[CS] EV : ณ วันงาน II
posted on 10 Jan 2009 23:43 by accelerando in CubicschoolEdit!
เหตุเกิดจากความเมาส่วนบุคคล เราพิมพ์ตกส่วนสำคัญ ขอขอบคุณผปค. คีมาก ๆ ที่เตือน ไม่งั้นอาจจะมีมึนไปอีกหลายคน ถึงบางอ้อแล้วว่าทำไมคนเขียนกับคนปรู๊ฟต้องเป็นคนละคนกัน
แก้จาก
"...พี่พุดชวนฉันมาเต้นรำเพื่อที่จะให้ฉัน่รู้สึกแย่เหรอ..."
เป็น
"...พี่พุดชวนฉันมาเต้นรำเพื่อที่จะให้ฉันไม่รู้สึกแย่เหรอ..."
ในเรื่องแก้ไปแล้ว มาแปะไว้ที่หัวเอ็นทรี่อีกที เผื่อใครไม่เห็น ขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ข้าน้อยผิดไปแล้ววว...
__________
เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์
แขกรับเชิญ : รีน รอน ครูเอม สุน ไอริส สร ไอริน โย ฮุย พลอย
ยาวมากเพราะไม่มีเวลาตัดตอนมาลง ถ้าไม่ว่างอ่านเลื่อนไปอ่านบทสรุปท้ายเอ็นทรี่รวดเดียว หรือไม่ก็แบ่งอ่านเอาก็ได้ เพราะมี 2 ตอนย่อยจ้ะ
ลิงค์ตอนก่อนหน้า : ณ วันงาน I
[EV] ณ วันงาน 2
สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันมางานเลี้ยงปีใหม่ของโรงเรียนลูกบาศก์ล่ะค่ะ
เอ๊ะ เหมือนจะลืมแนะนำตัว ฉันชื่อรีนค่ะ เป็นน้องสาวของพี่รอน
ฉันมางานคู่กับพี่พุด ตากล้องประจำโรงเรียน ที่เอ่ยปากชวนฉันที่ไม่รู้จะทำอะไรช่วงวันหยุด ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นรู้จักกันแค่ไม่กี่นาที
แต่หลังจากนั้นเราก็เจอกันบ่อยขึ้น เริ่มสนิทกัน แถมฉันกับพี่ยังไปเช่าชุดที่สตูฯ ของเขาอีก แถมคิดราคาให้ถูกพิเศษ รู้สึกเกรงใจจัง
พี่เขาเป็นสุภาพบุรุษ พูดเพราะ นุ่มนวล ผิดกับพี่ชายฉันจริง ๆ
ไม่ว่าจะจ่ายค่าแท็กซี่ (ถ้าพี่รอนคงต้องหาร 2) ถือกล่องของขวัญหนัก ๆ ให้ ดูแลเทคแคร์ฉันอย่างดี ถ้าพี่ฉันก็คงวัน ๆ เอาแต่เรียกยัยรีน ๆ แล้วก็ใช้ให้ทำโน่นทำนี่แหง ๆ
ตอนแรก ฉันออกจะเบื่อและเหงานิดหน่อยเพราะว่าฉันไม่ค่อยรู้จักใคร แถมพี่รอนก็ไม่รู้ไปไหนกับครูเอมซะงั้น แต่พี่พุดก็พาฉันเดินไปและแนะนำให้รู้จักกับเหล่าเด็กนักเรียนและอาจารย์ คอยชวนฉันคุยเรื่องต่าง ๆ ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ คุยกันถูกคอสุด ๆ โดยเฉพาะเรื่องความสวยความงาม เพราะเข้าทางวิชาทำมาหากินของฉันพอดี นอกจากนั้นเขายังพาฉันไปถ่ายรูปคู่อื่น ๆ ไม่ปล่อยฉันทิ้งไว้คนเดียวอีกด้วย
