[CS] Complete : รายละเอียดช่างกล้อง
posted on 07 Oct 2008 00:16 by accelerando in Cubicschool
เครดิตโครงการ http://cubicschool.exteen.com
ในที่สุด หลังจากล้มลุกคลุกคลานมาหลายรอบ
งานโรงเรียนลูกบาศก์ก็เสร็จจนด้ายยย~~~!!! >w<
ยาฮู้ววว~~~!!!
ซามูไรชัมพลูก็โหลด + ดูครบ รร.ลบ. ก็เสร็จ ปิดเทอมอันแสนสั้นนี้บรรลุวัตถุประสงค์ นอนตายตาหลับแล้ว อา... =w=+
เปลี่ยนทรงผมตามที่คุณผอ. บอกแล้ว และมีเพิ่มรายละเอียดนิด ๆ หน่อย ๆ ที่เปลี่ยนชัด ๆ คือเปลี่ยนที่ซุกหัวนอนจาก คอนโดฯ เป็น อาคารพาณิชย์ (ภาษาบ้าน ๆ ก็ ห้องแถว) เพราะตอนนั้นสับสนเรื่องภาษาเอง
เอารูปสีออกไปก่อน เพราะตอนนั้นเป็นตอนวาดใหม่ ๆ ยังไม่ค่อยชินมือ เบี้ยวกระจุย เอาไว้วาดใหม่สวย ๆ แล้วค่อยเอามาลง
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่หรือรูปเต็ม
รับชมรับฟังกันได้เลยค่ะ
เอ่อ...ถ้าขี้เกียจรับฟัง รำคาญเพลง ก็ปิดเพลงได้นะจ๊ะ =w="
Part I : Resume
1. ชื่อตัวละคร
นาย ปพนสรรค์ นารยวงศ์ (ชื่ออ่านว่า ปะ-พน-สัน) ชื่อเล่นชื่อ พุด
2. อายุ / เพศ
25 ปี เพศชาย
3. วันเกิด
4 มิถุนายน
4. ความสูง
180 ซม.
5. รูปพรรณสัณฐาน (ได้ทั้งการบรรยาย ภาพวาด และอาจจะเป็นภาพถ่ายอ้างอิง)

- เป็นคนรูปร่างสูงสมส่วน ไม่ถึงกับบึกบึนแต่ก็แข็งแรงอึดถึกในระดับหนึ่ง
- ผมสีดำ ตัดสั้นขยันปาดเจลเป็นทรงแบบนี้ทุกวัน วันไหนไม่ปาดแสดงว่าวันนั้นทั้งวันไม่มีงาน ไม่ได้ย่างเท้าก้าวออกจากบ้าน หรือเป็นช่วงก่อนนอน ผมทำไฮไลท์สีแดงด้านหน้า ทำงานสายแฟชั่น ต้องทำตัววัยรุ่น (ทั้ง ๆ ที่อายุอานามก็มิใช่น้อย) ตามกระแสกันบ้าง ทรงผมเลยออกมาแนวสุดฤทธิ์สุดเดช
- ตาสีน้ำตาลเข้ม
- ไว้เครานิดหน่อย
- ผิวขาวปานกลางเพราะทำงานภาคสนามประจำ ทาครีมกันแดดยังไงมันก็ต้องมีดำ ๆ ไหม้ ๆ กันบ้างล่ะ
- เวลาเป็นทางการใส่เสื้อเชิ้ตเป็นหลัก ผูกเน็คไท กางเกงแสล็กสีดำ เข็มขัดกับรองเท้าหนังสีดำ
- เวลาสบาย ๆ หรือออกไปลุยกลางแจ้ง เอาชนิดที่สบายและคล่องตัวไว้ก่อนเช่นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ
- ไม่ว่าเวลาไหน เสื้อมักจะสีสันสดใสอมเทานิด ๆ
ุ6. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป (เช่นเรียนที่ไหนมา เรียนด้านอะไร ที่บ้านเป็นยังไง)
