลา แล้วก็ผ่านไม่ครบจำนวนที่พี่กำหนดไว้
รู้สึกว่าตัวเองเสียแรงเปล่าชอบกล ปวดหลังปวดขาไปเป็นอาทิตย์ เจ็บคอจนพูดไม่รู้เรื่องไปหลายวัน แต่ร้องเพลงไม่ผ่าน บูมก็ไม่ผ่าน แล้วก็ยังไม่สามารถลบล้างคำว่า “รุ่นห่วย ๆ” ลงได้
The end of ตูข้าจริง ๆ
เอาเถอะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้เราก็กลับสู่สภาวะเกือบปกติ (ยังมีภารกิจที่ต้องสะสางจ่อคิวรออยู่เพียบ) บล็อกก็คงไม่อัพบ่อยเหมือนเดิม เอ็มคงไม่ค่อยออนแล้ว แต่เรายังไม่ลืมเพื่อน ๆ ชาวบอร์ดชาวบล็อกนะ ทักทายคุยกันได้ตามสบายจ้ะ
เจอกันใหม่เอ็นทรีหน้า
เรา = ลันเชีย คนดีที่โลกลืม เข้าภาค TYL แล้วบทหายสนิทไปเลยยย... =w="
กด F5 ด้วย ยกเครื่องบล็อกใหม่แล้วจ้า หลังจากดองมานานนับเดือน
กลับมาแล้วเฟร้ยยย~~~!!!

ปิดบล็อกเพื่อห้องเชียร์โดยเฉพาะ (อันที่จริงมันไม่มีเวลาแวบมาเล่นน่ะ) เสร็จปุ๊บแทบจะฉลอง
เป็นเด็กมหาวิทยาลัยปี 1 นี่ก็ปรับตัวเยอะเหมือนกันแฮะ แต่เราไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้บ้าน มีปัญหาก็ชิ่งกลับบ้านได้บ่อย ๆ ฮา...
ตอนนี้ไม่ได้บ้ารีบอร์นเหมือนเก่า ไม่ได้ออกอาการคลั่ง XS เหมือนเดิม (แน่ใจ...ดูเฮดมันสิ = =") บอร์ดรีบอร์นไม่ได้เข้า
แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกติดตามรีบอร์นนะ เอาไว้มีโอกาสจะเอาแฟนอาร์ตหรือฟิคมาลง (ได้ข่าวว่าสอบปลายเดือนไม่ใช่เรอะเอ็ง - -")
มาเล่าเรื่องห้องเชียร์ของม. เรา ของคณะของเรากัน ส่วนม. อะไรคณะอะไร หลาย ๆ คนอาจรู้แล้ว แต่ถ้ายังไม่รู้...ก็ช่างมันเหอะ ละเอาไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจก็แล้วกัน ลองเดาดูสิ เหอ ๆ
อืม...กิจกรรมห้องเชียร์เท่าที่ฟัง ๆ มานี่เหมือนจะมีกันแทบทุกมหาวิทยาลัยใช่ไหม ในความเห็นเรา เราว่ามันไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ เสียสุขภาพจิตตอนโดนด่าอีกต่างหาก แถมพวกอาจารย์ม. เราก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ก็ได้แต่ลุ้นว่าจะมีห้องเชียร์แบบนี้ไปได้อีกสักกี่น้ำล่ะนะ ตอนเรานี่อารมณ์ประมาณกระเทยฝึกรด. อะ อึดอัดแบบบอกไม่ถูกจริง ๆ และทำให้ขยาดรุ่นพี่ไปอีกพักหนึ่งเลย แต่ก็ยอมรับนะว่ามันทำให้รู้จักเพื่อนรู้จักพี่ได้เร็วขึ้น แต่เราว่ามันก็ได้แค่บางกลุ่มเท่านั้นแหละ
กิจกรรมเด่น ๆ ของห้องเชียร์ก็มี...
1. ฝึกวินัย
ว่าด้วยกฎระเบียบ ข้อตกลง คำขวัญ สัญลักษณ์ ฯลฯ ที่เป็นของคณะ แถมด้วยการเฉ่งแบบ non stop ในระหว่าง 4 ชั่วโมงของห้องเชียร์วันจันทร์ยันพฤหัสบดี เจอการลงวินัยครบทุกรูปแบบทั้งวิ่งรอบตึก นั่งเก้าอี้ลม ดันพื้น สก็อตจัมพ์ ฯลฯ

และไอ้คำว่าห่วยนี่ได้ยินแทบทุกครั้งที่เข้า แต่ก็ไม่สามารถลบล้างคำนี้ได้สำเร็จ เพราะอะไรเดี๋ยวก็รู้
ก็รู้สึกดีเหมือนกันที่มันมีห้องเชียร์แค่เดือนเดียว พวกรุ่นพี่บอกว่าเข้ากันเป็นเดือน 2 เดือน แถมม. อื่นโหดกว่าเราหลายเท่า ถ้าเป็นเรามีสิทธิ์เฉาตายก่อนหมดห้องเชียร์แหงแซะ เขาวิจัยกันออกมาแล้วไม่ใช่เรอะว่าการดุด่าไม่สามารถทำให้คนดึงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้น่ะ เฮ้อ...
2. ริบป้ายชื่อ
ไม่รู้ว่าที่อื่นเขาเป็นแบบนี้หรือเปล่า แต่ว่าคณะเราบังคับห้อยป้ายตลอดปี ประมาณว่าจะได้รู้ว่าเราอยู่ปี 1 และไป ๆ มา ๆ พี่ว้าก...เอ้ย พี่วินัย เขาก็บอกว่าพวกเราชาวปี 1 ไม่ชอบห้อยป้ายกัน ก็ริบป้ายไป แล้วให้ไปทำกันเองภายใน 1 คืน แล้วต้องเหมือนกันเปี๊ยบทุกคน
ในที่สุดก็ออกมาประมาณนี้ หลังจากอดตาหลับขับตานอนนั่งทำกันตอนเขาปล่อย