ฉันไม่ค่อยได้มางานเลี้ยงอะไรแบบนี้บ่อยนัก แต่เท่าที่ดู พี่พุดคงไปงานบ่อย เพราะดูคล่องไปหมด ส่วนพี่ฉันน่ะเหรอ ทำอะไรเงอะ ๆ งะ ๆ ให้อายครูเอมเขาอยู่นั่นแหละ เสียดายจังที่ครูไมไม่ได้มา ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นอะไรฮา ๆ เปิ่น ๆ ของพี่ยิ่งกว่านี้ เอาไปเมาท์ได้อีกนาน
“ดูพี่พุดคล่องจังเลย พี่ไปงานแบบนี้บ่อยเหรอคะ” ฉันถามและจิบน้ำหวานจากแก้วทรงสวยในมือ ซึ่งเขาเป็นคนหยิบให้โดยที่ฉันไม่ต้องร้องขอ เรา 2 คนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ มองดูคู่อื่น ๆ เต้นรำกัน
“สมัยก่อนน่ะครับ ผมเคยทำงานให้กับนิตยสารดารา เลยออกงานสังคมค่อนข้างบ่อย” เขาตอบ
“โห...” ฉันอุทานเบา ๆ
บางครั้งฉันก็เคยทำผมให้พวกดาราดัง ๆ นะ ก็ฝีมือฉันใช่ย่อยซะที่ไหน
ได้เงินทีอื้อซ่าเลย พวกดารานี่กระเป๋าหนักกันทั้งนั้น
ทำงานกับวงการบันเทิงนี่ฉันคิดว่าได้เงินดีกว่ามาเป็นตากล้องในโรงเรียนนี่ตั้งเยอะ
แต่ฉันก็ไม่กล้าถามพี่เขาว่าทำไมเปลี่ยนงาน เสียมารยาทออกจะตายเนอะ
แค่คิดเล่น ๆ เฉย ๆ ก็พอ
แต๊น...แต๊น...
เพลงต่อมาเป็นเพลงช้า ๆ หวาน ๆ ภาษาเกาหลี
พี่พุดยังไม่ชวนฉันออกไปเต้นรำเลย คงกลัวฉันยังไม่หายเหนื่อยหลังจากพาเดินถ่ายรูปพวกเด็ก ๆ
เขายกกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์เป็นระยะ ๆ และมองดูผู้คนอย่างอารมณ์ดี
“เฮ้อ...ดูพี่รอนสิ” ฉันถอนหายใจ พี่เขาท่าทางจะตื่นเวทีเต้นแข็ง ๆ ชอบกล แต่ยังดีที่ซ้อมมาเยอะเลยไม่เผลอเหยียบเท้าครูเอมเข้าให้
“ผมว่ารอนเขาพยายามดีนะ เป็นคู่ที่น่ารักออก” พี่พุดยิ้ม “ไม่แน่ น้องรีนอาจจะได้พี่สะใภ้ในเร็ว ๆ นี้ก็ได้ ฮ่า ๆ”
“จะจีบติดเร้อออ...” ฉันลากเสียง
“ใครจะรู้ล่ะครับ” เขายกกล้องขึ้นมาถ่ายอีกครั้ง “แล้วน้องรีนล่ะครับ มีแฟนหรือยัง”
“ฮู้ยยย...โสดสนิทค่ะ ยังไม่คิดจะมี แค่งานก็หัวยุ่งแย่แล้ว” ฉันหัวเราะ “พี่พุดล่ะคะ”
ถ้าให้ฉันเดานะ ฉันคิดว่าเขาน่าจะมีแฟน ไม่ก็ต้องผ่านผู้หญิงมาบ้างล่ะ เพราะถ้าเป็นมือใหม่หัดควงสาวฉันว่าอารมณ์คงประมาณพี่รอนแน่ ๆ
“เคยมีครับ” เขาตอบ
เห็นไหม ฉันเดาถูก
แต่...ปกติผู้ชายเขาตอบกันอย่างนี้เหรอ
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ” ฉันรู้สึกผิดขึ้นมาหน่อย ๆ สงสัยจะพูดมากเกินไปละงานนี้
ปกติ เวลาฉันถามเพื่อนว่ามีแฟนหรือยัง จะได้คำตอบว่า “มี” หรือ “ไม่มี” เท่านั้น
แต่นี่ตอบว่าเคยมี...
“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับน้องรีน” พี่พุดยิ้ม “เรื่องมันก็นานแล้ว”
โธ่...นี่ฉันทำให้พี่เขาคิดถึงเรื่องที่ไม่ดีหรือเปล่าเนี่ยยย...