- เป็นคนไทยแท้ เกิดและเรียนที่นี่ แล้วไปเรียนมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์มาจากอเมริกา (เรื่องภาษาอังกฤษไม่ต้องห่วง) ดังนั้นพวกสื่อแสงสีเสียง ถ่ายเอ็มวี หนังสั้น คอมพิวเตอร์กราฟฟิค ฯลฯ อะไรก็ทำได้ แต่ถนัดถ่ายภาพที่สุด
- มีน้องชาย 1 คนชื่อโมก เรียนคณะเดียวม. เดียวกับพี่เปี๊ยบ แต่จะเชี่ยวเรื่องอุปกรณ์แสงสีเสียงกับการจัดฉากมากกว่าหน่อย เพิ่งจบสดซิง บึ่งกลับเมืองไทยมาเปิดสตูดิโอถ่ายภาพที่ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ ชื่อว่า 108 Studio และบังเอิญเปิดอยู่หลังโรงเรียนลูกบาศก์พอดี
- ที่บ้านฐานะปานกลาง พ่อแม่ตายไปตั้งแต่ที่ทั้งคู่ยังเด็ก ๆ เลยอาศัยอยู่กับพวกญาติผู้ใหญ่ แต่ทางนั้นก็ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่มากนักเลยใช้วิธีออกมาอยู่หอที่โรงเรียนแล้วฟันฝ่าชิงทุนเรียนต่อเมืองนอกกันเอง
- ถึงจะเรียนจบนอก แต่ก็ชอบวัฒนธรรมไทยแบบบ้านตัวเองมากกว่า
7. งานที่จะทำ
ช่างกล้อง ฝ่ายโสตฯ (ตัวหลังถ้าทางโรงเรียนต้องการก็ทำได้)
Part II : Fiction
ทรงผม...โอเค
เสื้อ...โอเค
ครีมกันแดด...โอเค
น้ำหอมอีกนิด...
พร้อมลุย!

ผมใส่เสื้อเชิ้ตผูกไทเรียบร้อย รู้สึกว่าไม่ได้แต่งตัวแบบนี้มานานพอดู
จากนั้นผมก็คว้ากระเป๋าใส่สัมภาระใบเก่งแล้ววิ่งลงบันไดมาที่ห้องสตูดิโอชั้นล่างของห้องแถวอย่างกระตือรือร้น หลังจากส่งจดหมายสมัครงานไป วันนี้เป็นวันที่นัดสัมภาษณ์งาน ความรู้สึกสมัยเพิ่งเรียนจบแล้วต้องวิ่งหางานกลับมาอีกครั้ง รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ผมเคยทำงานเป็นช่างภาพอยู่ที่อเมริกา แต่ว่าก็เกิดอะไรขึ้นหลาย ๆ อย่างที่ไม่ค่อยดีนัก จนในที่สุด ผมกลับเมืองไทย มาขอเป็นกาฝากอยู่ห้องแถวของไอ้น้องชาย หายใจทิ้งไปวัน ๆ ทำแต่เรื่องหาสาระไม่ได้หรือไม่ก็เรื่องเสื่อม ๆ ซึ่งไม่ดีต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
หลังจากผ่านมาหลายเดือน ผมก็เริ่มคิดได้...อันที่จริงน้องของผมก็ช่วยกระตุ้นด้วยส่วนหนึ่ง คงอยากให้พี่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันเสียที ถึงผมยังมีเงินเก็บจากงานที่อเมริกาให้พอกินพอใช้บ้าง แต่จะให้งอมืองอเท้างานการไม่ยอมทำนี่คงไม่ได้
จะให้เล่าละเอียดตรงนี้คนอ่านหลับพอดี เอาเป็นว่าจะยกยอดไป Side Story เป็นซีนย้อนความหลังอีกทีหนึ่งก็แล้วกันนะครับ
จากการแนะนำของน้องชายและประสบการณ์ส่วนตัว...
