[CS] HW : 2A Part II น้อง ๆ วันกีฬาสีในสายตาของผม
posted on 13 Dec 2008 17:39 by accelerando in Cubicschool
start - Depapepe
เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์
มาส่งการบ้าน 2A ของงานกีฬาสีครึ่งหลังแล้วค่ะ
ตรงส่วนที่เป็นความรู้สึกของพุดที่มีต่อน้อง ๆ จะใช้ตัวหนา เพื่อความสะดวกในการอ่าน
Link : การบ้าน 2A : Sportday Event Part I
การบ้าน 2A : Sportday Event Part II
สวัสดีวันกีฬาสีครับ พี่น้องชาวรรลบ.
วันนี้ผมรีบมาโรงเรียนแต่เช้า ได้ข่าวว่าจะมีเดินขบวนพาเหรดกีฬา เผื่อได้คุยกับถ่ายรูปน้อง ๆ ตอนก่อนเดินขบวนด้วย

หลังจากเจอเหตุการณ์ชวนหัวใจวายที่ห้องเครื่องของช่างรอน (รายละเอียด คลิกที่นี่) ผมเลยรีบหลบออกมา แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นน้อง ๆ นักเรียนกำลังวิ่งไปวิ่งมากันอยู่แถว ๆ โรงยิม
เมื่อเดินเข้าไปด้านใน ผมเจอน้อง ๆ ชุดสีขาววิ่งเตรียมของกับแต่งตัวกันให้วุ่นไปหมด ยังกับตลาดสดยามเช้า
ผมเดินตัวลีบไปกับผนังห้องและมองดูเด็ก ๆ ไปพลาง ๆ
ปึก...
ลำตัวของผมชนเข้ากับเด็กหนุ่มที่ตัวเตี้ยกว่าผมเกือบฟุต สิ่งที่สะดุดตาผมเป็นอย่างแรกของน้องธรก็คือเส้นผมสีน้ำเงินเข้มที่สะท้อนกับแสงไฟในห้อง

“ขอโทษครับ”
ผมกับน้องพูดขึ้นพร้อมกัน
แถมยังหัวเราะแหะ ๆ ต่อท้ายเหมือนกันอีกต่างหาก
“สวัสดีครับพี่พุด” หนุ่มน้อยละจากการจัดทรงเสื้อคลุมสีขาว เงยหน้าทักทายอย่างสุภาพ ดวงตาสีทองเป็นประกายเหมือนเด็ก “มาเก็บภาพเหรอครับ”
“ก็เรื่อย ๆ แหละครับ” ผมตอบ “เมื่อคืนซ้อมกันเหนื่อยไหมครับ เห็นต้องมาค้างที่โรงเรียน”
“ซ้อมไม่ดึกหรอกครับ แต่ที่ไม่ชอบก็ตรงอากาศร้อนไปหน่อย”
“ร้อนเพราะว่าเสื้อของน้องด้วยมั้ง เห็นแล้วร้อนแทน”
“ก็มีส่วนครับ”
“แล้วน้องธรลงกีฬาไหมครับ”
“ไม่ได้ลงครับ เป็นลีดคอยเต้นอย่างเดียว”
“ตั้งใจเต้นแล้วก็คอยเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ นะครับ” ผมยิ้ม
น้องธรคุยง่ายดีครับ ดูสบาย ๆ
อยากรู้จังว่าทำไมน้องเขาถึงผมสีน้ำเงิน ตาสีทอง ไม่น่าเข้าข่ายชาวต่างชาติชาติไหนบนโลกเลยนะ
ไม่ได้ถามเสียด้วยสิ เห็นว่าน้องเขากำลังยุ่งอยู่กับชุด
“เฮ้ย! ขนของระวังหน่อย! เดี๋ยวก็หักหมดพอดี ยิ่งทำจากกระดาษลังอยู่”
เสียงตะโกนโหวกเหวกแล่นเข้ามากระทบกับโสตประสาตของผม