ทำไงดี ๆ ๆ ทำยังไงดี...!
“น้องรีนครับ”
เขาเอ่ยชื่อฉันเมื่อเพลงจบลง ทำให้ฉันละจากอาการคิดฟุ้งซ่านกระเจิดกระเจิง
“ถ้าไม่รังเกียจ เพลงถัดไปเต้นรำกับผมได้ไหมครับ”
Cant take my eyes off of you - boys town gang
(กดเปิดเพลงเพื่อให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น ไปเจอคำแปลพอดี ภาษาสวยน่ารัก เลยแปะแถมมาด้วย)
เรา 2 คนเดินไปที่ฟลอร์เต้นรำ ทำนองเพลงยุค ’70 ดังขึ้น เด็กบางคนบ่นกันใหญ่ว่าทำไมดีเจเปิดเพลงซะแก่ แต่ก็ยังเต้นกันต่อ ฮ่า ๆ
เหมือนฉันจะเคยฟังเพลงนี้มาก่อนเพราะว่าพี่รอนชอบฟังเพลงฝรั่ง แต่ที่ฉันฟังกับพี่นั้นเป็นฉบับรีมิกส์ใหม่ พี่รอนเขาว่างั้น แต่เพลงที่กำลังเปิดอยู่ตอนนี้คงเป็นฉบับเก่าละมั้ง
You're just too good to be true.
(คุณช่างดูงดงามประดุจภาพฝัน)
Can't take my eyes off you.
(งดงามกระทั่งผมไม่สามารถละสายตาไปจากคุณได้)
You'd be like Heaven to touch.
(คุณเป็นราวกับสรวงสวรรค์ที่อยู่แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส)
I wanna hold you so much.
(ผมอยากโอบกอดคุณไว้ ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด)
At long last love has arrived
(ราวกับความรักอันเป็นนิรันดร์ได้มาถึง)
And I thank God I'm alive.
(และผมขอขอบคุณคนบนฟ้า ที่ทำให้ผมมีชีวิตอยู่)
You're just too good to be true.
Can't take my eyes off you.
(คุณช่างดูงดงามประดุจภาพฝัน
จนกระทั่งผมไม่สามารถละสายตาไปจากคุณได้)
เพลงจังหวะรวดเร็ว คู่อื่น ๆ เต้นกันอย่างสนุกสนาน
แต่ฉันรู้สึกยังไงก็ไม่รู้สิ
พี่พุดชวนฉันมาเต้นรำเพื่อที่จะให้ฉันไม่รู้สึกแย่เหรอ
นั่นมันต้องหน้าที่ฉันสิ
แต่ว่าเวลาเต้นรำ ผู้ชายก็ต้องเป็นคนเชิญผู้หญิงซะอีก ปัดโธ่...
Pardon the way that I stare.
(ต้องขออภัย ที่ผมจ้องมองคุณอย่างไม่วางตา)
There's nothing else to compare.
(ไม่มีสิ่งใดที่จะเทียบเคียงได้เลย กับความงามของคุณ)
The sight of you leaves me weak.
(ภาพของคุณทำให้ผมรู้สึกอ่อนแรง)
There are no words left to speak,
(จนไม่รู้จะหาคำใดใดมาพูดให้คุณฟัง)
But if you feel like I feel,
(หากเพียงแค่คุณคิดตรงกันกับผม)
Please let me know that it's real.
(กรุณาบอกกับผม ว่านี่คือความเป็นจริง)
You're just too good to be true.
Can't take my eyes off you.
(คุณช่างดูงดงามประดุจภาพฝัน
จนกระทั่งผมไม่สามารถละสายตาไปจากคุณได้)
เพลงเก่า ๆ แต่ความหมายก็ยังดูทันสมัยดีจัง
เราทั้งคู่ก้าวเท้าไปตามจังหวะ เต้นด้วยลวดลายที่ไม่ยากนัก
“พี่พุดคะ” ฉันเอ่ย
“ครับ”
“ถ้าไม่อยากเต้น ก็ไม่ต้องก็ได้นะคะ ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
I love you, baby,
And if it's quite alright,
(ผมรักคุณ ที่รัก
และหากคุณจะไม่ว่าอะไร)
I need you, baby,
To warm a lonely night.