ผมคิดจะเป็นช่างกล้องให้กับโรงเรียนเปิดใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากสตูฯ ของน้องนัก
...โรงเรียนลูกบาศก์
“จะไปแล้วเหรอพี่” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้น
เจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มผิวแทนผมสั้นสีดำ รูปร่างสูงหุ่นนักกีฬา เขานั่งอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะสำนักงานบริเวณหน้าห้อง ซึ่งเป็นที่สำหรับรับลูกค้าของสตูดิโอ
ไอ้หนุ่มคนนั้นคือ โมก น้องชายของผมเอง เป็นเจ้าของห้องแถวที่ซุกหัวนอนของเรา 2 พี่น้อง และสตูดิโอที่อยู่ชั้นล่างสุด “108 Studio”
ถึงผมจะเรียกว่าห้องแถว แต่มันก็กว้างกว่าพวกห้องแถวตามย่านการค้าเยอะ คล้าย ๆ กับทาวน์เฮาส์แหละ แค่มีชั้นล่างไว้ทำงาน กับตัวตึกอยู่ริมถนน
“อืม จะถึงเวลานัดแล้วล่ะ” ผมตอบ
“...โชคดีครับ” ฝ่ายตรงข้ามยิ้มน้อย ๆ
“สวัสดีครับ” ผมเอ่ยเมื่อเดินเข้ามาในห้องขนาดไม่ใหญ่นัก ตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูดี
ชายวัยกลางคนดูภูมิฐานนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังบริเวณใกล้กับหน้าต่างบานใหญ่ มือประสานกันอยู่บนโต๊ะ
ห้องนี้คือห้องของผู้อำนวยการโรงเรียนลูกบาศก์
“คุณคงเป็นคุณปพนสรรค์” ชายวัยกลางคนยิ้มอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงฟังดูอบอุ่น “เชิญนั่งก่อนครับ”
ผมนั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงานของคุณผอ. เขาถามสารทุกข์สุขดิบ คุยกับผมเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างเป็นกันเอง ทำให้ผมคลายความตื่นเต้นไปได้พอสมควร
“ผมขอดูผลงานของคุณหน่อยได้ไหมครับ” คุณผอ. ถาม
“เชิญครับ” ผมยื่นอัลบัมรูปให้ ระหว่างที่เขาพิจารณารูปถ่ายอยู่นั้น ผมก็อธิบายที่มาของแต่ละภาพให้เขาฟัง
“ผมถ่ายรูปเด็ก ๆ โรงเรียนลูกบาศก์ที่สวนสาธารณะที่อยู่ใกล้โรงเรียนเพราะผมไม่สามารถเข้ามาในโรงเรียนได้ถ้าคุณไม่อนุญาต
ผมอยากถ่ายรูปที่สื่อถึงตัวตนของเด็กคนนั้นและเป็นดูเป็นธรรมชาติ ประมาณว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่านี่ล่ะเด็กคนนั้น แต่ว่าผมไม่รู้จักเด็กนักเรียนสักคน ผมเลยเข้าไปคุยและขอทาบทามทีละคนครับ แล้วหลังจากนั้นผมก็อัดรูปที่ถ่ายส่งให้น้อง ๆ ด้วย”

“เริ่มจากวันที่หนึ่ง ผมพบกับน้องคนนี้เป็นคนแรกครับ น้องชื่อภัสษประภา ประสานคุณ ชื่อเล่นชื่อขนุน
