วันนี้จะขอเปลี่ยนตัวเองจากสาวกยุ่นปี่เป็นติ่งเกาหลี 

 

อะแน่นอน ขึ้นชื่อว่าบล็อกนี้ ก็คงไม่ได้มากรี๊ดดารานักร้องเกาหลีอะไรแหง ๆ

 

 

แต่จะมาเป็นติ่งการ์ตูนเกาหลีนี่แหละ!!!

 

 

 

ด้วยปัจจัยอะไรหลายอย่างไม่ว่าจะเนื้อเรื่อง ลายเส้น การเล่นมุข ฯลฯ ทั้งหลายแหล่ที่ดูแปลกแหวกแนว อ่านแล้วไม่อินเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นที่อ่านซึมซับมานาน ทำให้ระยะแรก ๆ เราไม่ค่อยอ่านการ์ตูนเกาหลี หรือที่เรียกว่า มังวะ (manhwa) เท่าไหร่

และหลายสำนักพิมพ์ในไทย ก็ไม่ค่อยได้นำเข้าการ์ตูนเกาหลี (ไม่นับพวกการ์ตูนความรู้อะไรเต็มไปหมดตามแผงหนังสือและการ์ตูนจากเกมออนไลน์) พวกที่เอาเข้ามาได้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการ์ตูนลูกครึ่งญี่ปุ่น-เกาหลี (เป็นนักเขียนเกาหลีที่อาศัยและตีพิมพ์ผลงานในญี่ปุ่น) อย่างเรื่องตุลาการทมิฬ, Freezing, Defense Devil ฯลฯ (Aspirin นี่ไม่ค่อยแน่ใจ...) ที่เวลาเราอ่านแล้วมันรู้สึกติด ๆ ขัด ๆ ยังไงพิกล ประมาณว่าผู้แต่งพยายามจะเขียนให้คนญี่ปุ่นอ่านแล้วชอบ ไม่ว่าจะเป็นลายเส้นหรือวัฒนธรรมในเรื่อง แม้เขาจะไม่ใช่คนญี่ปุ่นละมั้ง เราเลยรู้สึกอ่านแล้วไม่ลื่นอย่างบอกไม่ถูก

แถมยังมีประเด็นดราม่าที่พี่เกาหลีแกชอบไปก็อปการ์ตูนยุ่นแล้วโดนประจานกันอยู่บ่อย ๆ ทำให้เราดูถูกมังวะว่ามันกระจอก เป็นของก็อปปี้อยู่นานมากกก...

 

แต่ระยะหลัง คออ่าน scans ตามเว็บอย่างเราก็เริ่มรู้สึกว่ามังวะมันผุดขึ้นมามากขึ้น ๆ ประมาณว่าเห็นชื่อเรื่องสะกดประหลาด ๆ ก็รู้เลยว่านี่คือมังวะเกาหลีพันธุ์แท้ ไม่ใช่การ์ตูนลูกครึ่งอีกต่อไป

 

และมันไม่ได้มาเป็นรูปแบบสแกนขาว-ดำเหมือนมังงะญี่ปุ่น มันมาในรูปแบบใหม่คือ webcomic ที่สวยอลังการงานสร้าง 4 สีทุกหน้า (ไม่เหมือน webcomic ยุ่นที่ก็ยังขาวดำอยู่... เท่าที่รู้อะนะ)  ดูจะเข้าถึงชาวประชาต่างประเทศมากกว่าคนไทย ด้วยความที่สำนักพิมพ์ทั้งหลายเอามาตีพิมพ์ไม่ได้  และผู้อ่านไทยหลายคนก็ค่อยไม่กล้าสู้ภาษาอังกฤษถ้าไม่ใช่เรื่องที่ชอบจริง ๆ (ซึ่งก็ต้องตีพิมพ์เป็นภาษาไทยนำร่องมาก่อนนั่นแหละ) ค่ายสแกนหลายสำนักเริ่มประกาศหาคนแปลภาษาเกาหลีนอกจากญี่ปุ่นกับจีน โดยเฉพาะค่าย egscans จะแปลมังวะเยอะมาก

 

มันทำให้เราลองคิดใหม่ และเริ่มลองสุ่ม ๆ อ่านมังวะออนไลน์เหล่านี้ดู

 

ผลเป็นไงล่ะ

.

.

.

 

ติดงอมแงมยังกับติดยาบ้าครับท่าน

 

 

เหมือนสวรรค์ลงโทษที่ดูถูกมันมานาน มาติดอีตอนช่วงสอบอีกต่างหาก /จขบ.ผิดไปแล้วค้าบบบ...