(ผมต้องการคุณที่รัก
เพื่อให้อุ่นไอกับค่ำคืนที่เดียวดายนี้)
I love you, baby.
Trust in me when I say.
(ผมรักคุณ ที่รัก
โปรดเชื่อผม ในสิ่งที่ผมได้กล่าวออกไป)
“น้องรีนไม่อยากเต้นหรือครับ” เขาถามกลับมา
“มะ...ไม่ใช่ ๆ”
ฉันก็ไม่รู้จะตอบยังไงดี เต้นก็อยากเต้น แต่กลัวพี่พุดต้องมาฝืนทำอะไรแบบนี้เพราะฉันน่ะสิ
“ถ้าอย่างนั้นก็เต้นกันต่อเถอะครับ” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน พาฉันก้าวตามจังหวะต่อไป
“ถึงผมจะมีคนที่ไม่สามารถลืมได้อยู่...”
เขาพูดต่อ
“แต่ตอนนี้...สิ่งที่สำคัญคือน้องรีนที่อยู่ตรงหน้าผม
You're just too good to be true.
Can't take my eyes off you.”
Oh, pretty baby,
Don't bring me down, I pray.
(โอ้ โฉมงามที่รัก
ได้โปรดอย่าทำให้ผมต้องผิดหวัง)
Oh, pretty baby, now that I found you, stay
(โอ้ โฉมงามที่รัก
และในวันนี้ที่ผมได้พบคุณ
ได้โปรดอยู่กับผม)
“ได้โปรดอยู่กับผมนะครับ” เขากล่าวแปลเนื้อเพลง และสบตาฉัน

เจอประโยคคอมโบเป็นชุดแบบนี้ฉันถึงกับพูดไม่ออก รู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปหมด
สงสัยฉันคงไม่ค่อยชินกับผู้ชายปากหวานเท่าไหร่ เพราะคนรอบตัวฉันมีแต่เฮ้ว ๆ กันทั้งนั้นไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ทำงาน
And let me love you, baby.
Let me love you.
(และโปรดให้ผมได้รักคุณ ได้รักคุณ)
“...ค่ะ” ฉันหลบตาเขาด้วยความเขิน ฉันไม่ได้อายม้วนต้วนแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ
ฉันตอบคำถามของพี่พุดนะ ไม่ได้ตอบของเนื้อเพลง ดันพอดีกันอีก โอ๊ย...
ฉันคิดว่าพี่เขาคงคิดถึงแค่เนื้อท่อนที่พี่ถามนั่นแหละ
ท่อนสุดท้าย เขาคงไม่ได้เอาไว้บอกกับฉันหรอกมั้ง
__________
สวัสดีครับทุกคน ผมเอง พุด
วันนี้ผมมางานเลี้ยงปีใหม่ของโรงเรียนลูกบาศก์กับน้องรีน น้องสาวรอน ตอนแรกน้องก็ดูเหมือนจะกลัว ๆ ผม แต่หลังจากเจอกันบ่อย ๆ เราก็สนิทกันดี
น้องเป็นคนน่ารัก ช่างพูดช่างคุย คุยด้วยสนุก ส่วนหนึ่งเพราะว่าน้องเป็นช่างทำผม เลยคุยกันลื่นเป็นพิเศษ บางครั้งมีแอบกัดรอนเป็นระยะ ๆ แต่ดูเธอก็รักพี่ของเธอดี เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงโมกจัง ป่านนี้เล่นกีตาร์ไปถึงไหนแล้วนะ
ผมเคยไปงานทำนองนี้บ่อยสมัยอยู่อเมริกา เรื่องดูแลสาว ๆ ในงานเลี้ยงนี่ของถนัด ดังนั้นงานนี้ก็เลยสบาย ๆ ผมพาน้องรีนเดินไปไหนมาไหนด้วยกัน พาไปทำความรู้จักกับน้อง ๆ อาจารย์ ๆ คนอื่น และพาเดินไปถ่ายรูปบรรดาคู่ต่าง ๆ ในงาน เพราะท่าทางน้องรีนยังไม่ค่อยคุ้นกับคนอื่นเท่าไร และเป็นมารยาทที่ชายต้องไม่ปล่อยให้หญิงคู่ควงต้องอยู่คนเดียวในงานครับ
เพลงเต้นรำจบลงแล้ว เรา 2 คนโค้งให้กันและกล่าวขอบคุณ
ในตอนแรก เราเผลอคุยไปถึงเรื่องแฟน และผมคงคิดมากไปหน่อยทำให้น้องรีนดูไม่สบายใจ
ผมไม่อยากให้น้องไม่มีความสุขเพราะผมในวันงานรื่นเริงแบบนี้ เลยชวนเธอออกไปเต้นรำ และเพื่อที่ผมจะได้ทำหัวให้โล่งขึ้น
เมื่อจบเพลง ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมาก รู้สึกดีจริง ๆ ที่วันนี้ได้มางานคู่กับเธอ
“อาววว...ละ พระราชาคนถัดไป...”