ตอนนั้นผมนั่งอยู่ที่ร้านขายน้ำปั่นหน้าโรงเรียน กำลังคิดว่าจะทาบทามใครเป็นคนแรก ก็พอดีน้องเดินมาสั่งน้ำปั่น น้องเขาท่าทางสดใสร่าเริงคิดว่าน่าจะคุยกันง่ายก็เลยขอน้องให้มาเป็นนางแบบ น้องขนุนอ้าปากค้างเลย ถามคำถามเยอะไปหมดไม่ว่าจะเอาไปลงนิตยสารอะไรไหม เก็บตังหรือเปล่า ถ่ายที่ไหน ถ่ายยังไง ฯลฯ กว่าจะตอบคำถามเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยครับ น้องคุยเก่ง เล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ผมฟังตั้งหลายเรื่อง แล้วก็ดูจริงใจ ลุย ๆ กระฉับกระเฉง สดใสน่ารักมากเลยล่ะครับ”

“จริง ๆ แล้วถ่ายรูปน้องคนนี้ก่อนน้องขนุนอีก น้องเขาชื่อสงกรานต์ สว่างพิทักษ์ ชื่อเล่นชื่อแมน
พอชวนน้องขนุนมาถ่ายรูปได้ น้องก็ขอชวนเพื่อนมาถ่ายรูปด้วยกัน 2 คน น้องแมนก็เป็นหนึ่งในนั้น น้องแมนขอถ่ายรูปเป็นคนแรกเพราะบอกว่ารีบกลับบ้าน น้องเขาก็แปลกดีนะ ขอให้ผมช่วยอัดรูปส่งมาให้ตั้ง 1 โหล สงสัยเอาไปแจกเพื่อนหญิงมั้งครับ ดูจากคุยโทรศัพท์ตลอดเวลาแล้วพูดชื่อฝ่ายหญิงไม่ซ้ำกันสักคน แล้วก็คำพูดที่ใช้กับโทรศัพท์กับที่ใช้กับพวกผมนี่ต่างกันเยอะครับ แล้วน้องเขาบ่นถึงเพื่อนคนโน้นคนนี้ให้ฟังตอนที่คุยกับผม เหมือนน้องเขาไม่ชอบเท่าไหร่ที่เพื่อนทำอะไรแปลก ๆ หรือไม่ถูกใจเขา ตรงนี้ก็คงต้องดูกันไป ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วน้องแมนก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดีอะไรหรอกครับ”

“น้องคนนี้ก็เป็นน้องอีกคนที่น้องขนุนชวนมาถ่ายรูปด้วยกัน ชื่อรักษ์ เสถียรลีลาลาศ ชื่อเล่นชื่อฟาน
น้องเขาก็ดูเนือย ๆ นะ เหมือนจะพูดน้อยในตอนแรก เพราะระหว่างที่นั่งคุยกัน 3 คน น้องแทบไม่ได้พูดอะไรนอกจากที่ผมถามเลย จะมีขยันพูดก็น้องขนุน ส่วนน้องแมนก็รองลงมา แต่พอผมถามเรื่องกังฟูที่น้องบอกว่าชอบเท่านั้นแหละ คุยไม่หยุดเลย ผมว่าน้องเขาคงเป็นคนที่ช่างพูดช่างคุย แค่หาเพื่อนที่จะคุยเรื่องเดียวกันไม่ได้เท่านั้นเอง แล้วตอนถ่ายรูปกันเหมือนน้องอยากแสดงท่าเตะต่อยให้ผมถ่าย ก็เลยเอาตามนั้น รูปนี้ดูกี่ทีก็แรงถูกใจผมสุด ๆ แล้วตอนจะกลับบ้านกันน้องเขาก็เป็นคนเดินไปเป็นเพื่อนน้องขนุนด้วยล่ะครับ ถึงน้องขนุนจะดูกลัวนิด ๆ แต่ก็เป็นสุภาพบุรุษดี”

“ตอนนี้เริ่มวันที่ 2 ครับ น้องคนนี้ชื่อวาโย หิรัญพฤกษ์ชัยมาตย์ ชื่อเล่นชื่อโย
