เครดิตโครงการ http://cubicschool.exteen.com


ในที่สุด หลังจากล้มลุกคลุกคลานมาหลายรอบ

งานโรงเรียนลูกบาศก์ก็เสร็จจนด้ายยย~~~!!! >w<

ยาฮู้ววว~~~!!!


ซามูไรชัมพลูก็โหลด + ดูครบ รร.ลบ. ก็เสร็จ ปิดเทอมอันแสนสั้นนี้บรรลุวัตถุประสงค์ นอนตายตาหลับแล้ว อา... =w=+


เปลี่ยนทรงผมตามที่คุณผอ. บอกแล้ว และมีเพิ่มรายละเอียดนิด ๆ หน่อย ๆ ที่เปลี่ยนชัด ๆ คือเปลี่ยนที่ซุกหัวนอนจาก คอนโดฯ เป็น อาคารพาณิชย์ (ภาษาบ้าน ๆ ก็ ห้องแถว) เพราะตอนนั้นสับสนเรื่องภาษาเอง
เอารูปสีออกไปก่อน เพราะตอนนั้นเป็นตอนวาดใหม่ ๆ ยังไม่ค่อยชินมือ เบี้ยวกระจุย เอาไว้วาดใหม่สวย ๆ แล้วค่อยเอามาลง
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่หรือรูปเต็ม


รับชมรับฟังกันได้เลยค่ะ


เอ่อ...ถ้าขี้เกียจรับฟัง รำคาญเพลง ก็ปิดเพลงได้นะจ๊ะ =w="



Part I : Resume



1. ชื่อตัวละคร
นาย ปพนสรรค์ นารยวงศ์ (ชื่ออ่านว่า ปะ-พน-สัน) ชื่อเล่นชื่อ พุด


2. อายุ / เพศ
25 ปี เพศชาย


3. วันเกิด
4 มิถุนายน


4. ความสูง
180 ซม.


5. รูปพรรณสัณฐาน (ได้ทั้งการบรรยาย ภาพวาด และอาจจะเป็นภาพถ่ายอ้างอิง)

Photobucket

- เป็นคนรูปร่างสูงสมส่วน ไม่ถึงกับบึกบึนแต่ก็แข็งแรงอึดถึกในระดับหนึ่ง
- ผมสีดำ ตัดสั้นขยันปาดเจลเป็นทรงแบบนี้ทุกวัน วันไหนไม่ปาดแสดงว่าวันนั้นทั้งวันไม่มีงาน ไม่ได้ย่างเท้าก้าวออกจากบ้าน หรือเป็นช่วงก่อนนอน ผมทำไฮไลท์สีแดงด้านหน้า ทำงานสายแฟชั่น ต้องทำตัววัยรุ่น (ทั้ง ๆ ที่อายุอานามก็มิใช่น้อย) ตามกระแสกันบ้าง ทรงผมเลยออกมาแนวสุดฤทธิ์สุดเดช
- ตาสีน้ำตาลเข้ม
- ไว้เครานิดหน่อย
- ผิวขาวปานกลางเพราะทำงานภาคสนามประจำ ทาครีมกันแดดยังไงมันก็ต้องมีดำ ๆ ไหม้ ๆ กันบ้างล่ะ

- เวลาเป็นทางการใส่เสื้อเชิ้ตเป็นหลัก ผูกเน็คไท กางเกงแสล็กสีดำ เข็มขัดกับรองเท้าหนังสีดำ
- เวลาสบาย ๆ หรือออกไปลุยกลางแจ้ง เอาชนิดที่สบายและคล่องตัวไว้ก่อนเช่นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ
- ไม่ว่าเวลาไหน เสื้อมักจะสีสันสดใสอมเทานิด ๆ


ุ6. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป (เช่นเรียนที่ไหนมา เรียนด้านอะไร ที่บ้านเป็นยังไง)
- เป็นคนไทยแท้ เกิดและเรียนที่นี่ แล้วไปเรียนมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์มาจากอเมริกา (เรื่องภาษาอังกฤษไม่ต้องห่วง) ดังนั้นพวกสื่อแสงสีเสียง ถ่ายเอ็มวี หนังสั้น คอมพิวเตอร์กราฟฟิค ฯลฯ อะไรก็ทำได้ แต่ถนัดถ่ายภาพที่สุด
- มีน้องชาย 1 คนชื่อโมก เรียนคณะเดียวม. เดียวกับพี่เปี๊ยบ แต่จะเชี่ยวเรื่องอุปกรณ์แสงสีเสียงกับการจัดฉากมากกว่าหน่อย เพิ่งจบสดซิง บึ่งกลับเมืองไทยมาเปิดสตูดิโอถ่ายภาพที่ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ ชื่อว่า 108 Studio และบังเอิญเปิดอยู่หลังโรงเรียนลูกบาศก์พอดี
- ที่บ้านฐานะปานกลาง พ่อแม่ตายไปตั้งแต่ที่ทั้งคู่ยังเด็ก ๆ เลยอาศัยอยู่กับพวกญาติผู้ใหญ่ แต่ทางนั้นก็ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่มากนักเลยใช้วิธีออกมาอยู่หอที่โรงเรียนแล้วฟันฝ่าชิงทุนเรียนต่อเมืองนอกกันเอง
- ถึงจะเรียนจบนอก แต่ก็ชอบวัฒนธรรมไทยแบบบ้านตัวเองมากกว่า


