[CS] EV : ณ วันงาน III

posted on 16 Jan 2009 22:30 by accelerando  in Cubicschool
สืบเนื่องจากความมึนเอ็นทรี่ที่แล้ว ประกาศอีกรอบเผื่อใครยังไม่เห็น


Edit! 

เหตุเกิดจากความเมาส่วนบุคคล เราพิมพ์ตกส่วนสำคัญ ขอขอบคุณผปค. คีมาก ๆ ที่เตือน ไม่งั้นอาจจะมีมึนไปอีกหลายคน ถึงบางอ้อแล้วว่าทำไมคนเขียนกับคนปรู๊ฟต้องเป็นคนละคนกัน 

แก้จาก 

"...พี่พุดชวนฉันมาเต้นรำเพื่อที่จะให้ฉันรู้สึกแย่เหรอ..." 

เป็น 

"...พี่พุดชวนฉันมาเต้นรำเพื่อที่จะให้ฉันไม่รู้สึกแย่เหรอ..." 

  

ในเรื่องแก้ไปแล้ว ขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ข้าน้อยผิดไปแล้ววว...


__________




Leaves On The Seine - David Lanz

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์




แขกรับเชิญ : รีน รอน ธูป สุน ไอริส
ผลัดกันเล่า + ยาวบรรลัย + ฟิคเพียวไร้รูป เพราะงานชีวิตจริงจี้ก้นแล้ว อะจ๊ากกก~~~!!

ลิงค์ตอนก่อนหน้า :
ณ วันงาน I
ณ วันงาน II


[EV] ณ วันงาน III



สวัสดีอีกครั้งครับ ผมเอง พุด

เวลาในขณะนี้ก็ล่วงเลยเข้าใกล้เที่ยงคืนขึ้นทุกที ๆ บรรดานักเรียนและอาจารย์ที่เล่นเกมพระราชากันมานานก็หมดแรงคึก เริ่มเข้าสู่ช่วงจับฉลากของขวัญ

การจับฉลากครั้งนี้เป็นอะไรที่บังเอิญได้น่ารักดี

ไม่ว่าจะเป็นน้องฟ้าเหมือนฝันที่จับได้ของขวัญของภูมิ ตอนที่ฝ่ายชายให้ของขวัญฝ่ายหญิง ทั้งคู่ดูอาย ๆ กันนิดหน่อย อาจเป็นเพราะเสียงเฮและเสียงเป่าปากของเพื่อน ๆ ท่าทางคู่นี้จะมีแม่ยกพ่อยกเยอะ

น้องวิลลี่...อืม หรือว่าจะเรียกวิลแรดตามน้อง ๆ เขาดี ที่จับได้ของขวัญของน้องไอริน เรียกเสียงฮาได้ทั้งฮอลเลยทีเดียว

น้องเยียร์ น้องของฝาแฝดประจำโรงเรียน ซึ่งจับได้ของขวัญของน้องวิลแรด (เรียกตามน้องคนอื่นก็แล้วกัน) ท่าทางพี่ชายทั้งคู่จะดูห่วงน้องน่าดู อยากรู้เหมือนกันว่าข้างในกล่องจะเป็นอะไร

หรือน้องวิปครีม รุ่นน้องของน้องอินทรี จับได้ของขวัญของน้องแมน เท่าที่เห็นเหมือนน้องแมนกับน้องอินทรีจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ งานนี้น้องอินทรีเลยอารมณ์บูดไปพักหนึ่ง  นี่ขนาดเจ้าตัวเขาไม่อยู่นะเนี่ย

น้องกิ๊ฟ จับได้ของขวัญของน้องพลอย คู่ตัวเองพอดิบพอดี

แม้แต่รอน ที่จับได้ของขวัญของน้องแพท เรียงเสียงฮากันทั้งฮอลอีกครั้ง




“ธูปจับได้ของขวัญเบอร์ 35 จ้า~~~!!”