“ธร! จัดเกราะใหม่หน่อยซิ! เบี้ยวอีกแล้ว!” เด็กหนุ่มหันหน้ามาทางพวกผม
“รู้แล้วน่า...” น้องธรหน้ามุ่ย พยายามใช้มือเล็ก ๆ ขยับเกราะสีขาว
“มานี่ ๆ ฉันจัดการเอง”
เด็กหนุ่มสูงเพรียวผมยาวยุ่งเป็นกระเซิงวิ่งเข้ามาหา เขาขยับแว่นที่ดั้งจมูกก่อนจะย่อตัวจัดเกราะกับเสื้อของน้องธรให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
“อุตส่าห์จะอู้ซะหน่อย...ไหงกลายเป็นยุ่งกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาซะงั้น” น้องภูบ่นอุบ แล้วก็ไล่น้องธรให้ไปช่วยเพื่อน ๆ ลีดคนอื่น ๆ แต่งตัว แล้วเขาก็สังเกตเห็นผมพอดี
“หวัดดีครับ” น้องยิ้ม แต่หน้าตาดูเพลีย ๆ
“สวัสดีครับน้องภู ท่าทางเหนื่อยนะครับเนี่ย” ผมยิ้มตอบ “ไหวไหมครับ ให้เพื่อนคนอื่นช่วยก็ได้นะ”
“คนอื่นเขาก็ยุ่ง ๆ เหมือนผมนี่แหละครับ ยังกับคุมงานก่อสร้างอะไรสักอย่างแน่ะ แต่แค่นี้สบายมากครับ ไม่ต้องห่วง”
“แล้วน้องต้องไปเดินขบวนกับเขาด้วยหรือเปล่า”
“ไม่ครับ พวกขบวนก็มีแค่พวกนักกีฬากับลีด ผมไม่ได้ลงอะไรสักอย่าง กะนอนรออยู่แถวนี้แหละครับ”
“ง่วงแบบนี้แล้วจะไปดูกีฬาหรือเปล่าครับ”
“ไปครับไป ถึงจะไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ก็เถอะ”
“อ้าว...ไม่สนใจกีฬา แล้วไปดูอะไรเหรอครับ”
“...โอ๊ะ! เหมือนว่าต้องรีบไปตั้งขบวนแล้ว ไปก่อนนะครับ” น้องภูไม่ตอบคำถามของผม เขาเหลือบดูนาฬิกา แล้ววิ่งตัวปลิวออกไปจากโรงยิม
น้องเขาคงรีบมั้ง เลยไม่ได้ตอบคำถามของผม
น้องภูดูเป็นคนอารมณ์ดี ห่ามนิด ๆ แต่ก็ตั้งใจทำงาน
น่าเสียดายที่น้องเขาไม่ลงกีฬาอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นอาจจะได้เห็นอะไรสนุก ๆ มัน ๆ กว่านี้ก็ได้
ยืน ๆ อยู่อย่างนี้ก็คงขวางทางน้องเขา คงได้เวลาที่ผมจะหลบออกไปบ้างแล้วล่ะ
หลังจากน้องนักเรียนเดินขบวนเสร็จก็เข้าสู่พิธีเปิด ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ผมเลยจะขอข้ามไป ตัดเข้าช่วงแข่งกีฬาเลยดีกว่า
การแข่งขันรายการแรกของช่วงเช้าเป็นแข่งว่ายน้ำ โดยนัดแรกเป็นฟรีสไตล์ของอาจารย์ชาย
ผมนั่งปักหลักอยู่ใกล้ ๆ เต็นท์พยาบาล ซึ่งเห็นสระชัดใช้ได้ แถมยังอาศัยร่มเต็นท์กันร้อนได้บ้าง เผื่อไว้หลบตอนทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชม.