7. งานที่จะทำ
ช่างกล้อง ฝ่ายโสตฯ (ตัวหลังถ้าทางโรงเรียนต้องการก็ทำได้)




Part II : Fiction


ทรงผม...โอเค


เสื้อ...โอเค

ครีมกันแดด...โอเค

น้ำหอมอีกนิด...


พร้อมลุย!

Photobucket

ผมใส่เสื้อเชิ้ตผูกไทเรียบร้อย รู้สึกว่าไม่ได้แต่งตัวแบบนี้มานานพอดู
จากนั้นผมก็คว้ากระเป๋าใส่สัมภาระใบเก่งแล้ววิ่งลงบันไดมาที่ห้องสตูดิโอชั้นล่างของห้องแถวอย่างกระตือรือร้น หลังจากส่งจดหมายสมัครงานไป วันนี้เป็นวันที่นัดสัมภาษณ์งาน ความรู้สึกสมัยเพิ่งเรียนจบแล้วต้องวิ่งหางานกลับมาอีกครั้ง รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

ผมเคยทำงานเป็นช่างภาพอยู่ที่อเมริกา แต่ว่าก็เกิดอะไรขึ้นหลาย ๆ อย่างที่ไม่ค่อยดีนัก จนในที่สุด ผมกลับเมืองไทย มาขอเป็นกาฝากอยู่ห้องแถวของไอ้น้องชาย หายใจทิ้งไปวัน ๆ ทำแต่เรื่องหาสาระไม่ได้หรือไม่ก็เรื่องเสื่อม ๆ ซึ่งไม่ดีต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
หลังจากผ่านมาหลายเดือน ผมก็เริ่มคิดได้...อันที่จริงน้องของผมก็ช่วยกระตุ้นด้วยส่วนหนึ่ง คงอยากให้พี่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันเสียที ถึงผมยังมีเงินเก็บจากงานที่อเมริกาให้พอกินพอใช้บ้าง แต่จะให้งอมืองอเท้างานการไม่ยอมทำนี่คงไม่ได้

จะให้เล่าละเอียดตรงนี้คนอ่านหลับพอดี เอาเป็นว่าจะยกยอดไป Side Story เป็นซีนย้อนความหลังอีกทีหนึ่งก็แล้วกันนะครับ


จากการแนะนำของน้องชายและประสบการณ์ส่วนตัว...

ผมคิดจะเป็นช่างกล้องให้กับโรงเรียนเปิดใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากสตูฯ ของน้องนัก


...โรงเรียนลูกบาศก์


“จะไปแล้วเหรอพี่” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้น
เจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มผิวแทนผมสั้นสีดำ รูปร่างสูงหุ่นนักกีฬา เขานั่งอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะสำนักงานบริเวณหน้าห้อง ซึ่งเป็นที่สำหรับรับลูกค้าของสตูดิโอ

ไอ้หนุ่มคนนั้นคือ โมก น้องชายของผมเอง เป็นเจ้าของห้องแถวที่ซุกหัวนอนของเรา 2 พี่น้อง และสตูดิโอที่อยู่ชั้นล่างสุด “108 Studio”
ถึงผมจะเรียกว่าห้องแถว แต่มันก็กว้างกว่าพวกห้องแถวตามย่านการค้าเยอะ คล้าย ๆ กับทาวน์เฮาส์แหละ แค่มีชั้นล่างไว้ทำงาน กับตัวตึกอยู่ริมถนน

“อืม จะถึงเวลานัดแล้วล่ะ” ผมตอบ

“...โชคดีครับ” ฝ่ายตรงข้ามยิ้มน้อย ๆ




“สวัสดีครับ” ผมเอ่ยเมื่อเดินเข้ามาในห้องขนาดไม่ใหญ่นัก ตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูดี
ชายวัยกลางคนดูภูมิฐานนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังบริเวณใกล้กับหน้าต่างบานใหญ่ มือประสานกันอยู่บนโต๊ะ

ห้องนี้คือห้องของผู้อำนวยการโรงเรียนลูกบาศก์

“คุณคงเป็นคุณปพนสรรค์” ชายวัยกลางคนยิ้มอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงฟังดูอบอุ่น “เชิญนั่งก่อนครับ”