ผมมานั่งที่ร้านขายน้ำปั่นเหมือนเดิม แล้วก็เจอกล้องดิจิตอลวางอยู่ ปรากฏว่าเป็นของน้องโยลืมทิ้งไว้ เห็นน้องโยกับฝาแฝดของน้องเขากำลังง่วนหากันอยู่พอดี เอ้อ...น้องฝาแฝดคู่นี้ทำให้ผมนึกถึงตอนสมัยทำงานอยู่ที่อเมริกา เพราะคุยภาษาอังกฤษกันตลอดเลย เหมือนภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ของน้อง ๆ เขาน่ะครับ เห็นคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ ผมก็เลยอังกฤษตามน้องไป ทำให้คุยสะดวกขึ้นเหมือนกัน น้องบอกว่ากำลังว่างเพราะสตูดิโอที่ทำงานพิเศษหยุดพอดี ก็เลยตกลง
น้องโยยิ้มน่ารักมากครับ ดูอบอุ่น น้องเขาร่าเริงอารมณ์ดี คุยกับผมถูกคอสุด ๆ โดยเฉพาะเรื่องถ่ายรูปกับทำอาหาร น้องเขาเล่าถึงเพื่อนหญิงที่โรงเรียนให้ฟังเหมือนกัน แต่คนละแบบกับน้องแมนนะ เหมือนน้องโยเขาแค่แซวเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้คบจริงจัง แต่เท่าที่ฟังเหมือนน้องเขาคุยถึงเพื่อนที่ชื่อ หยิน บ่อยเป็นพิเศษ น้องเขาบอกว่าเฮฮาดี นิสัยคล้าย ๆ กัน ผมอยากเห็นน้องหยินคนนั้นจัง”

“ส่วนอีกคนหนึ่งก็น้องวายุ หิรัญพฤกษ์ชัยมาตย์ ชื่อเล่นชื่อยุ
น้องยุถึงจะหน้าตาเหมือนน้องโย แต่นิสัยไม่เหมือนกัน น้องเขาดูนิ่ง ๆ สุภาพเรียบร้อย พูดจามีหลักการ ไม่ค่อยยิ้มหรือหัวเราะเท่าไรระหว่างที่นั่งคุยกัน แต่จะคุยกับน้องเขาลื่นขึ้นก็ตอนคุยถึงดนตรีนี่แหละ เพราะผมก็เล่นกีตาร์สายคลาสสิกเหมือนที่น้องเขาเล่นไวโอลินกับเปียโน เพลงที่น้องเล่นให้ฟังนั้นทำนองเศร้าสร้อย เหมือนมีอะไรอยู่ในใจ
น้องจะหลุดยิ้มออกมาบ้างเวลาพูดคุยกับน้องโย เหมือนน้องยุไม่ชอบแสดงอารมณ์รื่นเริงยินดีเวลาอยู่กับคนอื่นนัก แต่จะกลับเป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่กับน้องโย ผมว่าเขาก็นิสัยคล้ายน้องโยแหละครับ แค่ไม่แสดงออกเท่านั้นเอง”

“ตอนนี้จะเริ่มวันที่ 3 แล้วครับ วันนั้นง่ายหน่อยเพราะน้องเขามาหาผมที่ร้านน้ำปั่นเลยครับ น้องคนนี้เป็นคนนำทีม น้องชื่อธีร์ นทีธารทรัพย์พิสิทธ์ ชื่อเล่นชื่อไทย
น้องไทยบอกว่าได้ข่าวจากเพื่อน ๆ ว่ามีช่างภาพมาถ่ายรูปเด็กนักเรียน ก็เลยพาเพื่อน ๆ ที่สนใจเรื่องถ่ายรูปเหมือนกัน กะจะมาดูผมถ่ายรูป แต่ว่าผมยังไม่ทันได้ทาบทามใครเลยวันนั้น ก็เลยขอพวกน้องไทยนี่แหละ น้อง ๆ ก็โอเค