น้องสุนควานมือในกล่องจับสลาก ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเกมพระราชา
“นี่ ๆ สุน เธอเป็นคนจับบ่อยแล้ว ให้ฉันจับบ้างสิ” น้องไอริสไม่พูดพล่ามทำเพลง ล้วงเมือเข้าไปในกล่องทันที ทำให้เด็กหนุ่มดึงมือออกจากกล่องอย่างช่วยไม่ได้
“แล้วคราวนี้จะได้เล่นเป็นคู่หรือยัง เล่นแบบเดี่ยวมาหลายคนแล้วนะจ๊ะ” น้องสุนถาม
“ก็ได้ คราวนี้คู่ก็คู่” เธอคลี่กระดาษในมือออก “...ขอเชิญคู่ที่ 2 มาเป็นพระราชาด้วยค่า~~!”
เสียงเฮและปรบมือเกรียวกราวดังขึ้น พร้อม ๆ กับน้องสรและน้องไอรินเดินขึ้นไปบนเวทีตามที่น้องไอริสตะโกนเรียก
“เอ่อ...ฉันยังไม่ได้คิดเลยว่าจะสั่งอะไรดี” น้องไอรินดูซึม ๆ เหมือนไม่สนุกกับงานนี้นัก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
“ไม่ต้องห่วง ๆ เราคิดมาแล้ว นั่งคิดนอนคิดอยู่ตั้งนาน” น้องสรขอไมค์จากไอรินมาพูด “รับรอง...มัน!”
“จะสั่งคู่ไหนเหรอ” เด็กหนุ่มคนเดียว (หรือเปล่า) บนเวทีเอ่ย
“ขออธิบายเรื่องที่จะสั่งก่อนดีกว่า มันยาวน่ะ” สาวชุดสูทตอบและยิ้มกวน ๆ
“อะ ว่ามา” น้องไอริสสั่ง
“คู่ที่เรากับไอรินจะสั่งนะ ต้องให้คนหนึ่งนั่งอยู่กับเก้าอี้ ห้ามขยับตัวใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วอีกคนหนึ่งให้ถือจานเค้กกับช้อน แล้วตักเค้กเดินไปป้อนคนที่นั่งอยู่ให้ถูก...”
“มันง่ายไปหน่อยไหมสร” น้องไอริสขัดขึ้น
“เดี๋ยวสิ ยังพูดไม่จบ มันไม่ง่าย ๆ แน่เพราะว่า คนป้อนเค้กต้องถูกปิดตาด้วย!”
สิ้นเสียงของน้องสร มีเสียงโห่เฮและเสียงปรบมือดังลั่น
“แล้วก็มาถึงคู่ที่จะสั่ง...” น้องสรทำท่าคิด “ให้ไอรินบอกดีกว่า ไอริน อยากสั่งคู่อะไรเหรอ”
“เอ่อ...” น้องสาวสีฟ้าดูอึกอัก เหล่าผู้ชมต่างพึมพำกันเบา ๆ ว่า ‘อย่ามาลงที่ฉันเลย’ กันยกใหญ่
“เลขอะไรก็ได้ เลขที่ไอรินชอบก็ได้นะ”
“งั้น...เลขที่ 18 ก็แล้วกันค่ะ”
...เลขที่ 18
...เฮ้ย!!?