เมื่อเหลือบมองไปทางเต็นท์กรรมการ ก็เห็นบุคลากรพิเศษคนอื่นและอาจารย์หลาย ๆ ท่านที่รับหน้าที่โฆษกนั่งคุยกันอยู่
การแข่งฟรีสไตล์ครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าว่ายน้ำเป็นกีฬาที่แปลกและเจ็บตัวใช่ย่อย ไหนจะท่ากระโจนขึ้นจากน้ำของอาจารย์วิรัล ไหนจะหัวโนเป่งของอาจารย์จอมฟ้าอีก
“พี่สายฟ้าคะ ประคบน้ำแข็งเถอะค่ะ”
น้องฟองคลื่นสีหน้ากังวลมาก วิ่งเข้าไปหาอาจารย์ผมสีทองและพาเข้ามาในเต็นท์พยาบาล
“แหม...หัวโนนิดหน่อยเอง” อาจารย์หัวเราะแหะ ๆ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้แต่โดยดี
“เดี๋ยวมันจะบวมและปวดหนักกว่าเดิมนะคะ” สาวน้อยนำน้ำแข็งใส่ลงในถุงและผูกให้แน่น
“ครับ ๆ ประคบก็ประคบ”

“คงไม่เป็นไรนะครับ” ผมเดินเข้าไปดูในเต็นท์
“คงเขียวไปอีกหลายวัน แต่น่าจะปวดน้อยลงน่ะค่ะ” น้องฟองคลื่นตอบ
“น้องอยู่ฝ่ายพยาบาลอย่างเดียวหรือเปล่าครับ”
“เดี๋ยวก็ไปแข่งว่ายน้ำเหมือนกันค่ะ ว่ายกรรเชียง แล้วก็วิ่งผลัดวิบากตอนบ่าย”
“อย่างนั้นเหรอครับ” ผมพยักหน้า “จะไหวไหมครับเนี่ย”
น้องพยักหน้าแบบไม่ค่อยมั่นใจนัก ทำให้ผมรู้สึกผิดหน่อย ๆ ที่ไปแซวเขา
“พี่จะเอาใจช่วยนะ” ผมตอบ “เอ้อ...คู่ต่อไปจะแข่งแล้ว มาดูกันต่อดีกว่าเนอะ”
เหมือนน้องฟองคลื่นจะดูขี้กังวลนะ แต่ก็ขยันทำหน้าที่ดี
อยากให้น้องร่าเริงขึ้นกว่านี้อีกสักนิดจัง
ตอนน้องแข่งว่ายน้ำ มีเสียงตะโกนมาด้วยว่า “ร้องหาพระแสงอะไร ไม่เคยเห็นคนว่ายน้ำรึไงวะ” เหมือนเสียงคุ้น ๆ แต่ก็จำไม่ได้แฮะว่าเสียงใคร
ถัดจากว่ายน้ำ ก็เป็นแข่งมวยทะเลสุดระทึก ย้ายสนามไปที่ชายหาดหลังโรงเรียน ยามสายแดดกำลังเปรี้ยงได้ที่ แต่บรรดากองเชียร์และนักกีฬายังฮึกเหิมกันอยู่เหมือนเดิม แรงดีไม่มีตกทุกคน
หลังจากนั่งหลบแดดมาได้สักพัก ผมก็เดินออกมาที่กองเชียร์ฝั่งสีเขียว
นั่นน้องระ สินะ
น้องเต้นดูกระฉับกระเฉง น่ารักดี ไม่เหมือนวันปกติที่เห็นกี่ทีก็นั่งฟังเพลงอยู่คนเดียว
ระหว่างที่เชียร์ลีดเดอร์กำลังพักครึ่ง น้องระเดินมานั่งดื่มน้ำขอบ ๆ เต็นท์สวัสดิการ ผมเลยเดินเข้าไปทัก
“สวัสดีครับน้องระ”
“สวัสดีค่ะ” น้องตอบและยิ้มน้อย ๆ
“เหนื่อยมากไหมครับ ท่าทางจะร้อน”
“ไม่เป็นไรค่ะ เพราะก็มีให้พักบ่อยอยู่แล้ว”
“น้องเต้นเก่งมากเลย เชียร์ใครเป็นพิเศษอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย”
“ไม่มีค่ะ” น้องตอบชัดถ้อยชัดคำ
“อ้าว...ไม่เชียร์ใครเลยเหรอครับ” ผมถามกลับ
“เพราะคนที่หนูอยากเชียร์ เขาไม่ได้แข่งกีฬาน่ะค่ะ”
จากนั้นน้องระก็ขอตัวไปเต้นต่อ
น้องระเหมือนไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนไม่ใช่คนหยิ่ง
ผมเห็นน้องว่ายน้ำเมื่อเช้า ถึงผลจะออกมาพลิกล็อก แต่ผมว่าน้องเขาก็ว่ายเก่งออก
แล้วน้องคนที่น้องระอยากเชียร์เป็นใครกันนะ
จากนั้นก็ถึงเวลาพักเที่ยง ทั้งนักกีฬาและกองเชียร์ก็ดูหิวโซไม่แพ้กัน เล่นเอาเหล่าสวัสดิการแจกข้าวแจกน้ำแทบไม่ทัน

เด็กหนุ่มร่างสูงท่าทางแข็งแรง หอบถุงกล่องข้าวถุงโตได้อย่างสบาย ๆ นำมาแจกให้ลูกทีมสีขาว แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยชอบใจนัก และเลี่ยงออกมาทันทีที่แจกกล่องข้าวเสร็จ