น้องไทยก็เป็นหนุ่มน้อยอัธยาศัยดี ปล่อยมุขตลกบ้างเป็นครั้งคราว ผิวขาวแต่งตัวสะอาดเรียบร้อย ดูเผิน ๆ เหมือนลูกคุณหนูผู้ดี แต่พอได้คุยกันก็รู้สึกว่าน้องเขาให้อารมณ์ประมาณว่า ป่า ภูเขา คลื่น สายลม แสงแดด รักธรรมชาติมาก นักกิจกรรมตัวจริง น้องคุยเรื่องเข้าค่ายดอยอะไรสักอย่าง รู้สึกจะชื่อดอยแตะเมฆนี่แหละ พูดจนผมอยากไปเที่ยวบ้างเลยครับ
ตอนที่จะถ่ายรูปกัน น้องเขาก็บังเอิญเจอลูกนกอยู่ในพุ่มไม้เตี้ย ดูเหมือนจะหลงแม่มา ก็เอามือโอบลูกนกไว้แล้วช่วยกันเดินหารังนกอยู่พักหนึ่ง แบบว่าน้องเขาทำท่าจริงจังมาก แล้วน้องก็บอกว่าเหมือนได้ยินเสียงนกร้อง อาจจะเป็นแม่มันเรียกก็ได้ พอปล่อยมือออกลูกนกก็บินหายไป”

“คนที่ตามน้องไทยมาด้วยก็มีน้องคนนี้ครับ น้องวชิรา กวีไกรสร ชื่อเล่นชื่อสร
ทางนี้ก็คล้ายกับน้องไทยที่ต้องคุยก่อนถึงจะพอรู้นิสัย ดูผ่าน ๆ แบบไม่ได้ทักทายกันนึกว่าจะเป็นทอมบอยมาดนิ่ง แต่พอได้พูดคุยก็เห็นว่าน้องเขาก็เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดา นิสัยห้าวนิด ๆ ดูลุย ๆ ชนิดพร้อมไปออกค่ายกับน้องไทยทุกเมื่อ ป่า ภูเขา คลื่น สายลม แสงแดด เหมือนกันเปี๊ยบแต่อาจจะน้อยกว่าน้องไทยนิดหน่อย ชอบเป่าฮาร์โมนิกากับเล่นกีตาร์ด้วย แล้วน้องคงจะชอบแมวถึงเอาลูกแมวพกใส่กระเป๋ามาโรงเรียน ตกใจเหมือนกันเพราะตอนแรกเห็นกระเป๋าดิ้นได้ น้องจะซ่อนก็ซ่อนไม่ทันก็เลยเอามันออกมา แต่ผมก็แนะนำให้ปล่อยมันทิ้งไว้ให้อยู่กับแม่มันที่บ้านดีกว่า”

“งานนี้คงจะรวมพลคนรักกิจกรรมกลางแจ้งล่ะครับ อีกคนหนึ่งที่ตามน้องไทยมาคือน้องพลอย พานิชวิทย์ ชื่อเล่นชื่อพลอย
ถามว่าวันนี้เรียนพละมาเป็นยังไงบ้าง น้องก็ตอบว่าวันนี้ไม่มีเรียนพละ แค่อยากใส่ชุดพละเฉย ๆ
น้องพลอยดูสบาย ๆ สดใสร่าเริง เป็นคนตรง ๆ ดี ดูออกง่ายกว่า 2 คนแรกที่ต้องนั่งคุยกันสักพัก ดูเป็นผู้ใหญ่คล้ายกับน้องสรแต่น้องพลอยจะเรียบร้อยดูเป็นกุลสตรีมากกว่านิดหน่อย เห็นบอกว่าทำงานเย็บปักถักร้อยเป็นด้วย น้องเล่าเรื่องเพื่อนผู้หญิงคนโน้นคนนี้ให้ฟัง บอกว่าน่ารักอย่างนั้น น่ากอดอย่างนี้ น้องเขาก็เป็นเด็กที่ดูเรียบ ๆ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ”

“วันนี้วันสุดท้ายแล้วครับ เหลือน้องที่ต้องถ่ายรูป 2 คน วันนี้ก็ถ่ายง่ายเพราะน้องเขามาเอง กลายเป็นว่าร้านน้ำปั่นกลายเป็นสถานที่นัดพบคนอยากถ่ายรูปไปแล้วครับ
น้องคนนี้ชื่อฝรั่งเชียว แพททริเซีย ดี. ฟรานซิส ชื่อเล่นชื่อแพท ดูจากโครงหน้าแล้วคิดว่าลูกครึ่งแน่นอน