เสียงผ่านไมค์ของน้องสุนทำให้ผมรู้สึกตัว หมายเลขนั้นคือหมายเลขกล่องของขวัญของผม

“ขอเชิญเจ้าของมามอบของขวัญหน่อยค่า~~!” น้องไอริสช่วยเรียกตามหน้าที่


“ผมขอตัวสักครู่นะครับ น้องธูปได้ของขวัญของผม” ผมหันไปบอกรีนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ตามสบายค่ะ” เธอตอบและยิ้มให้ผม



“ของขวัญของพี่พุดนี่เองล่ะเพื่อน ๆ” น้องสุนประกาศต่อ

ผมหยิบกล่องของขวัญสีขาวผูกโบสีน้ำตาลกล่องค่อนข้างใหญ่แต่น้ำหนักเบาขึ้นมาจากโต๊ะ และเดินไปหาเด็กหนุ่มชุดสีดำสนิท ทำให้เนคไทสีขาวธรรมดานั้นดูเด่นสะดุดตา


“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”



เด็กหนุ่มเอ่ยและยิ้มน้อย ๆ ให้ความรู้สึกสุขุมเป็นผู้ใหญ่เกินตัว

“บังเอิญดีเนอะ” ผมยื่นกล่องของขวัญให้เขา
“นั่นสิครับ” น้องธูปรับกล่องไปและเขย่ามันนิดหน่อยเหมือนกำลังเดาว่าข้างในคืออะไร
“พี่ว่าน้องคงใช้มันได้แหละครับ” ผมตอบ

“ขอบคุณครับพี่พุด”

“เช่นกันครับ”




“ต่อไปก็พี่พุดจับฉลากเลยครับ” น้องสุนยื่นกล่องจับสลากมาให้

เมื่อคลี่กระดาษที่จับขึ้นมา ในนั้นเขียนหมายเลข 15


“หมายเลข 15~~! เจ้าของอยู่ไหนเอ่ยยย...” เด็กหนุ่มประกาศเรียกอีกครั้ง

สายตาของผมเห็นเด็กหนุ่มชุดสีดำโบกมือไหว ๆ อยู่ท่ามกลางผู้คน จากนั้นเขาก็วิ่งออกมาหยิบกล่องของขวัญสีครีมโบว์สีแดง และเดินมาหาผม

“ดีคร้าบ...พี่พุด” เขาทักทาย

“ได้ของขวัญน้องโยนี่เอง” ตอนแรกผมก็งง ๆ อยู่ว่านี่น้องยุหรือน้องโยกันแน่ แต่ดูจากกิริยาท่าทางและสีกล่องของขวัญแล้วก็พอจะเดาออก

“นี่ครับพี่” เขายื่นกล่องให้ “แล้วว่าง ๆ ก็มาถ่ายรูปด้วยกันได้นะครับ”
“ด้วยความยินดีครับ”



เรื่องบังเอิญในการจับฉลาก ผมก็คงเป็นตัวอย่างหนึ่งในนั้นล่ะครับ


__________



สวัสดีค่ะ จำฉันได้ไหม รีนเองค่ะ

งานจับฉลากของขวัญสนุกมากเลยค่ะ ถึงจะตามเรื่องไม่ค่อยทันว่าทำไมถึงมีเสียงเฮเจาะจงเฉพาะบางคู่ก็เถอะ

ฉันจับได้ของขวัญของพี่นะ เหมือนจะเป็นพี่ชายของน้องพู่กัน กล่องเบา ๆ แบบนี้อยากรู้จังเลยว่าข้างในจะเป็นอะไร
ส่วนของขวัญที่ฉันเตรียมมา น้องยุได้ไปค่ะ บังเอิญดีจัง น้องยุได้ของขวัญของฉัน ส่วนน้องโยฝาแฝดก็ให้ของขวัญกับพี่พุด

น้องยุดูขรึม ๆ เท่ ๆ แบบนั้น จะถูกใจของขวัญของฉันไหมนะ อยากให้น้องยุเขาชอบจังเลย



อีกนิดเดียวก็เที่ยงคืนแล้ว ทุกคนก็มารวมกันอยู่ตรงเวที เตรียมเคาท์ดาวน์ตามนาฬิกาดิจิตอลที่เวที ได้ยินประกาศด้วยล่ะว่าจะมีจุดพลุหลังจากเคาท์เสร็จ พี่ฉันเป็นคนจัดการเรื่องพลุนี่เสียด้วย หวังว่าคงไม่มีปัญหาอะไรนะ


“อีก 10 วินาทีแล้ว มาเคาท์ดาวน์กันเถอะเพื่อน! ๆ”

น้องผู้หญิงพิธีกรประกาศ และเสียงนับก็เริ่มดังขึ้น

ฉันกับพี่พุดก็นับตามไปด้วย


“5!”