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ น้องริน” ผมเข้าไปทักเพราะเห็นน้องสีหน้าไม่ดี
“เอ่อ เปล่าครับ ผมแค่ไม่ชอบคนเยอะเฉย ๆ มันวุ่นวาย” ฝ่ายตรงข้ามตอบ ดูอารมณ์เย็นลงบ้าง
“เป็นสวัสฯ อย่างนี้ก็เหนื่อยหน่อยนะครับ”
“อา...ครับ”
“นอกจากว่ายน้ำแล้วน้องเล่นกีฬาอย่างอื่นไหมครับ”
“บาสฯ ตอนบ่ายครับ”
“เย้เย~! มาช่วยเสิร์ฟน้ำหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
เด็กสาวผมยาวรวบด้วยโบว์สีขาวตะโกนเรียกเด็กหนุ่ม
“คร้าบ...ผม งั้นผมขอตัวก่อนนะ” แล้วน้องรินก็วิ่งไป
ทางนี้ก็ไม่ใช่คนช่างพูดอีกคน แล้วก็ดูเหมือนปิดใจอยู่บ้าง
แต่ก็ดูร่วมกิจกรรมกับเพื่อนดีนะ
ตัวสูง ๆ แบบนั้นคงเล่นบาสฯ ได้สบายเลย แต่ผมดูบาสฯ ไม่เป็นเสียด้วยสิ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกับเขา
กีฬาช่วงบ่ายเริ่มด้วยบาสเก็ตบอล ซึ่งผมก็ดูด้วยความมึน รู้แค่ตอนจบเท่านั้นแหละว่าฝ่ายไหนชนะ
ถัดมา เป็นกีฬาที่ทุกคนรอคอยนั่นก็คือ การแข่งขันวิ่งผลัดวิบาก ซึ่งอุปสรรคขวากหนามทั้งหลายในลู่วิ่งเรียกเสียงฮากระจุยกระจายจากผู้ชมไม่ขาดระยะ แต่ท่าทางนักกีฬาจะไม่ค่อยปลื้มกับมันเท่าไร
ระหว่างพักครึ่งก่อนการแข่งขันวิ่งของทีมนักเรียนหญิง ผมก็แวะเข้ามาดูที่เต็นท์นักกีฬา ส่วนใหญ่ก็กำลังวอร์มอัพ เตรียมพร้อมลงสู่ลู่วิ่ง

สาวน้อยตัวเล็กเงยตัวขึ้นมาหลักจากผูกเชือกรองเท้าเสร็จ ดูจากหน้าแดง ๆ แล้วเหมือนน้องจะตื่นเต้นไม่ใช่น้อย
“อะ...อา พี่พุด สวัสดีค่ะ” น้องไอรินทักทายผมอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับน้องไอริน” ผมตอบ “จะแข่งอยู่แล้วนะครับ ยังตื่นเต้นไม่หายอีกเหรอ”
“ก็มันไม่หายสักทีนี่คะ” น้องยิ้มและหัวเราะ “พี่พุดถ่ายรูปได้เยอะหรือยังคะ”
“เยอะครับ แต่ยังถ่ายได้อีกเรื่อย ๆ”
“มีช็อตฮา ๆ เยอะไหมคะ”
“ก็มีบ้างครับ”
“แล้วเอามาแบ่ง ๆ ให้ดูกันบ้างนะคะ อ้อ...เขาประกาศเรียกแล้ว หนูไปก่อนนะคะ”
“ครับผม”
ส่วนใหญ่ผมมักจะเป็นฝ่ายถามน้อง แต่คราวนี้กลายเป็นว่าน้องไอรินเป็นฝ่ายถามผม
น้องน่ารัก ร่าเริง แล้วก็จริงใจดี
ไปวิ่งวิบากก็ระวังด้วยนะ ตื่นเต้นแบบนี้ผมกลัวน้องเขาจะหกล้มจังเลย
ส่วนรายการวิ่งที่เรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุดก็คงจะเป็นรายการสุดท้ายนี่แหละครับ ที่เป็นวิ่งคู่ผสมชาย-หญิง
ระหว่างการแข่งขัน ผมก็เดินเข้าไปในเต็นท์พยาบาลอีกเหมือนเดิม ให้ตากแดดถ่ายรูปนาน ๆ ก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ ร้อนสุด ๆ

น้องภัทรหลังจากวิ่งเสร็จนี่แทบต้องช่วยกันหิ้วปีกเข้ามาที่เต็นท์เลยทีเดียว ดูเหนื่อยมาก ๆ
“ดีขึ้นหรือยังครับ” ผมถามเมื่อเห็นว่าน้องหอบช้าลง
“ก็ดีแหละครับ” หนุ่มน้อยหน้าซีดตอบเสียงเบา
“พี่ว่านอนไปเลยดีกว่าไหมครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ไม่ได้เป็นหนักขนาดนั้นสักหน่อย”
“ไหนจะว่ายน้ำ ไหนจะเต้นลีด แล้วก็มาต่อด้วยวิ่งอีก ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องลงรายการเยอะแบบนี้ก็ได้นี่ครับ”
“งานแบบนี้นาน ๆ จะมีสักครั้ง ผมก็อยากสนุกกับมันให้สุด ๆ ไปเลย ก็เลยลงกิจกรรมเท่าที่จะทำได้ แล้วก็ทำให้เต็มที่น่ะครับ”
น้องภัทรตอบได้ดีมากจนผมทึ่ง สุดยอดมากไอ้น้อง!