 

อนึ่ง เราอ่านคำอ่านภาษาเกาหลีที่แปลงเป็นภาษาอังกฤษไม่ออกสักกะตัว... พวกคำว่าพี่ชาย น้องชาย ท่าน คุณ ฯลฯ คำประกอบการเรียกชื่ออะไรสารพัดที่ภาษาญี่ปุ่นมันมี เกาหลีก็มีเหมือนกัน ทำเอามึนไปหลายตลบ (เพิ่งจะรู้ว่า Oppa เป็นคำที่ผู้หญิงใช้เรียกพี่ชาย หลังจากคิดว่าเป็นชื่อคนอยู่นานแสนนาน)  

ยังไม่พอ ไหนจะชื่อตัวละครอีก พวกการ์ตูนลูกครึ่งมันเขียนให้คนญี่ปุ่นอ่าน ชื่อก็ญี่ปุ่น ๆ แต่พอเป็นมังวะพันธุ์แท้นี่ คนที่ห่างไกลจากวัฒนธรรมเกาหลีโคตร ๆ อย่างเราเจอชื่อคนทีนี่แทบกรี๊ด

 

ห้ามถามเราเด็ดขาดว่าอีนี่ชื่อว่าอะไรเพราะอ่านไม่ออก ใช้วิธีจำหน้าตัวละครตลอดมาเอย...  

 

 

วันนี้ก็เลยจะมาแนะนำมังวะออนไลน์ 3 เรื่อง 3 สไตล์เด็ด ๆ ที่เราติดตามอยู่ให้ผู้อ่านได้ลองเปลี่ยนแนว เหมือนกับลิ้นที่ชินอาหารญี่ปุ่นมานาน ลองเปลี่ยนมากินกิมจิเกาหลีแท้ ๆ นี่มันก็อร่อยแปลก ๆ ดีเหมือนกัน

เรื่องแรกจะแนะนำยาวหน่อย เพราะแปลออกมามากตอนที่สุดแล้ว ส่วน 2 เรื่องหลังนี่เพิ่งหัด ๆ เดิน มีให้อ่านยังไม่เยอะ ไม่มีอะไรให้เล่ามาก ฮาาา

 

 

 

1. Noblesse

 

เรื่องนี้เป็นไฟลต์บังคับ ไม่แนะนำไม่ได้ เป็นเพชรน้ำงามแห่งแห่งมังวะออนไลน์การันตีความแรงด้วยเรทติ้งสูงสุดในบรรดามังวะออนไลน์หลายร้อยเรื่องที่แปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษ อ้างอิงจาก Baka - Updates ฟันคะแนนไป 9.14 เต็ม 10 และออกมาแต่ละตอนทีนึงในเว็บค่ายสแกนนี่คนเข้าไปกรี๊ด ไปคอมเมนต์เป็นหลักร้อย 

เราเห็นมังวะเรื่องนี้มานานมาก ไม่รู้อะไรดลใจให้ลองคลิกอ่านดู ปรากฎว่าติดจัดหนักจนเพ้อไปเลยยย...  

เห็นมีคนไทยแนะนำเรื่องนี้อยู่ไม่กี่คน หาแฟนคลับยากมาก เราก็เลยเอามาแนะนำกันอีกรอบนี่แหละดี ฮ่า ๆ ๆ

 

แนวเรื่องพูดง่าย ๆ ก็เป็นไทวไลท์ผสมกับเอ็กซ์เม็น ว่าด้วยแวมไพร์หนุ่มน้อย (แต่อายุอานามไม่น้อย) คาดิส อีทราม่า ดี ไรเซล (เรียกสั้น ๆ ว่า ไร) ตื่นขึ้นจากการหลับไหลยาวนานกว่า 800 ปีในโลงศพ โดยเขาเองก็ไม่ทราบว่าทำไมจู่ ๆ ตัวเขาเองถึงเพิ่งตื่นขึ้นมาเอาตอนนี้

เขาพบว่าโลกที่เขาเคยรู้จักนั้นเปลี่ยนไปหมดแทบจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ จากสถานที่สุดท้ายอันห่างไกลที่เขาเคยหลับจำศีลกลับกลายเป็นว่าเขาตื่นขึ้นมาในอาพาร์ตเมนต์ใจกลางเมืองเกาหลีใต้ยุค 2010 ช่วงที่เขาหลับไปนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่

ด้วยการช่วยเหลือของทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์นามแฟรงเกนสไตน์ เขาจึงค่อย ๆ เริ่มสืบค้นหาความจริงทีเปิดเผยมาละนิด ๆ และพบว่า ปัญหามันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เสียแล้ว เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดแลดูจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนและอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ส่วนตัวนั้นไรสนุกที่จะเรียนรู้ ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เกมออนไลน์ หรือประตูไฟฟ้าก็เป็นสิ่งท้าทายสำหรับเขาทั้งนั้น