“4!”

“3!”

“2!”

“1!”


“Happy New Year!!!”



เสียงตะโกนไชโยโห่ร้องดีใจดังตามมาติด ๆ จากนั้นพิธีกรก็บอกให้ออกไปดูพลุกัน พวกเด็ก ๆ กรูกันออกไปทางประตูอย่างรวดเร็ว ฉันเลยโดนเบียดทำให้เดินไม่สะดวกนัก

“ทางนี้ครับ รีน”

พี่พุดยื่นมือมาให้ฉัน


ฉันเพิ่งมารู้สึกตัวว่า...

พี่พุดเปลี่ยนจากเรียกฉันว่า “น้องรีน” เป็น “รีน” เฉย ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้



ฉันเอื้อมไปจับมืออุ่น ๆ นั้น...




วี้ดดด...ปุ้ง!


พลุสีสันตระการตาประดับท้องฟ้ายามค่ำคืน

ฝีมือดีใช้ได้นี่นา พี่ฉัน

เสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้นเป็นระยะตลอดเวลาที่พลุปะทุแสงสีแข่งกับดวงดาว


คนที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดทั้งงาน เขายังกุมมือฉันเอาไว้ไม่ให้ฉันพลัดหลงไปไหน

เขาไม่ได้ตะโกนดีใจเหมือนกับน้อง ๆ หลายคน

เขาเพียงแค่แหงนหน้ามองขึ้นไปและยิ้ม

เป็นยิ้มที่ดูอบอุ่นและมีความสุขแบบผู้ใหญ่


เท่าที่ผ่านมา ฉันก็ไปงานเลี้ยงฉลองดูเขาจุดพลุกันอยู่บ่อย ๆ

แต่ฉันรู้สึกว่า พลุวันนี้สวยกว่าทุกครั้ง และฉันรู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษ




“วันนี้สนุกไหมครับ รีน”

พี่พุดเอ่ยถามฉันระหว่างที่เรากำลังนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน พี่ของฉันต้องพาครูเอมไปส่งเหมือนกับตอนขามา

“สนุกค่ะ” ฉันตอบ “ชอบมาก ๆ เลย”

เราทั้งคู่คุยกันนิด ๆ หน่อย ๆ ไปตามปกติ


“เดี๋ยวรีนก็จะกลับบ้านที่ขอนแก่นแล้วสินะครับ” เขาเอ่ยขึ้น

“ค่ะ”


สนุกจนลืมไปเลยแฮะ ว่าฉันต้องกลับบ้าน
ของก็เตรียมเก็บไปบ้างแล้วอยู่หรอกนะ

แต่ว่า รู้สึกไม่ค่อยอยากกลับเท่าไหร่

คงไม่ได้เจอหน้าพี่รอนอีกนาน

ไม่ได้เห็นพวกน้อง ๆ


แล้วก็ไม่ได้เจอพี่พุดด้วย



“ก็เสียดายเหมือนกันน่ะค่ะ” ฉันเอ่ย “เหงาแย่เลย คงไม่ได้เจอทุกคนอีกนาน”


“ไม่ต้องกลัวเหงาหรอกครับ” 

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างฉันเอ่ย


“รีนยังมีคุณแม่กับน้องชายรออยู่นะครับ”



คำพูดของเขาทำให้ฉันคิดขึ้นมาได้


ป่านนี้ทางบ้านเป็นยังไงบ้างแล้วนะ

แม่สบายดีหรือเปล่าน้อ...