“เอ๊ะ...พี่พุดคะ” น้องรีนชูป้ายหมายเลขคู่ให้ผมดู
ป้ายเขียนหมายเลข 18 สีดำชัดเจน
“ขอเชิญคู่ที่ 18 มาหน้างานหน่อยเร็วเร้ววว~~~!!!” น้องสุนประกาศเรียกแข่งกับเสียงเฮเสียงเป่าปากในห้อง “เอ้อ ๆ ใครอยู่ใกล้ช่วยยกเก้าอี้มาตั้งด้วยนะ”
อย่างนี้เขาเรียกว่างานเข้าใช่ไหมครับ
งานช้างเสียด้วยสิ
ก่อนเริ่มเกมปิดตาตีแตงโม...เอ้ย ป้อนเค้ก ผมนั่งประจำที่เรียบร้อย โดยมีน้องสรกำชับหนักแน่นว่าห้ามขยับอวัยวะทุกส่วนยกเว้นปาก ไม่งั้นให้เริ่มเกมใหม่
แน่นอน คนกินเค้กต้องเป็นผมอยู่แล้ว ผมไม่ยอมให้สาวสวยต้องหน้าเปื้อนเค้กหรอก
อีกฝั่ง น้องรีนก็รับจานใส่เค้กครีมสีขาวและช้อนมาถือไว้
ผมรู้แล้วว่าการถูกจ้องเป็นยังไง เพราะว่าทั้งนักเรียนและอาจารย์ทุกคนยืนล้อมรอบเป็นวง เพ่งมาที่เรา 2 คนเป็นตาเดียว เตรียมควักกล้องควักมือถือมาถ่ายรูปกันเป็นการใหญ่
...ไม่ต้องมาเชียร์เยอะกันขนาดนี้ก็ได้คร้าบบบ...
“เดี๋ยวฉันช่วยเอง ๆ” น้องพลอยอยากมาช่วยเล่นเต็มที่ เดินเข้ามาในวง “นี่ ฮุย มาช่วยฉันหน่อยสิ”
เธอดึงมือของสาวผิวเข้มชุดกระโปรงขาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เข้ามาในวงพร้อมกับเธอ ซึ่งน้องฮุยก็ดูงง ๆ มึน ๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้านี้
“เดี๋ยวหนูปิดตาให้นะคะ ถ้ารัดแน่นเกินไปก็บอกได้ค่ะ” น้องสวมแว่นใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ปิดตาหญิงสาว โดยมีน้องฮุยยืนถือจานเค้กกับช้อนเอาไว้ให้
“พร้อมละน้า~~~!” น้องพลอยตะโกนให้สัญญาณ สาวน้อยทั้งคู่ช่วยกันจับน้องรีนหมุนไปมา แล้วปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว “เริ่มได้!!”
เสียงเชียร์กระหึ่มขึ้นทันที น้องรีนพยายามทรงตัวจากอาการมึน แต่ก็ยังเดินแบบตุปัดตุเป๋ กลัวน้องเขาจะล้มสุด ๆ
“หันซ้ายหน่อยครับน้องรีน!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงของน้อง ๆ
แต่น้องรีนก็หันไปทางขวา
ลืมไป ว่าซ้ายของผม คือขวาของเธอนี่นา
“ขวาครับขวา!” ผมตะโกนใหม่ “เดินมาข้างหน้าเลยครับ!”
น้องรีนค่อย ๆ ก้าวเดินโดยมีเสียงบอกทิศจากผมและน้อง ๆ ส่งมาให้ตลอด จนเธอเข้ามาใกล้ผมจนได้
“คราวนี้พี่พุดต้องอ้าปากกินเค้ก พูดไม่ได้ ดังนั้นพี่ห้ามพูดนะ ไม่งั้นให้เริ่มใหม่ เดี๋ยวพวกเราจะเป็นคนบอกพี่รีนให้เอง!” น้องสรตะโกน “เฮ้ย! คราวนี้พวกเราต้องช่วยพี่รีนแล้วนะ ช่วยกันบอกหน่อยซี้~~!”