ผมนั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงานของคุณผอ. เขาถามสารทุกข์สุขดิบ คุยกับผมเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างเป็นกันเอง ทำให้ผมคลายความตื่นเต้นไปได้พอสมควร

“ผมขอดูผลงานของคุณหน่อยได้ไหมครับ” คุณผอ. ถาม
“เชิญครับ” ผมยื่นอัลบัมรูปให้ ระหว่างที่เขาพิจารณารูปถ่ายอยู่นั้น ผมก็อธิบายที่มาของแต่ละภาพให้เขาฟัง

 “ผมถ่ายรูปเด็ก ๆ โรงเรียนลูกบาศก์ที่สวนสาธารณะที่อยู่ใกล้โรงเรียนเพราะผมไม่สามารถเข้ามาในโรงเรียนได้ถ้าคุณไม่อนุญาต
ผมอยากถ่ายรูปที่สื่อถึงตัวตนของเด็กคนนั้นและเป็นดูเป็นธรรมชาติ ประมาณว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่านี่ล่ะเด็กคนนั้น แต่ว่าผมไม่รู้จักเด็กนักเรียนสักคน ผมเลยเข้าไปคุยและขอทาบทามทีละคนครับ แล้วหลังจากนั้นผมก็อัดรูปที่ถ่ายส่งให้น้อง ๆ ด้วย”


Photobucket
“เริ่มจากวันที่หนึ่ง ผมพบกับน้องคนนี้เป็นคนแรกครับ น้องชื่อภัสษประภา ประสานคุณ ชื่อเล่นชื่อขนุน
ตอนนั้นผมนั่งอยู่ที่ร้านขายน้ำปั่นหน้าโรงเรียน กำลังคิดว่าจะทาบทามใครเป็นคนแรก ก็พอดีน้องเดินมาสั่งน้ำปั่น น้องเขาท่าทางสดใสร่าเริงคิดว่าน่าจะคุยกันง่ายก็เลยขอน้องให้มาเป็นนางแบบ น้องขนุนอ้าปากค้างเลย ถามคำถามเยอะไปหมดไม่ว่าจะเอาไปลงนิตยสารอะไรไหม เก็บตังหรือเปล่า ถ่ายที่ไหน ถ่ายยังไง ฯลฯ กว่าจะตอบคำถามเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยครับ น้องคุยเก่ง เล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ผมฟังตั้งหลายเรื่อง แล้วก็ดูจริงใจ ลุย ๆ กระฉับกระเฉง สดใสน่ารักมากเลยล่ะครับ”


Photobucket
“จริง ๆ แล้วถ่ายรูปน้องคนนี้ก่อนน้องขนุนอีก น้องเขาชื่อสงกรานต์ สว่างพิทักษ์ ชื่อเล่นชื่อแมน
พอชวนน้องขนุนมาถ่ายรูปได้ น้องก็ขอชวนเพื่อนมาถ่ายรูปด้วยกัน 2 คน น้องแมนก็เป็นหนึ่งในนั้น น้องแมนขอถ่ายรูปเป็นคนแรกเพราะบอกว่ารีบกลับบ้าน น้องเขาก็แปลกดีนะ ขอให้ผมช่วยอัดรูปส่งมาให้ตั้ง 1 โหล สงสัยเอาไปแจกเพื่อนหญิงมั้งครับ ดูจากคุยโทรศัพท์ตลอดเวลาแล้วพูดชื่อฝ่ายหญิงไม่ซ้ำกันสักคน แล้วก็คำพูดที่ใช้กับโทรศัพท์กับที่ใช้กับพวกผมนี่ต่างกันเยอะครับ แล้วน้องเขาบ่นถึงเพื่อนคนโน้นคนนี้ให้ฟังตอนที่คุยกับผม เหมือนน้องเขาไม่ชอบเท่าไหร่ที่เพื่อนทำอะไรแปลก ๆ หรือไม่ถูกใจเขา ตรงนี้ก็คงต้องดูกันไป ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วน้องแมนก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดีอะไรหรอกครับ”


Photobucket
“น้องคนนี้ก็เป็นน้องอีกคนที่น้องขนุนชวนมาถ่ายรูปด้วยกัน ชื่อรักษ์ เสถียรลีลาลาศ ชื่อเล่นชื่อฟาน
น้องเขาก็ดูเนือย ๆ นะ เหมือนจะพูดน้อยในตอนแรก เพราะระหว่างที่นั่งคุยกัน 3 คน น้องแทบไม่ได้พูดอะไรนอกจากที่ผมถามเลย จะมีขยันพูดก็น้องขนุน ส่วนน้องแมนก็รองลงมา แต่พอผมถามเรื่องกังฟูที่น้องบอกว่าชอบเท่านั้นแหละ คุยไม่หยุดเลย ผมว่าน้องเขาคงเป็นคนที่ช่างพูดช่างคุย แค่หาเพื่อนที่จะคุยเรื่องเดียวกันไม่ได้เท่านั้นเอง แล้วตอนถ่ายรูปกันเหมือนน้องอยากแสดงท่าเตะต่อยให้ผมถ่าย ก็เลยเอาตามนั้น รูปนี้ดูกี่ทีก็แรงถูกใจผมสุด ๆ แล้วตอนจะกลับบ้านกันน้องเขาก็เป็นคนเดินไปเป็นเพื่อนน้องขนุนด้วยล่ะครับ ถึงน้องขนุนจะดูกลัวนิด ๆ แต่ก็เป็นสุภาพบุรุษดี”