แล้วรอยดูแลแม่ดีหรือเปล่าหว่า



“แล้วก็...” พี่พุดหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา “ถ้าอยากคุยอะไร ก็โทรมาได้ตลอดนะครับ”

จากนั้นฉันกับเขาแลกเบอร์โทรศัพท์กัน

เทคโนโลยีสมัยใหม่นี่มันดีอย่างนี้นี่เอง




เมื่อลงจากรถ ลมเย็นพัดเข้าปะทะตัวฉันทันที หนาวไม่ใช่เล่น


พั่บ...

พี่พุดที่ลงมาก่อนและเปิดประตูให้ฉันนั้นถอดเสื้อคลุมสีดำที่สวมอยู่ห่มไหล่ของฉัน

“อากาศเย็นระวังไม่สบายนะครับ”


ก่อนที่ฉันจะทันได้ตอบอะไร เสียงมอเตอร์ไซค์ก็ดังแว่วมา พี่รอนไปส่งครูเอมเสร็จแล้วบึ่งกลับตามมาติด ๆ นี่เอง

“วันนี้ขอบใจมากนะ” พี่ส่งกุญแจและหมวกกันน็อคให้พี่พุด
“เสื้อไว้ฝากรอนมาคืนก็ได้ครับ” เขาตอบทันทีที่ฉันหันไปหาเขา “ส่วนรูปภาพที่ถ่ายกันไปผมจะฝากไว้ที่รอนนะครับ”
“เจอกันวันจันทร์นะพุด” พี่รอนยิ้มและโบกมือ จากนั้นเดินตรงเข้าไปในตึก “ปะ รีน ขึ้นห้องกัน แล้วก็เก็บของเองด้วย พี่ไม่ช่วยนะ”
“รู้แล้วน่า...” ฉันตอบและเตรียมจะเดินตามพี่ไป


“วันนี้ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ” บุรุษที่นั่งคร่อมครุยเซอร์อยู่พูดขึ้น


“ขอบคุณเช่นกันค่ะ” ฉันหยุดเดิน หันมาพูดกับเขาอีกครั้ง

“เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ รักษาเนื้อรักษาตัวนะครับ”

เขาสวมหมวกกันน็อค และหันหน้ามาทางฉัน


“แล้วก็ ราตรีสวัสดิ์ครับ องค์หญิงผู้น่ารัก”


เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม

เจ้าชายและม้าสีดำทะยานออกไป



ฉันทำได้เพียงโบกมือไล่หลัง

วันนี้ แม้เป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เขาก็ทำให้ฉันมีความสุขเป็นที่สุด


“ยัยรีน!! รีบเข้าห้องเร็ว เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” พี่ชายตะโกนเรียกฉันจากหน้าต่างชั้นบน


...ความรู้สึกต่าง ๆ ในวันนี้


...คงจืดจางลงบ้างในอนาคตข้างหน้า


“รู้แล้วน่าพี่! ตะโกนหนวกหูชาวบ้านชาวช่องเขา!” ฉันตะโกนตอบไป จับเสื้อคลุมสีดำที่ไหล่ให้กระชับ และก้าวเข้าไปในตัวตึก


...แต่ว่า

...มันจะเป็นประสบการณ์ที่งดงามในใจของฉันเสมอ



Fin.




เนื้อเรื่องย่อ :
- งานจับฉลาก ธูปได้ของขวัญของพุดไป
- ธูปทักว่า ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พุดก็ตอบว่า บังเอิญดี
- พุดได้ของขวัญของโย
- ยุได้ของขวัญของรีน แล้วรีนก็ได้ของขวัญของพี่นะ
- ตอนเคาท์ดาวน์เสร็จรีนโดนเบียด ๆ นิดหน่อย พุดเลยจูงมือพาไปดูพลุด้วยกัน
- นั่งแท็กซี่กลับ แลกเบอร์มือถือกัน
- ส่งรีนที่ตึกห้องเช่า รอนก็มาพอดี จากนั้นพุดก็ขี่ครุยเซอร์กลับบ้านไป