ออกจะเยินสักหน่อยเพราะถ่ายหลังจากเอาไปใช้แล้วประมาณ 1 อาทิตย์ ดูเบลอ ๆ หน่อยเพราะกล้องมือถือช่างอนาถนัก
เพื่อนออกแบบ เพื่อนเขียนตัวหนังสือ ส่วนเราก็รับงานที่ไม่ต้องใช้สมองนั่นก็คือตัดกระดาษ ฮ่า ๆ
ส่วนตอนนี้เราก็ห้อยป้ายชื่ออันแรกสุดเหมือนเดิมแล้ว อันที่ทำกันเองแขวนเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก เพราะมันเยินไปหมดแล้ว
3. ขอรายชื่อพี่
เป็นกิจกรรมที่เหนื่อยใจและฝึกความหน้าด้านได้เป็นอย่างดี รุ่นพี่จะแจกสมุดจดรายชื่อแล้วให้ไปจดชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลของเพื่อน ๆ พี่ ๆ รวมแล้ว 3 ชั้นปี ชั้นปีหนึ่ง ๆ ก็ประมาณร้อยกว่าคนเห็นจะได้ กว่าจะได้ครบเล่นเอาแทบรากเลือด

รุ่นพี่แต่ละคนก็ใช่ว่าจะให้รายชื่อกันง่าย ๆ จะมีเงื่อนไขกันตลอดเช่น ให้ไปหาชื่อของพี่มาก่อน ให้ไปหารหัสนักศึกษาของพี่มาก่อน หรือไม่ก็ให้เต้นแร้งเต้นกาไปจนกว่าจะพอใจ ตะโกนอะไรแปลก ๆ ต่อหน้าสาธารณชน (ที่เห็นในรูปนั่นทำอย่างนั้นจริง ๆ) แถมพี่บางคนเรื่องมากชนิดแทบจะกระโดดสกายคิกใส่ให้รู้แล้วรู้รอด เกลียดคนเรื่องมากนี่ผิดเปล่าวะ
4. ร้องเพลง
ไม่ว่าจะเพลงคณะ เพลงวันไหว้ครู ทำเอาขาระบมเพราะยืนร้องทั้งงานแถมเจ็บคอไปหลายวัน งานนี้สอนให้รู้ว่าแม้ว่าเราจะเรียนดนตรีหัดร้องเพลงมาก่อน แต่เมื่อมาเจอคนหมู่มากก็พาลล่มได้

ร้องมันเข้าไปนั่นแหละ พักกินข้าวเสร็จก็ไปร้องต่อ พวกพี่เชียร์บอกว่ารุ่นเราเป็นรุ่นที่ร้องเพลงเสียงหลงที่สุด ร้องกี่ที ๆ ก็ไม่ผ่าน อันนี้เราเห็นด้วยนะ แล้วมันก็จะมีคนอู้ไม่ยอมร้องอยู่ร่ำไป อยากเข้าไปตั๊นมันสัก 2-3 หมัดจริง ๆ ให้ดิ้นตาย
กิจกรรมสุดท้าย...

ทำเอาเอวเดาะทุกครั้งที่ตื่นนอน หมดยานวดกับยาแก้ปวดไปเกือบแผง มันคือ...
5. บูมคณะ (รู้นะว่าคิดไปถึงไหน หรือว่ามีเราคนเดียวฟะที่คิดอกุศล)
เป็นกิจกรรมทรมานสังขารของจริง คณะอื่นเขาบูมกันสั้น ๆ ต้องมาเจอคณะเรา บูมยาวประมาณครึ่งหน้ากระดาษ A4 แถมถ้าโยกตัวไม่พร้อมกันก็จะโดนด่าเช็ด ก็พยายามจะปรับตรงที่พี่บอกแล้วนะ แต่ไม่รู้ทำไมมันก็ไม่ถูกใจพี่สักที ทำงานกับคนหมู่มากนี่ปวดหัวใช่ย่อย รู้สึกบูมกันไปประมาณ 70 กว่ารอบจนหมดเวลา แล้วก็ผ่านไม่ครบจำนวนที่พี่กำหนดไว้
รู้สึกว่าตัวเองเสียแรงเปล่าชอบกล ปวดหลังปวดขาไปเป็นอาทิตย์ เจ็บคอจนพูดไม่รู้เรื่องไปหลายวัน แต่ร้องเพลงไม่ผ่าน บูมก็ไม่ผ่าน แล้วก็ยังไม่สามารถลบล้างคำว่า “รุ่นห่วย ๆ” ลงได้
The end of ตูข้าจริง ๆ
เอาเถอะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้เราก็กลับสู่สภาวะเกือบปกติ (ยังมีภารกิจที่ต้องสะสางจ่อคิวรออยู่เพียบ) บล็อกก็คงไม่อัพบ่อยเหมือนเดิม เอ็มคงไม่ค่อยออนแล้ว แต่เรายังไม่ลืมเพื่อน ๆ ชาวบอร์ดชาวบล็อกนะ ทักทายคุยกันได้ตามสบายจ้ะ
เจอกันใหม่เอ็นทรีหน้า
edit @ 12 Jul 2008 19:28:29 by accel
Tags: cheer, doary, nu3 Comments
เหมือนจะเคยบอกว่าอยู่ นเรศวรรึเปล่าน้า
#1 By Verxus on 2008-07-11 21:03