เสียงบอกขึ้นลงซ้ายขวาหน้าหลังดังขึ้นไปอีกเมื่อน้องรีนจิ้มช้อนลงในเค้กละตักขึ้นมา...ชิ้นใหญ่พอดู ก็คนมันมองไม่เห็นนี่นะ
หญิงสาวยื่นช้อนพร้อมเค้กโดนหน้าผมอยู่หลายรอบ ขณะน้อง ๆ อาจารย์ ๆ ช่วยกันส่งเสียงว่า ‘อีกนิดเดียว’ ดังสนั่น
งับ...!
ในที่สุด ผมก็อ้าปากงับช้อนเค้กได้สำเร็จ กลืนเค้กลงไปดังเอื๊อก พร้อม ๆ กับเสียงเฮลั่น
“เรียบร้อยแล้วครับ! คำแรกกก...!” น้องสุนตะโกนผ่านไมค์ประหนึ่งเชียร์มวย...ไม่ต้องไมค์ก็ได้น้องเอ๊ย
และมันก็ยังไม่จบแค่นี้ เพราะยังมีเค้กเหลือในจานอีกเพียบ...
หลังจากล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย ผมก็กลับมาที่งานอีกครั้งพร้อมน้องรีนที่ไปยืนรออยู่ด้วย เกมพระราชายังคงดำเนินต่อไป
“พี่พุดครับ ๆ” น้องโยและน้องฮุยเดินมาหาเรา 2 คน
“ทำไมเหรอจ๊ะ” น้องรีนตอบคำถามแทนผม
“ผมถ่ายรูปพี่พุดมาด้วยล่ะ ดูสิ” ไม่พูดเปล่า เด็กหนุ่มยื่นกล้องดิจิตอลให้ดูด้วย

เขากับน้องรีนขำก๊าก แม้แต่น้องฮุยก็ยังหัวเราะนิด ๆ
ส่วนผมได้แต่หัวเราะแหะ ๆ ด้วยความที่ไม่รู้จะทำยังไงดี
“เดี๋ยวเอาไปแจกจ่ายให้เพื่อน ๆ ดีไหมครับพี่” น้องโยยิ้มทะเล้น
“สงสารพี่เถอะครับน้องงง...” ผมพูด และทั้ง 3 คนก็ตอบกลับมาด้วยเสียงฮา
TBC.
เนื้อเรื่องย่อ :
- ทั้งคู่ก็หลั่นล้าเดินไปเดินมาในงาน
- คุยกันถูกคอ แต่คุยไปคุยมาดันไปพูดถึงแฟนกันซะงั้น พุดเลยดูซึมไป รีนเลยไม่สบายใจ
- พุดเลยพารีนออกไปเต้นรำกัน 1 เพลง เพื่อให้สบายใจขึ้นกันทั้งคู่ ซึ่งก็ได้ผล
- เกมพระราชา หวยลงที่คู่นี้พอดี เล่นเกมปิดตาป้อนเค้ก โดยพุดเป็นคนนั่งกับเก้าอี้ แล้วรีนปิดตาป้อนเค้กให้
ประเด็นสำคัญ
- พุดกับรีนผลัดกันเล่าเรื่ององคนละครึ่ง ช่วงที่เหตุการณ์เดียวกันเลยอาจอธิบายไม่เหมือนกัน แล้วแต่มุมมองของตัวละคร
- เรื่องตอนนี้ไม่มีเรื่องหลักสำหรับเป็นพื้นฐานเนื้อเรื่องในระยะยาว เป็นแค่เหตุการณ์ขำ ๆ สั้น ๆ
- เพลงที่เปิด จะว่าเป็นความในในของพุดก็ไม่ใช่ ไม่เป็นก็ไม่เชิง ออกแนวกึ่ง ๆ
โซนผู้ปกครอง :
เครดิตเนื้อเพลงและคำแปล : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mediafollower&date=26-02-2006&group=1&gblog=19
เครดิตมุขเกมพระราชา : น้องเราเอง แถมกำชับหนักแน่นว่า ต้องป้อนเค้กไม่ตรงปาก ฮา...