ประเด็นสำคัญ
- พุดกับธูปเคยเจอกันมาก่อน ไว้จะมาขยายเป็น SS ตบมือข้างเดียวของทางเราเอง เสียวโดนพี่เอโบกอยู่เหมือนกัน หึ ๆ เป็นเนื้อเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วงก่อนพุดจะมาเป็นตากล้องรรลบ. น่ะ
- พุดเปลี่ยนสรรพนามของรีนจาก “น้องรีน” เป็น “รีน” เฉย ๆ แสดงว่า เขาไม่ได้มองรีนว่าเป็นเหมือน “น้องสาว” อีกต่อไป เขามองรีนว่ารีนเป็น “หญิงสาว” คนหนึ่ง
- ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงจบอยู่แค่เพื่อน เพราะท่าทางยังไม่คิดจะมีแฟนทั้งคู่ แถมระยะทางก็เป็นอุปสรรคอีกแน่ะ คนหนึ่งอยู่กทม. ส่วนอีกคนอยู่ขอนแก่น แค่มือถือคงช่วยอะไรไม่ได้มากอะนะ แต่ถ้าใครอยากดันอยากพูดถึงก็เชิญกันตามสบาย (จะมีไหมนั่น)




โซนผู้ปกครอง :

ในที่สุดก็จบจนด้ายยย~~~!!! งานปีใหม่ช่างกินเวลายาวนานเหลือเกิน ฮ่า ๆ
ผู้ปกครองของบุตรหลานที่ปรากฏในเรื่องทุกท่านโปรดเช็คด้วยนะ

จากนี้ จะกลับไปตบตีกับงานอย่างเต็มรูปแบบ
อาจไม่ค่อยมาอัพเท่าไหร่ แต่จะคอยไปอ่านไปโพสต์บล็อกคนอื่นนะจ๊ะ แต่ก็แน่นอน ช่วงวันหยุดแวบกลับบ้านเท่านั้น โฮรววว...เน็ตม. มันเน่าเกินเยียวยา 
แล้วถ้าของขึ้น อาจจะมีพวกภาพต่าง ๆ มาแปะ แบบว่ารู้สึกว่าทำหน้าที่ของตากล้องไม่ค่อยเต็มที่เลยแฮะ วาดรูปน้อยกว่าผปค. บางคนเสียอีก 

จากนี้ ก็จะพยายามขึ้นต่อไป ทั้งเราทั้งพุดก็ขอฝากเนื้อฝากกระดูกกันต่อไปอีกปีนะพี่น้องรรลบ. ทุกท่าน 




บทส่งท้าย



ทางด้านพุด


“โห...วันนี้คิดยังไงถึงมานั่งอ่านนิยายได้ล่ะ” โมกทักขึ้นเมื่อเห็นผมขดอยู่ในกองผ้าห่มบนโซฟาตัวเก่ง ในมือถือหนังสือที่ได้มาจากการจับฉลากอยู่

“ไม่ได้อ่านนิยายหรอก นี่มันออร์แกไนเซอร์ต่างหาก” ผมตอบ “เอาไว้มาแทนเล่มเก่าที่หมดไปแล้วพอดี”

“เห็นปกสวย นึกว่านิยายซะอีก”
“มันก็มาจากนิยายอะนะ เรื่องเจ้าชายน้อย รู้จักหรือเปล่า”
“รู้จักสิ...แล้วพี่รู้จักเหรอ วัน ๆ เห็นอ่านแต่นิตยสารกล้อง”
“เคยยืมเพื่อนอ่านสมัยเด็กนู้นนน...จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้แล้วล่ะ”

“เนื้อเรื่องดีออก ว่าง ๆ ก็ลองไปหาอ่านสิ ที่ห้องสมุดโรงเรียนลูกบาศก์น่าจะมี...ถอยหน่อย จะนั่งด้วย”

“เออ ๆ” ผมลุกขึ้นนั่งแล้วกระเถิบไปอีกฝั่งของโซฟาเหมือนเดิม



ทางด้านรีน


“เก็บของเสร็จหรือยังยัยรีน” พี่รอนถามฉัน

“เรียบร้อยแล้ว” แต่ก็รู้สึกว่าขากลับของจะเยอะกว่าขามาซะงั้น กว่าจะยัดเข้ากระเป๋าไปได้แทบแย่

“ตั๋วรถไฟพร้อมนะ ไม่ใช่ว่าทำหายอีก”
“เก็บดีแล้วน่า”
“งั้นพี่จะไปส่งตอนบ่าย ๆ นะ”