“นั่นสิเนอะ” ผมยิ้ม “อาการดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ งั้นมานั่งขอบเต็นท์เชียร์เพื่อน ๆ กันดีกว่า”
น้องภัทร ถึงสังขารจะไม่ให้ แต่ใจเกินร้อย
นอกจากนั้นยังพูดจาดี เป็นมิตร แบบนี้เพื่อนคงเยอะ
พักผ่อนให้มาก ๆ แล้วก็ออกกำลังกายเบา ๆ บ่อย ๆ ผมว่าน้องคงแข็งแรงขึ้นแน่ ๆ
เวลาเกือบ 6 โมงเย็น ทุกคนทยอยกับบ้านกันเกือบหมดแล้ว
เมื่อผมเดินออกมานอกโรงเรียน ก็เจอมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์สีดำคันเขื่องจอดอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับคนขี่
“ไปกินข้าวข้างนอก แล้วก็ไปฟังเพลงที่ผับสักแห่งดีกว่า วันนี้ลูกค้าเยอะพอดี” น้องชายตัวสูงของผมโยนหมวกกันน็อคมาให้
“ผับเพลงป็อปได้ไหม” ผมเอ่ย
“เพลงร็อคนะพี่ ฟังแต่เพลงช้า ๆ มาหลายรอบแล้ว”
“วันนี้ฉันเหนื่อยน่ะ ขออะไรช้า ๆ ดีกว่า”
“โด่...ก็ได้ ขึ้นมาเลย”
“วันนี้เป็นไงบ้างพี่” โมกถามผมขณะแล่นจักรยานยนต์ไปตามถนน
“สนุกมาก” ผมตอบแข่งกับเสียงลมปะทะ “ถึงจะเหนื่อยก็เถอะ”
“เทียบกับสมัยก่อน ที่อเมริกาหรือที่นี่สนุกกว่ากัน”
จู่ ๆ โมกก็ยิงคำถามนี้ขึ้นมา
...
“...ที่นี่สิ” ผมตอบ “ไม่ได้รู้สึกดีอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว...นายถามเพื่อ”
“...ก็เห็นพี่ดูมีความสุขกว่าเดิม อย่างนี้พี่เฟื่องฟ้าคงดีใจ”
“หา...” เสียงทุ้ม ๆ ของน้องชายกลืนไปกับเสียงลม ทำให้ผมได้ยินไม่ถนัดนัก แต่เหมือนได้ยินว่าพูดถึงเฟื่องฟ้าสักอย่าง...
“จะบิดละนะ จับแน่น ๆ” แล้วโมกก็เปลี่ยนเรื่องทันที ครุยเซอร์กระชากไปข้างหน้าจนผมตั้งตัวไม่ทัน
“เฮ้ย! เดี๊ยววว~~~!!”
