รีวิวค่าย C-PIRD สุดมันส์!

posted on 07 Apr 2009 00:01 by accelerando in Diary
ตารางชีวิตช่วง (ไม่) ปิดเทอม

9 มี.ค. – 12 มี.ค. : ทำ Med Camp ค่ายสู่ฝันวันเป็นหมอ ตำแหน่งพี่บ้าน
14 มี.ค. – 15 มี.ค. : งานพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่
16 มี.ค. – 19 มี.ค. : พี่ติวหนังสือ
22 มี.ค. – 3 เม.ย. : ไปค่าย CPIRD

6 เม.ย. – 10 เม.ย. : ไปดูงานที่รพ. <- -  ณ บัด นาว
3 พ.ค. – 5 พ.ค. : ทำค่ายหมอ ODOT พี่บ้าน (อีกแล้ว) กับเล่นในวงดนตรี
จากนั้นทำค่ายแรกพบ กสพท. อะไรสักอย่าง วันที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้

แล้วก็... 12 พ.ค. เปิดเทอม!! จะเปิดเร็วแข่งกับเด็กมัธยมหรือไรมิทราบบบ...!


ไอ้ข้างบนมีไว้เตือนใจให้ชี้ช้ำกะหล่ำปลีเล่น เคลียร์มาหลายด่านแล้ว



อยากบอกว่า ตูข้ากลับมาแล้ววว~~~!!!

จะมารีวิวค่าย CPIRD แบบสั้นง่ายได้ใจความ ไปมา 2 อาทิตย์จริง ๆ ก็อยากจะยาวกว่านี้ แต่แค่นี้ก็จะเวิ่นเว้อยาวยืดคนอ่านหลับไปเยอะแล้ว เอาล่ะ


ก่อนอื่น คนอ่านอาจจะงงว่า CPIRD มันคืออะไร

CPIRD มันก็คือโครงการผลิดแพทย์เพื่อชาวชนบทนั่นเอง ประมาณว่าจบมาก็ไปใช้ทุนตามชนบทนั่นแหละ ใครมาจากจังหวัดอะไรก็กลับจังหวัดตัวเองไปใช้ทุนในโรงพยาบาลนอกเมือง ไม่ต้องจับฉลากลุ้นเหมือนพวก กสพท. (หมอ admission) ให้เมื่อยตุ้ม

และสำหรับเด็กปี 1 ขึ้นปี 2 ของมหาวิทยาลับนเรศวร ธรรมศาสตร์ และมหิดล จะมีค่ายไฟลท์บังคับตอนปิดเทอมใหญ่ซึ่งก็คือค่ายนี้ จะมารวมกัน 3 ม. แบ่งเด็กไปเข้าค่าย มีจังหวัดน่าน กาญจนบุรี ขอนแก่น แล้วก็สุราษฎร์ธานี เพื่อให้เราเข้าใจส่วนหนึ่งของความคิด วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของคนไข้ในอนาคตของพวกเรา เพื่อที่จะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดีต่อไปในอนาคต


วิชาการมา 2 ย่อหน้าพอละ ต่อไปก็ให้รูปเล่าเรื่อง


Photobucket

จังหวัดที่เรามาลงคือกาญจนบุรี ที่หมู่บ้านท่ามะเดื่อ ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ บ้านใครหรือเปล่าเอ่ย
เป็นหมู่บ้านกลางหุบเขา หันไปทางไหนก็เจอแต่ภูเขา มีหมอกด้วยนะเออ ทั้ง ๆ ที่หน้าร้อนกลางวันแดดเปรี้ยง แต่ตอนเช้าก็ยังอากาศหนาว
พวกเราไปอยู่กับชาวบ้านไปเลย แบบโฮมเสตย์ รู้จักชาวบ้านแบบถึงลูกถึงคน สนุกมาก ๆ


Photobucket

มาอยู่ที่นี่ คนดูแลเราทำอะไร เราทำตาม นอกจากนั้นยังมีบำเพ็ญประโยชน์เยอะแยะไปหมด ไปมา 10 วันนี่ทำเป็นทุกอย่างตั้งแต่ทำแฝก ทำขนม เพาะเห็ด ยันขนทรายสร้างเจดีย์