Photobucket
“ตอนนี้เริ่มวันที่ 2 ครับ น้องคนนี้ชื่อวาโย หิรัญพฤกษ์ชัยมาตย์ ชื่อเล่นชื่อโย
ผมมานั่งที่ร้านขายน้ำปั่นเหมือนเดิม แล้วก็เจอกล้องดิจิตอลวางอยู่ ปรากฏว่าเป็นของน้องโยลืมทิ้งไว้ เห็นน้องโยกับฝาแฝดของน้องเขากำลังง่วนหากันอยู่พอดี เอ้อ...น้องฝาแฝดคู่นี้ทำให้ผมนึกถึงตอนสมัยทำงานอยู่ที่อเมริกา เพราะคุยภาษาอังกฤษกันตลอดเลย เหมือนภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ของน้อง ๆ เขาน่ะครับ เห็นคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ ผมก็เลยอังกฤษตามน้องไป ทำให้คุยสะดวกขึ้นเหมือนกัน น้องบอกว่ากำลังว่างเพราะสตูดิโอที่ทำงานพิเศษหยุดพอดี ก็เลยตกลง
น้องโยยิ้มน่ารักมากครับ ดูอบอุ่น น้องเขาร่าเริงอารมณ์ดี คุยกับผมถูกคอสุด ๆ โดยเฉพาะเรื่องถ่ายรูปกับทำอาหาร น้องเขาเล่าถึงเพื่อนหญิงที่โรงเรียนให้ฟังเหมือนกัน แต่คนละแบบกับน้องแมนนะ เหมือนน้องโยเขาแค่แซวเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้คบจริงจัง แต่เท่าที่ฟังเหมือนน้องเขาคุยถึงเพื่อนที่ชื่อ หยิน บ่อยเป็นพิเศษ น้องเขาบอกว่าเฮฮาดี นิสัยคล้าย ๆ กัน ผมอยากเห็นน้องหยินคนนั้นจัง”


Photobucket
“ส่วนอีกคนหนึ่งก็น้องวายุ หิรัญพฤกษ์ชัยมาตย์ ชื่อเล่นชื่อยุ
น้องยุถึงจะหน้าตาเหมือนน้องโย แต่นิสัยไม่เหมือนกัน น้องเขาดูนิ่ง ๆ สุภาพเรียบร้อย พูดจามีหลักการ ไม่ค่อยยิ้มหรือหัวเราะเท่าไรระหว่างที่นั่งคุยกัน แต่จะคุยกับน้องเขาลื่นขึ้นก็ตอนคุยถึงดนตรีนี่แหละ เพราะผมก็เล่นกีตาร์สายคลาสสิกเหมือนที่น้องเขาเล่นไวโอลินกับเปียโน เพลงที่น้องเล่นให้ฟังนั้นทำนองเศร้าสร้อย เหมือนมีอะไรอยู่ในใจ
น้องจะหลุดยิ้มออกมาบ้างเวลาพูดคุยกับน้องโย เหมือนน้องยุไม่ชอบแสดงอารมณ์รื่นเริงยินดีเวลาอยู่กับคนอื่นนัก แต่จะกลับเป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่กับน้องโย ผมว่าเขาก็นิสัยคล้ายน้องโยแหละครับ แค่ไม่แสดงออกเท่านั้นเอง”