น้องแพทกับคุณพ่อบ้านดันแคนพาเพื่อนมาถ่ายรูปด้วยกัน น้องบอกว่าได้ข่าวมาจากน้องไทยเลยสนใจ น้องเป็นคนพูดอะไรตรงไปตรงมา ดูขวานผ่าซากไปนิดแต่ผมคิดว่าก็โอเคนะ คุยไปคุยมาก็รู้ว่าเราทั้งคู่เคยอยู่อเมริกามาก่อนเหมือนกันเลยคุยกันลื่นดีถึงจะอังกฤษปนไทยไปบ้าง สนุกเหมือนกัน สักที่มือด้วย มั่นใจในตัวเองมาก ดูโดยรวมน้องแพทเป็นแบบที่น้องวัยรุ่นสมัยนี้เรียกว่า แรง กันน่ะครับ ก็ขอใช้คำนี้ไปเลยก็แล้วกัน”

“น้องคนสุดท้าย น้องแพรวนภา ดารารัศมีโชต ชื่อเล่นชื่อพราว ลูกครึ่งอีกคนหนึ่ง
น้องพราวเป็นคนที่น้องแพทชวนมาถ่ายรูปด้วยกัน น้องแพทบอกว่าปกติก็เห็นใช้มือถือถ่ายรูปตัวเองลงไฮไฟฟ์บ่อย ๆ ตอนแรกน้องก็ดูอิดออดไม่อยากถ่าย เหมือนกลัวผมยังไงชอบกล ผมก็นึกว่าวันนี้คงได้แค่คนเดียวเสียแล้ว แต่พอได้คุยกันสักพักบวกกับน้องแพทช่วยดันในที่สุดน้องก็ยอมตกลง
อารมณ์หยิ่งนิด ๆ กับสายตาเหยียด ๆ ของน้องทำให้ผมนึกถึงนางแบบหลายคนที่เคยทำงานกับผม ตอนแรกก็เตรียมรับศึกเต็มที่ คุยเรื่องแฟชั่นที่น้องชอบ ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่น้อยคุยตอบมา ก็เห็นว่าไม่ยากอย่างที่คิด แม้ว่าจะดูเป็นคนวัตถุนิยมดูอะไรแต่ภายนอกกับดูถูกเพื่อน ๆ ที่ไม่เหมือนเธอบ้าง แต่ลึก ๆ ผมคิดว่าน้องพราวก็เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาที่อยากมีเพื่อนที่ยอมรับในตัวเธอและจริงใจต่อเธอ น้องเขาโชคดีที่ได้น้องแพทเป็นเพื่อน สองคนนี้แม้ดูต่างกันสุด ๆ แต่ก็มีแนวความคิดคล้ายกัน แล้วน้องแพทก็จริงใจอย่างที่น้องพราวเขาต้องการด้วยครับ
จากนั้นผมก็บอกน้องทั้งคู่ให้ตามเพื่อนมาเอารูปในวันรุ่งขึ้น
เมื่อวันนั้น เด็ก ๆ ทั้ง 10 คนดูมีความสุขมาก แบ่งรูปภาพดูกันใหญ่ มีทั้งชมว่าถ่ายรูปออกมาทั้งหล่อทั้งสวย อึ้งที่น้องแมนสั่งรูปมา 1 โหล ขำกับท่ากระโดดเตะของน้องฟาน เยอะแยะไปหมด อ้อ ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยครับว่าน้องพราวถ่ายรูปขึ้น สวยมาก ๆ น้องพราวเลยยิ้มอารมณ์ดีตลอดทั้งงานครับ”
“แล้วคุณคิดว่าทำไมโรงเรียนถึงควรมีช่างภาพครับ” คุณผอ. ถามคำถามหลักของวันนี้
“คำตอบแบบง่าย ๆ ก็คือ ผมอยากเห็นพวกเด็ก ๆ มีความสุขกันครับ” ผมตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ ก่อนที่จะขยายความต่อ
“น้อง ๆ สมัยนี้ก็มีกล้องเป็นของตัวเอง ชอบถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูกันอยู่แล้ว ผมคิดว่าควรจะมีคนแนะนำแนวทางให้บ้างหรือช่วยเหลืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เทคนิคการถ่ายรูป การแต่งภาพ รับอัดภาพ ทำหนังสือรุ่น อะไรแบบนี้เพื่อน้อง ๆ จะได้สะดวกไม่ต้องจ้างร้านแพง ๆ