Photobucket

ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมทำให้ได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ที่มาด้วยกัน 35 คนและชาวบ้าน มีทั้งทำแผนที่ สัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่ เอาไปทำรายงานส่ง ปั่นงานกัน 3 วันสุดท้ายหน้ามืดเลยทีเดียว อย่าเลียนแบบ ดินพอกหางหมูมันไม่ดีนะจ๊ะ


Photobucket

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะวิชาการจ๋า เราก็มีไปเที่ยวเหมือนกัน (แต่เท่าที่ดูกลุ่มเราจะเที่ยวนอกหมู่บ้านกันน้อยสุดละ วัน ๆ เดินไปเดินมาอยู่แต่ในหมู่บ้าน แต่ก็สนุกนะ)
ที่ไปก็เดินขึ้นเขาไปไหว้พระ (เหนื่อยสุดยอด) บ่อน้ำร้อน น้ำตก แล้วก็เขื่อนวชิราลงกรณที่กว้างยับกับทะเล


Photobucket

เวลาว่าง ๆ ก็เดินไปเล่นน้ำที่ลำธารท้ายหมู่บ้าน รวมกลุ่มกันรอรถเข็นขายไอศกรีม (ซี้กับพี่คนขายจนพี่จะให้ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปส่งหน้าปากซอย) ไม่ก็นั่งจับกลุ่มคุย แอบมีตบไพ่กับก๊งกระแช่พอหอมปากหอมคอ 2 สิ่งนี้ทำให้พวกเราสนิทกันขึ้นได้พอสมควร หึ ๆ ๆ

เรื่องกระแช่ เพื่อนเรากลุ่มอื่นเล่าให้ฟังว่าเขาดื่มเหล้าปั่นกัน แล้วเพื่อนเราที่อยู่กลุ่มเดียวกันเลยหันมาคุยว่าทำไมของเรามันดูบ้านป่าเมืองเถื่อนจัง แต่ละอย่างนี่ กระแช่เอย หงส์ทองเอย



ไปค่ายงานนี้ได้อะไรหลายอย่าง ที่สำคัญก็เรื่องวัฒนธรรมนี่แหละ มีเยอะแยะยิบย่อยจนขี้เกียจมาเล่าในบล็อก เราว่าเป็นสิ่งที่น่าศึกษา เมื่อเราเข้าใจ เราก็จะเอามาประยุกต์ใช้กับหลักการวิทยาศาสตร์ของเรา (เมื่อเราเป็นหมอแล้ว) แล้วเราก็จะอยู่กับเขาได้อย่างมีความสุข

อีกเรื่องก็คือ มิตรภาพระหว่างเพื่อน เท่าที่คุยกับเพื่อนกลุ่มจังหวัดอื่น ๆ เทียบกันแล้วกลุ่มของเราสนิทสนมกันที่สุด ไปแค่ 2 อาทิตย์สนิทกันชนิดตบหัวเล่นได้ เหมือนสนิทกันมาเป็นปี ตอนจบค่ายจะแยกย้ายกลับบ้านนี่ร้องห่มร้องไห้กันยกใหญ่ จนเราจะร้องไห้ตามไปอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพื่อน หรือครูพี่เลี้ยง พวกเรารักกันมากเหมือนครอบครัวเดียวกันเลย



ก็หวังว่าจะมีค่ายแบบนี้สำหรับหมอชนบทต่อไปเรื่อย ๆ

เราอยากให้รุ่นน้องได้มีประสบการณ์ดี ๆ แบบเราเช่นกัน

Comment

Comment:

Tweet

โอววว น่าไปจังเลยเหมือนได้ไปเที่ยวเลยอ่ะพี่ไข่ 555+

อยากไปมั่งปิดเทอมติดแง่กอยู่ กทม. อ่ะโฮรกกกกกก

#1 By TEN+RON @Cubic S. on 2009-04-07 17:47