Photobucket
“ตอนนี้จะเริ่มวันที่ 3 แล้วครับ วันนั้นง่ายหน่อยเพราะน้องเขามาหาผมที่ร้านน้ำปั่นเลยครับ น้องคนนี้เป็นคนนำทีม น้องชื่อธีร์ นทีธารทรัพย์พิสิทธ์ ชื่อเล่นชื่อไทย
น้องไทยบอกว่าได้ข่าวจากเพื่อน ๆ ว่ามีช่างภาพมาถ่ายรูปเด็กนักเรียน ก็เลยพาเพื่อน ๆ ที่สนใจเรื่องถ่ายรูปเหมือนกัน กะจะมาดูผมถ่ายรูป แต่ว่าผมยังไม่ทันได้ทาบทามใครเลยวันนั้น ก็เลยขอพวกน้องไทยนี่แหละ น้อง ๆ ก็โอเค
น้องไทยก็เป็นหนุ่มน้อยอัธยาศัยดี ปล่อยมุขตลกบ้างเป็นครั้งคราว ผิวขาวแต่งตัวสะอาดเรียบร้อย ดูเผิน ๆ เหมือนลูกคุณหนูผู้ดี แต่พอได้คุยกันก็รู้สึกว่าน้องเขาให้อารมณ์ประมาณว่า ป่า ภูเขา คลื่น สายลม แสงแดด รักธรรมชาติมาก นักกิจกรรมตัวจริง น้องคุยเรื่องเข้าค่ายดอยอะไรสักอย่าง รู้สึกจะชื่อดอยแตะเมฆนี่แหละ พูดจนผมอยากไปเที่ยวบ้างเลยครับ
ตอนที่จะถ่ายรูปกัน น้องเขาก็บังเอิญเจอลูกนกอยู่ในพุ่มไม้เตี้ย ดูเหมือนจะหลงแม่มา ก็เอามือโอบลูกนกไว้แล้วช่วยกันเดินหารังนกอยู่พักหนึ่ง แบบว่าน้องเขาทำท่าจริงจังมาก แล้วน้องก็บอกว่าเหมือนได้ยินเสียงนกร้อง อาจจะเป็นแม่มันเรียกก็ได้ พอปล่อยมือออกลูกนกก็บินหายไป”


Photobucket
“คนที่ตามน้องไทยมาด้วยก็มีน้องคนนี้ครับ น้องวชิรา กวีไกรสร ชื่อเล่นชื่อสร
ทางนี้ก็คล้ายกับน้องไทยที่ต้องคุยก่อนถึงจะพอรู้นิสัย ดูผ่าน ๆ แบบไม่ได้ทักทายกันนึกว่าจะเป็นทอมบอยมาดนิ่ง แต่พอได้พูดคุยก็เห็นว่าน้องเขาก็เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดา นิสัยห้าวนิด ๆ ดูลุย ๆ ชนิดพร้อมไปออกค่ายกับน้องไทยทุกเมื่อ ป่า ภูเขา คลื่น สายลม แสงแดด เหมือนกันเปี๊ยบแต่อาจจะน้อยกว่าน้องไทยนิดหน่อย ชอบเป่าฮาร์โมนิกากับเล่นกีตาร์ด้วย แล้วน้องคงจะชอบแมวถึงเอาลูกแมวพกใส่กระเป๋ามาโรงเรียน ตกใจเหมือนกันเพราะตอนแรกเห็นกระเป๋าดิ้นได้ น้องจะซ่อนก็ซ่อนไม่ทันก็เลยเอามันออกมา แต่ผมก็แนะนำให้ปล่อยมันทิ้งไว้ให้อยู่กับแม่มันที่บ้านดีกว่า”


Photobucket
“งานนี้คงจะรวมพลคนรักกิจกรรมกลางแจ้งล่ะครับ อีกคนหนึ่งที่ตามน้องไทยมาคือน้องพลอย พานิชวิทย์ ชื่อเล่นชื่อพลอย
ถามว่าวันนี้เรียนพละมาเป็นยังไงบ้าง น้องก็ตอบว่าวันนี้ไม่มีเรียนพละ แค่อยากใส่ชุดพละเฉย ๆ
น้องพลอยดูสบาย ๆ สดใสร่าเริง เป็นคนตรง ๆ ดี ดูออกง่ายกว่า 2 คนแรกที่ต้องนั่งคุยกันสักพัก ดูเป็นผู้ใหญ่คล้ายกับน้องสรแต่น้องพลอยจะเรียบร้อยดูเป็นกุลสตรีมากกว่านิดหน่อย เห็นบอกว่าทำงานเย็บปักถักร้อยเป็นด้วย น้องเล่าเรื่องเพื่อนผู้หญิงคนโน้นคนนี้ให้ฟัง บอกว่าน่ารักอย่างนั้น น่ากอดอย่างนี้ น้องเขาก็เป็นเด็กที่ดูเรียบ ๆ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ”


Photobucket
“วันนี้วันสุดท้ายแล้วครับ เหลือน้องที่ต้องถ่ายรูป 2 คน วันนี้ก็ถ่ายง่ายเพราะน้องเขามาเอง กลายเป็นว่าร้านน้ำปั่นกลายเป็นสถานที่นัดพบคนอยากถ่ายรูปไปแล้วครับ
น้องคนนี้ชื่อฝรั่งเชียว แพททริเซีย ดี. ฟรานซิส ชื่อเล่นชื่อแพท ดูจากโครงหน้าแล้วคิดว่าลูกครึ่งแน่นอน
น้องแพทกับคุณพ่อบ้านดันแคนพาเพื่อนมาถ่ายรูปด้วยกัน น้องบอกว่าได้ข่าวมาจากน้องไทยเลยสนใจ น้องเป็นคนพูดอะไรตรงไปตรงมา ดูขวานผ่าซากไปนิดแต่ผมคิดว่าก็โอเคนะ คุยไปคุยมาก็รู้ว่าเราทั้งคู่เคยอยู่อเมริกามาก่อนเหมือนกันเลยคุยกันลื่นดีถึงจะอังกฤษปนไทยไปบ้าง สนุกเหมือนกัน สักที่มือด้วย มั่นใจในตัวเองมาก ดูโดยรวมน้องแพทเป็นแบบที่น้องวัยรุ่นสมัยนี้เรียกว่า แรง กันน่ะครับ ก็ขอใช้คำนี้ไปเลยก็แล้วกัน”