บางทีพวกน้อง ๆ ตากล้องถ่ายรูป ส่วนมากก็จะมีแต่รูปพวกเพื่อน ๆ แต่ไม่ค่อยมีรูปน้องเขาเอง เพราะน้องเป็นคนถ่าย จะให้เพื่อนคนอื่นช่วยถ่ายก็ไม่ถนัด ผมจะเป็นคนช่วยตรงนี้เอง ไม่ว่าน้องจะไปที่ไหน จะไปออกค่ายไกลยังไง ผมตามไปด้วยแน่นอนครับ
ในอนาคต เด็ก ๆ ก็คงจะแยกย้ายกันไป บางครั้งความทรงจำ ความรู้สึกดี ๆ ก็เลือนหายไปตามกาลเวลา
ผมจึงอยากเก็บภาพ เก็บความทรงจำที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้เอาไว้ เพื่อที่น้อง ๆ จะได้ไม่ลืมวันเวลาวัยเรียนมัธยม วันที่ได้อยู่กับผองเพื่อน วันที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ทั้งสุข ทั้งเศร้า
เมื่อเด็ก ๆ กลับมาดูภาพถ่ายอีกครั้ง ก็เหมือนย้อนกลับมาดูตัวเอง เหตุการณ์บางอย่างสามารถนำไปเป็นบทเรียนเพื่อดำเนินชีวิตต่อไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่
แล้วน้อง ๆ ก็จะมีความสุขครับ”
ชายตรงหน้าผมพยักหน้าช้า ๆ
“ขอบคุณครับ ผมจะติดต่อกลับไปนะครับ” เขาเอ่ย
“ขอบคุณมากครับ” ผมตอบ
__________
รอคำสั่งอณุมัติอย่างเดียว จะได้ลงไปร่วมโครงการด้วยเต็มตัว
ก็สารภาพว่ายังตามอ่านการบ้านของนักเรียนไม่ครบทุกคน ก็จะไล่เก็บไปเรื่อย ๆ นะคะ
เรื่องงานกีฬาสีจะได้ไปแจมด้วยหรือเปล่านั้นก็รอผลจากคุณผอ. ก่อนดีกว่า เพราะไม่แน่ใจว่าตัวละครเพิ่งโผล่มาใหม่แบบนี้จะได้ลงเล่นเลย แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะลุยได้เต็มอัตราศึกเหมือนกัน เพราะว่าอาทิตย์หน้าเราก็เปิดเทอมแล้ว (ปิดแค่อาทิตย์เดียว ชีวิตรันทดยิ่งนัก T^T") ต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน
อาจจะวาดไม่สวยเท่าผู้ปกครองหลาย ๆ คน แต่ก็จะพยายามพัฒนาฝีมือเต็มที่ค่ะ > <
สุดท้าย ขอขอบคุณคุณโคค่อนที่ทำโครงการดี ๆ มาได้ชาวบล็อกเอ็กซ์ทีนได้เล่นกัน
และขอขอบคุณผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 10 คนที่เราเอามาเป็นแบบด้วยค่ะ
เจอกันใหม่เอนทรี่หน้าจ้า
edit @ 7 Oct 2008 12:12:19 by accel
edit @ 7 Oct 2008 19:32:35 by accel
ช่างกล้องอย่างหล่อออออออออออออออออ (แม่กรี๊ด 55555)


ขนุน: ขอบคุณสำหรับรูปค่ะพี่พุด ขนุนชอบมากๆเลยแล้ววันหลังมาคุยกันอีกนะ~
พี่พุดสู้ๆ>[]<b
#1 By (themagician) on 2008-10-07 00:52