ต้องขออภัยในความยาว เพราะวันปกติจะเล่นอินเตอร์เน็ตไม่สะดวก
เลยต้องพิมพ์เอาไว้แล้วมาลงทีเดียวช่วงวันหยุด จะให้ลงสั้น ๆ อาทิตย์ละครั้งสงสัยสิ้นเดือนมกราก็ไม่จบแหง ถ้าลงประมาณนี้ เอ็นทรี่หน้าคงจบได้ตอนนี้ตัวละครอย่างเยอะ (ด้วยความยาวอะนะ) ผู้ปกครองทุกท่านโปรดเช็คด่วน โดยเฉพาะผู้ปกครองรอน เอาน้องรีนมาเล่นมาเล่าเรื่องแบบถึงลูกถึงคน ไม่แน่ใจว่าทรงร่างถูกไหม จะให้แก้ตรงไหนบอกด้วย
อยากจะบอกว่า ตอนนี้แต่งยากสุดหูรูดดด...!
คิดตั้งนานว่าจะแต่งยังไงดี อยากให้เนื้อเรื่องออกหวานสักหน่อย ไหน ๆ ก็คู่ชายหญิง แต่ก็ไม่ใช่หวานแบบคู่รัก สุดท้ายเลยออกมาเป็นอย่างนี้ หลาย ๆ อารมณ์ผสมกัน ถูกใจกันหรือเปล่าเนี่ย
ทางด้านเพลง เห็นมีแต่ช้า ๆ หวาน ๆ เราเลยพลิกแนว ก็เหมาะกับพุดมันดี ฮ่า ๆ
เพลงที่ใช้ เพลง Can’t take my eyes off you เก่าได้โล่ แต่ก็น่าจะเคยผ่านหูกันมาบ้าง (เรอะ?) เพราะว่าเพลงนี้เอามาร้องใหม่บ่อยมาก แต่ที่ชอบก็ต้องเวอร์ชั่นยุค ’70 ของ boys town gang กับของ Andy Williams โดยที่เปิดนี้เป็นของอันแรก ดู MV แดนเซอร์แซ่บมาก ลองไปหาตาม You Tube ดูนะ

ตอนแรกก็นั่งนึก ๆ ว่าจะเอาเพลงอะไรดี แล้วจู่ ๆ เพลงนี้ก็แวบเข้ามาในหัวทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ฟังมานาน ในเครื่องก็ไม่มี ต้องลำบากลำบนไปหาโหลด แต่เมื่อลองฟัง ๆ ผสมกับบรรยากาศเรื่องแล้ว มันเข้ากันอย่างประหลาดแฮะ ในความรู้สึกของเรา
เราชอบพวกเพลงเก่า ๆ หน่อย ภาษามันตรงไปตรงมาและคลาสสิคดีออก
ชีวิตจริงช่วงนี้ เรากำลังเจองานที่ช้างยิ่งกว่าในเรื่อง เครียดหนักฉลองปีใหม่ เอ๋อแด๊กไป 3 วัน 3 คืน

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่มีวันหยุดว่าง ๆ ทั้งวัน ที่เหลือจะเจอนรกเรียนชดเชยไปทั้งเดือน แถมด้วยงานที่กองโตเท่าภูเขา
จบงานปีใหม่เมื่อไหร่ อาจจะหายหน้าหายตา ไม่ค่อยได้มาอัพนัก แต่จะคอยติดตามบล็อกคนอื่นอยู่นะ
เจอกันเอ็นทรี่หน้าจ้า
ปล. 1 ไปลองจิ้มโหลด Soul Eater ฉบับอนิเมชั่นมาดู ตกใจกับเสียงพากย์โซลไม่หาย เสียงแก่ผิดคาดมาก แต่ก็เท่แฮะ
ปล. 2 สอบไฟเน่าปลายเดือนก.พ. กะรี้ดดด~~~!!!
edit @ 15 Jan 2009 22:30:05 by accel

อา แต่รู้สึกว่ารอนโดนจิกกัดหลายดาเมจอยู่ในช่วงแรกๆ หึหึหึ แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะรีนต้องเป็นแบบนี้แหละ
รออ่านตอนต่อไปครับ แง่มๆ
ปล. ภาพประกอบดูได้อารมดีจัง ทั้งสองภาพเลย ฮะๆๆ
#1 By TEN+RON @Cubic S. on 2009-01-11 00:51