Photobucket
“น้องคนสุดท้าย น้องแพรวนภา ดารารัศมีโชต ชื่อเล่นชื่อพราว ลูกครึ่งอีกคนหนึ่ง
น้องพราวเป็นคนที่น้องแพทชวนมาถ่ายรูปด้วยกัน น้องแพทบอกว่าปกติก็เห็นใช้มือถือถ่ายรูปตัวเองลงไฮไฟฟ์บ่อย ๆ ตอนแรกน้องก็ดูอิดออดไม่อยากถ่าย เหมือนกลัวผมยังไงชอบกล ผมก็นึกว่าวันนี้คงได้แค่คนเดียวเสียแล้ว แต่พอได้คุยกันสักพักบวกกับน้องแพทช่วยดันในที่สุดน้องก็ยอมตกลง
อารมณ์หยิ่งนิด ๆ กับสายตาเหยียด ๆ ของน้องทำให้ผมนึกถึงนางแบบหลายคนที่เคยทำงานกับผม ตอนแรกก็เตรียมรับศึกเต็มที่ คุยเรื่องแฟชั่นที่น้องชอบ ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่น้อยคุยตอบมา ก็เห็นว่าไม่ยากอย่างที่คิด แม้ว่าจะดูเป็นคนวัตถุนิยมดูอะไรแต่ภายนอกกับดูถูกเพื่อน ๆ ที่ไม่เหมือนเธอบ้าง แต่ลึก ๆ ผมคิดว่าน้องพราวก็เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาที่อยากมีเพื่อนที่ยอมรับในตัวเธอและจริงใจต่อเธอ น้องเขาโชคดีที่ได้น้องแพทเป็นเพื่อน สองคนนี้แม้ดูต่างกันสุด ๆ แต่ก็มีแนวความคิดคล้ายกัน แล้วน้องแพทก็จริงใจอย่างที่น้องพราวเขาต้องการด้วยครับ

จากนั้นผมก็บอกน้องทั้งคู่ให้ตามเพื่อนมาเอารูปในวันรุ่งขึ้น
เมื่อวันนั้น เด็ก ๆ ทั้ง 10 คนดูมีความสุขมาก แบ่งรูปภาพดูกันใหญ่ มีทั้งชมว่าถ่ายรูปออกมาทั้งหล่อทั้งสวย อึ้งที่น้องแมนสั่งรูปมา 1 โหล ขำกับท่ากระโดดเตะของน้องฟาน เยอะแยะไปหมด อ้อ ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยครับว่าน้องพราวถ่ายรูปขึ้น สวยมาก ๆ น้องพราวเลยยิ้มอารมณ์ดีตลอดทั้งงานครับ”


“แล้วคุณคิดว่าทำไมโรงเรียนถึงควรมีช่างภาพครับ” คุณผอ. ถามคำถามหลักของวันนี้


“คำตอบแบบง่าย ๆ ก็คือ ผมอยากเห็นพวกเด็ก ๆ มีความสุขกันครับ” ผมตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ ก่อนที่จะขยายความต่อ


“น้อง ๆ สมัยนี้ก็มีกล้องเป็นของตัวเอง ชอบถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูกันอยู่แล้ว ผมคิดว่าควรจะมีคนแนะนำแนวทางให้บ้างหรือช่วยเหลืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เทคนิคการถ่ายรูป การแต่งภาพ รับอัดภาพ ทำหนังสือรุ่น อะไรแบบนี้เพื่อน้อง ๆ จะได้สะดวกไม่ต้องจ้างร้านแพง ๆ
บางทีพวกน้อง ๆ ตากล้องถ่ายรูป ส่วนมากก็จะมีแต่รูปพวกเพื่อน ๆ แต่ไม่ค่อยมีรูปน้องเขาเอง เพราะน้องเป็นคนถ่าย จะให้เพื่อนคนอื่นช่วยถ่ายก็ไม่ถนัด ผมจะเป็นคนช่วยตรงนี้เอง ไม่ว่าน้องจะไปที่ไหน จะไปออกค่ายไกลยังไง ผมตามไปด้วยแน่นอนครับ