“อ้อ เดี๋ยว ๆ พี่รอน” พี่ทำท่าจะเดินไป แต่ฉันเรียกเอาไว้ก่อน

“ทำไมเหรอ” เขาหันกลับมามองฉันงง ๆ
“นี่ ๆ ดูสิ” ฉันชูนาฬิกาข้อมือใหม่ที่ได้มาจากของขวัญจับฉลากให้ดู


“สวยดีนี่...” พี่รอนตอบ “...หมายถึงนาฬิกานะ ไม่ได้หมายถึงรีน”


“รู้แล้วย่ะ ไม่ต้องย้ำก็ได้” พี่คนนี้นี่จริง ๆ เล้ยยย...




ปล. 1 : เริ่มบ้า Soul Eater อย่างจริงจัง ตะบี้ตะบันโหลดมาถึงเล่ม 10 กว่า พ่วงด้วยอนิเมฯ อีกประมาณ 10 กว่าตอน แต่ได้ข่าวว่างานก็ไฟลนก้นเลยยังดองแช่อยู่ในคอมฯ ซะงั้น
ปล. 2 : ทำไม Mushishi มันถึงได้เรท 15+ ตูไม่เข้าใจ กลัวเด็กอ่านไม่รู้เรื่องเรอะ เล่ม 9 ออกแล้วล่ะพี่น้อง รักกิงโคะอย่างแรง
ปล. 3 : จมกองงานตายในหน้าที่

edit @ 16 Jan 2009 22:52:09 by accel

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พี่พุดเขียนจบแล้ว โอ...
(รู้สึกสะท้านในอกขึ้นมาเล็กๆ)

กลิ่นหวานจางละมุนละไม ถึงจะอยู่คนละที่แต่อย่างน้อยก็ยังโทรคุยกันได้เนอะ big smile


ปล.มุชิชิเล่มเก้าออกแล้วหรือคะ?
/จดลงรายการ

#1 By ::ValLaKU::KiKi:: on 2009-01-16 23:09

อ่านหวานๆเพลินๆเลยครับ รู้ตัวอีกทีก็จบแล้ว ไม่ยาวอย่างที่คิด (แต่ก็ไม่สั้นเช่นกัน)

งานนี้พุดกับรีนคงได้สายสัมพันธ์บางอย่างไปแน่นอน อยู่ด้วนกันทำอะไรร่วมกันขนาดนี้

อ้อ เรื่องที่ว่าพุดเคยเจอธูปก่อน ร.ร. นั้น ความจริงแล้วเงื่อนไขโรงเรียนนี้เราจะไม่ให้ตัวละครเคยรู้จักกันมาก่อน ดังนั้นถ้าเขียนเรื่องดังกล่าว พยายามให้อย่างมากก็เคยเจอกันแต่ยังไม่รู้จักชื่อหรือไม่คุยกันก็ดีนะครับ


สุดท้ายนี้ก็ดีใจด้วยที่เขียนจบแล้ว
ช่วงนี้งานยุ่งไม่ได้วาดภาพก็ไม่เป็นไร
ไว้วาดย้อนหลังก็ไม่สายหรอกconfused smile

#2 By โคค่อน on 2009-01-17 00:14

2คนนี้สนิทกันเร็ใดียนะครับเนี่ย รอดูว่าคู่นี้จะได้เจอกันอีกในอนาคตไหมconfused smile
อูอา เขียนจบแล้วสินะ อิจฉาพี่ไข่มีเวลาเขียนจนจบ แอร้ย

อ่า ชอบเหมือนกันนะครับแบบมีแต่ฟิคเนี่ย เพราะเวลามีภาพประกอบแล้วพุดดูเท่เกินเหตุ อิจฉาๆ (โดนโบก)

ปล. พุด*รีน เหรอ อืม . . . . open-mounthed smile

#4 By TEN+RON @Cubic S. on 2009-01-17 14:13

พี่พุดช่างรุกเร้า!!!!!

ทำให้หัวใจสาว ๆ หวั่นไหวได้
ช่างน่านับถือ!

#5 By Kyril on 2009-01-18 00:37