งานเหตุการณ์พิเศษครั้งแรกในโรงเรียนลูกบาศก์ของผม ก็จบลงได้ด้วยดี
มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ผมคุ้นเคยกับน้อง ๆ นักเรียน และบุคลากรท่านอื่นเพิ่มหลายคน
ผมคิดว่างานครั้งหน้า คงสนุกสนานไม่แพ้งานนี้แน่ ๆ ครับ
โซนผู้ปกครอง :
ในที่สุด หลังจากดองข้ามชาติข้ามภพ เป็นโรคเลื่อนไม่กำหนดเวลา เราก็ดันการบ้าน 2A เสร็จจนด้ายยย~~~!!! >w<
ตัวละครเพียบ ผู้ปกครองทั้งหลายโปรดชี้แนะ ถ้าเห็นว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง
ภาพที่วาดไวที่สุดคือเย้เย เพราะมีแต่ตัวกับถุงกล่องข้าว
ส่วนที่ฝนนานที่สุด ไม่ภาพฟองคลื่น & ครูสายฟ้า ก็พวกลีดนี่แหละ น้องธรเสื้อโหดมาก ตอนร่างร่างซะเละเต็มกระดาษ กว่าจะลบให้ขาวนี่อย่างเหนื่อย
จากนี้ก็คงต่อด้วย DB 2.1 นะ แต่อาจมีอะไรมาคั่นรายการก่อน
กล่าวถึงนักเรียนสิริรวม 14 คน ผสมกับตัวประกอบนิด ๆ หน่อย ๆ
นักเรียนคนอื่น ๆ ก็คงจะกล่าวถึงในการบ้านถัด ๆ ไป ไม่ก็พวก MS หรือ SS นะจ๊ะ
เอ้อ...มีเรื่องมาเล่าล่ะ
ระหว่างที่เราปั่นการบ้าน 2A นั่งวาดรูปพวกนักเรียนอยู่ เราใช้วิธีปรินท์ภาพลายเส้นนักเรียนของคุณโคค่อนออกมาดูเป็นแบบเพราะขี้เกียจนั่งสเก็ตจากหน้าจอสด ๆ มันปวดตา + เมื่อย
แล้วคุณพ่อคุณแม่เราก็เดินมาหา แล้วก็ทักว่าทำโรงเรียนลูกบาศก์อยู่เหรอ
เป็นที่รู้กันทั้งบ้านว่าเราเล่นโครงการนี้อยู่ คุณพ่อคุณแม่เราคงจะปลง ๆ กับลูกคนนี้แล้วมั้ง อยากทำอะไรก็ทำ ฮ่า ๆ
เราก็ตอบไป จากนั้นทั้งคู่ก็หยิบกระดาษลายเส้นของคุณโคค่อนขึ้นมาดู แล้วถามว่าใครวาด
เราก็ตอบว่าคุณผอ. วาด
คุณพ่อคุณแม่เราก็ชมเปาะเลยแหละ ว่าวาดสวย น่ารัก ไปวาดการ์ตูนขายได้เลย
ชมว่าลายเส้นนิ่มนวล ไม่เหมือนของเรา แข็งโป๊ก ฮา...
เราบอกไปว่าคุณผอ. วาดตัวละครทุกตัวที่อยู่ในโรงเรียน ก็ชมอีกว่าคงวาดเก่งมาก
คุณแม่ถามด้วยนะว่า แล้วผอ. วาดตัวละครของลูกด้วยหรือเปล่า
เราก็ตอบว่าวาดแล้ว แต่ไม่ได้ปรินท์ออกมา น่ารักกว่าเราวาดเป็นกอง
เราล่ะปลื้ม ลอยเลย มีผอ. เก่ง ๆ อย่างนี้ กรี๊ดกร๊าดคุณโคค่อนเพิ่มอีกหลายสิบเท่า >w<
แล้วก็...
คุณพ่อ : นี่ลูก คนวาดเขาเป็นผู้หญิงใช่ไหม
เรา : หา...ผู้ชายสิคะ
คุณพ่อ : ลายเส้นนิ่ม ๆ แบบนี้ พ่อว่าผู้หญิงวาดชัวร์
เรา : คุณผอ. เขาเป็นผู้ชาย ลงท้ายด้วยครับตลอดนี่
คุณแม่ : เขาอาจจะหลอกก็ได้นะลูก
เรา : เง้อออ...
เอ่อ... =w="
คุณโคค่อนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก๊ะ?
(หงายหลังหลบรองเท้าคุณโคค่อน เฟรี้ยววว!!!)

ปลื้ม~
เพื่อนๆก็หลายอิริยาบถมากๆ
สมเป็นตากล้องมือเอก...
รายละเอียดก็เปรี๊ยะ
สู้ๆครับพี่เป็นกำลังใจให้
ที่ไม่ต้องดองข้ามชาติข้ามภพแล้ว อิอิ
แต่ที่แน่ๆ ผอ.เป็นผู้ชายครับ
ไม่ใช่ผู้หญิง คอนเฟิร์ม อิอิ
#1 By Thai-Cubic on 2008-12-13 18:26