ในอนาคต เด็ก ๆ ก็คงจะแยกย้ายกันไป บางครั้งความทรงจำ ความรู้สึกดี ๆ ก็เลือนหายไปตามกาลเวลา
ผมจึงอยากเก็บภาพ เก็บความทรงจำที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้เอาไว้ เพื่อที่น้อง ๆ จะได้ไม่ลืมวันเวลาวัยเรียนมัธยม วันที่ได้อยู่กับผองเพื่อน วันที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ทั้งสุข ทั้งเศร้า
เมื่อเด็ก ๆ กลับมาดูภาพถ่ายอีกครั้ง ก็เหมือนย้อนกลับมาดูตัวเอง เหตุการณ์บางอย่างสามารถนำไปเป็นบทเรียนเพื่อดำเนินชีวิตต่อไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่

แล้วน้อง ๆ ก็จะมีความสุขครับ”



ชายตรงหน้าผมพยักหน้าช้า ๆ

“ขอบคุณครับ ผมจะติดต่อกลับไปนะครับ” เขาเอ่ย

“ขอบคุณมากครับ” ผมตอบ


__________

รอคำสั่งอณุมัติอย่างเดียว จะได้ลงไปร่วมโครงการด้วยเต็มตัว
ก็สารภาพว่ายังตามอ่านการบ้านของนักเรียนไม่ครบทุกคน ก็จะไล่เก็บไปเรื่อย ๆ นะคะ
เรื่องงานกีฬาสีจะได้ไปแจมด้วยหรือเปล่านั้นก็รอผลจากคุณผอ. ก่อนดีกว่า เพราะไม่แน่ใจว่าตัวละครเพิ่งโผล่มาใหม่แบบนี้จะได้ลงเล่นเลย แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะลุยได้เต็มอัตราศึกเหมือนกัน เพราะว่าอาทิตย์หน้าเราก็เปิดเทอมแล้ว (ปิดแค่อาทิตย์เดียว ชีวิตรันทดยิ่งนัก T^T") ต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน

อาจจะวาดไม่สวยเท่าผู้ปกครองหลาย ๆ คน แต่ก็จะพยายามพัฒนาฝีมือเต็มที่ค่ะ > <


สุดท้าย ขอขอบคุณคุณโคค่อนที่ทำโครงการดี ๆ มาได้ชาวบล็อกเอ็กซ์ทีนได้เล่นกัน
และขอขอบคุณผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 10 คนที่เราเอามาเป็นแบบด้วยค่ะ



เจอกันใหม่เอนทรี่หน้าจ้า

edit @ 7 Oct 2008 12:12:19 by accel

edit @ 7 Oct 2008 19:32:35 by accel

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอบดีใจรูปแรกเลย..ฮิๆ

ขนุน: ขอบคุณสำหรับรูปค่ะพี่พุด ขนุนชอบมากๆเลยแล้ววันหลังมาคุยกันอีกนะ~

พี่พุดสู้ๆ>[]<b

#1 By (themagician) on 2008-10-07 00:52

(o/////o) เท่จังเลยค่ะ ..ลายเส้นก็สวยด้วย

#2 By [ i ]Rin on 2008-10-07 01:14

โอ้วววววววววววววว ช่างภาพประจำโรงเรียน

ขอให้ได้คำอนุมัติเร็วๆนะครับ

( พุดเท่ห์โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก )
โหย ถ้ามีเอฟเฟ็คปรบมือผมจะใส่ให้แล้วนะเนี่ย

งานดีดูตั้งใจมากๆสมกับที่ใช้เวลานาน
ความจริงผมก็รอไปเรื่อยๆแหละ ไม่อยากเร่งเพราะรู้ว่ายุ่งกัน
แต่ถ้ารอนานแล้วได้อะไรที่เก็บละเอียดแบบนี้ ผมว่าคุ้มครับ

อ้อ บอกก่อนจะได้ไม่ลุ้นนาน ว่า "อนุมัติ" ครับ
เดี๋ยวผมจะเอาชื่อเข้า official และขอวาดรูปตัวละครนี้พร้อมกับหมอกั๊ซแล้วกัน

ต่อมาก็คุยที่รายละเอียดค่าสมัครที่ส่งมา
ด้านเนื้อเรื่องนี่โอเคเลยแฮะ
ชอบตรงเหตุผลที่ทำไมควรมีช่างกล้อง
เพราะเป็นสิ่งที่ผมคิดเลยล่ะ สุดท้ายแล้วมันจะเป็นความทรงจำดีๆ
อย่างของผม รูปที่ผมเคยบ้าถ่ายช่วง ม6
สุดท้ายก็เป็นภาพส่วนใหญ่ในหนังสือรุ่นของห้องผมเลย

ส่วนตัวภาพ ผมว่าแบบนี้ลายเส้นก็ดีออกนะ
ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องวาดหรูอลังการอะไร
ขอแค่"จับคาแรคเตอร์ให้ได้"เท่านั้นเอง
ซึ่งดูจาก10คนที่ถ่าย(วาด)มานี้
ก็ตรงตามคาแรคเตอร์และคำบรรยายเลยล่ะ
(อย่างน้อยผมไม่รู้สึกขัดเลย)

ต่อไปเป็นเรื่องกีฬา
ตั้งแต่ตอนเริ่มอ่านช่วงแรก ก็คิดอยู่ว่ามาถูกจังหวะพอดี
คงให้ช่วยถ่ายรูปงานกีฬาสีแน่ๆครับ
แต่ทีนี้พอเป็นช่างภาพ ผมเลยขอให้เป็นแบบการจับภาพจากเรื่องราวที่มีอยู่ก่อนแล้วกัน
ส่วนตัวเรื่องราวนี่ กีฬาสีผมจะเน้นให้เด็กเป็นคนสร้างเรื่อง ส่วนครูเป็นคนสนับสนุนน่ะ
และบุคลากรพิเศษก็จะทำหน้าที่เฉพาะตามแต่ละคนไป

สำหรับช่างภาพ รายละเอียดเบื้องต้น ผมจะมีจังหวะให้ถ่ายได้ดังนี้
1. ช่วงเตรียมงาน
สามารถดูได้จากห้องประชุมเชียร์กับกีฬาของสีต่างๆ
...อันนี้ผมอนุญาตให้แอบถ่ายได้แล้วกัน จะได้ดูธรรมชาติ
(เพราะอย่างห้องประชุมเชียร์ให้เด็กคุยเท่านั้นน่ะ)
2. ช่วงการแข่งกีฬา
- เดี๋ยวไว้ผลการแข่งออกมา และมีคนเขียนเรื่องราวการแข่งแล้ว
ถึงค่อยเอาไปวาดเป็นภาพถ่ายแล้วกันเนอะ
คิดว่ามีคนวาดอยู่แล้วล่ะ แต่ยังไงก็อยากให้ถ่ายอีกแหละ
เพราะมุมมองของช่างภาพมันน่าจะมีอะไรพิเศษขึ้นม
3.ช่วงแข่งเชียร์
- ไว้เดี๋ยวรายละเอียดการเชียร์ของแต่ละสีเสร็จแลัวจะบอกอีกทีครับ

คร่าวๆก็ประมาณนี้
สำหรับช่วงนี้แนะว่าลองทยอยทำการบ้าน2A กับ3Aก่อนก็ดี
ส่วนอันนี้ก็ปรับชื่อเป็นการบ้าน1 และทำที่รวมลิงค์การบ้านได้่เลยครับ


อ้อ ผมยกให้10คนแรกจากอันนี้ไปอยู่ที่การบ้าน2A ได้เลยนะ จะได้ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน

#4 By โคค่อน on 2008-10-07 08:21

ช่างภาพเท่มากเลยงับ>.<

งานก็งาม...สุดยอดมากเลยค่ะ^^

#5 By Ruii on 2008-10-07 11:56

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่พุด

cry
ช่างกล้องอย่างหล่อออออออออออออออออ (แม่กรี๊ด 55555)
ลายเส้นเคลียร์จังเลยค่ะ ชอบ
มาต้อนรับช่างกล้องค่ะbig smile

#8 By สะเงาะสะแงะ on 2008-10-07 19:40

ประทับใจคำตอบที่ตอบผอ.จังครับ...

ไว้รอร่วมงานกับครูเคนนะฮะ surprised smile

#9 By aki on 2008-10-07 19:41

ครูมิว : ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณพุด

Gothix : ขออภัยที่มาช้าไปนิดนะครับ ตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็มีบุคลากรเพิ่มมาอีกคน แต่เห็นแล้วแทบจะสำลักน้ำลาย คาแรกเตอร์น่าสนใจมากครับ

อ่านแล้วอยากจับมาเล่นกับลูกมิว อิอิ question

#10 By Gothix on 2008-10-10 22:35

ไทย - ขอบคุณสำหรับภาพถ่ายนะครับพี่พุด
ถ้ามีค่ายคราวหน้า หรือท่องเที่ยวอีก
ผมชวนพี่พุดไปเป็นตากล้องแน่นอนครับผม
พี่พุดน่าจะชอบนะครับconfused smile

#11 By Thai-Cubic on 2008-10-11 00:07

คาแรกเตอร์น่าสนใจดีฮะ 'w')


กฤต-อ๋า ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณพุดsurprised smile
พี่พุดเท่มากกกกกกกกกกกกกกกก
หลงรัก
x3
(คุณแม่ขอกรี๊ดดด)

พลอย: รูปสวยมากเลยค่ะ ดูดีกว่าตัวจริงเยอะเลย :3
นานนานทีจะได้มีรูปตัวเอง ปกติชอบถ่ายคนอื่นมากกว่า
ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ :3


#13 By BLUE. on 2008-10-20 11:13

อิอิ . . big smile

#14 By น้ำหอม (118.172.24.199) on 2009-01-20 19:26