และวิธีที่จะปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้รวดเร็วและดูน่าสนใจที่สุดเท่าที่ท่านเจ้าคุณไรคิดออกก็คือ การเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมปลาย

 

คือพล็อตเรื่องตอนแรกจะมาเป็นตลกมุขแป้กล้อเลียนความไร้เทคโนโลยีของไรเป็นหลักขัดกับลายเส้นเฉียบคมที่ไม่น่าจะเป็นการ์ตูนตลกได้ แต่ก็จะมีเงื่อนงำบางอย่างแฝงอยู่พอเป็นกระสายไม่ให้น่าเบื่อกดปิดไปซะก่อน (ประมาณว่าเปรียบเทียบกับรีบอร์นตอนฉบับแรก ๆ ที่หาสาระความมันอะไรไม่ได้เลย แต่เรื่องนี้ในความแป้กยังแฝงความจริงจังเอาไว้อยู่เนียน ๆ ให้ได้ลุ้นกัน) 

เนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้กลายเป็นคอมิคแอ็กชั่น-ไซไฟ-แฟนตาซีเต็มตัว ระเบิดภูเขาเผากระท่อมกันเมามัน บู๊ปล่อยพลังเอาให้ตึกถล่มเมืองทลาย ซัดไปแล้ว 200 กว่าตอนกับอีก 4 ซีซั่นที่แต่ละตอนลุ้นกันตัวโก่ง แต่มุขหลังเขาของไรก็ยังมีแทรกให้เห็นเกือบตลอดพอคลายบรรยากาศตึงเครียดได้บ้าง

 

และเราก็เถือกอ่าน (แบบข้าม ๆ) จนทันตอนล่าสุดในเวลา 3 วันด้วยความพีคขั้นสูงสุด ก๊ากกกกก /ฉบับ Eng ก็ไวเทพ ๆ แบบว่าออกภาษาเกาหลีวันนี้ วันถัดมาภาษาอังกฤษก็ตามมาติด ๆ

 

จริง ๆ แล้วถึงไรจะเป็นพระเอก แต่เนื้อหาจะเน้นไปที่ผู้คนรอบตัวเขามากกว่า โดยไรมักจะมาเป็นคนปิดเกมตอนสุดท้ายซะส่วนใหญ่ ชนิดที่ว่าบทผู้ช่วยอย่างแฟรงเกนสไตน์, ผองเพื่อนนักเรียนของไรหรือตัวร้ายยังจะมากกว่าซะอีก (ถ้าไม่นับตอนไรโชว์ความหลงยุค)

อย่างซีซั่นแรก เราลุ้นเชียร์คู่หูตัวโกงรหัส M-21 กับ M-24 มากกว่าพระเอกอีก ก๊ากกกกกก แบบว่าถ้าเรื่องราวจะดราม่าขนาดดด แทบจะยกให้เป็นพระเอกประจำซีซั่นแทนไรมันเลย (กว่าไรจะบทเยอะจริง ๆ ก็ปาเข้าไปซีซั่น 3) ไม่อยากจะสปอยล์ ลองไปอ่านเอาเองว่ามันระทึกขนาดไหน ฮ่า ๆ ๆ

 

แก่นเรื่องหลักของ Noblesse คือไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร มนุษย์ก็ยังคงแสวงหาความแข็งแกร่งและอำนาจ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม แม้จะต้องทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเอง โดยจะสื่อข้อคิดนี้ให้ผู้อ่านได้เห็นอยู่ตลอดเวลา 

 

มีอยู่ตอนหนึ่ง ไรกล่าวกับตัวโกงด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาสีแดงของเขานั้นแฝงความเศร้าอยู่ลึก ๆ

 

 

"มีเหตุผล?

 

การพรากชีวิตมนุษย์ผู้อื่นจะเป็นการกระทำที่มีเหตุผลได้อย่างไร

 

ทำไมเจ้าถึงเชื่อว่าชีวิตของเจ้ามีค่ามากกว่าชีวิตของพวกเขา

  

ใครให้สิทธิ์ในการพรากชีวิตผู้อื่นแก่เจ้ากัน"

 

 

คงไม่ต้องพูดถึงว่าอนาคตตัวโกงดวงซวยตัวนี้มันจะเป็นอย่างไรต่อ...

ตอนนี้เป็นตอนที่มันมากแต่บรรยากาศก็หนักอึ้ง เศร้าโศกเหลือเกิน ปวดใจแทนไรจริง ๆ ... Tongue out

 

 

Noblesse ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 เราให้ 100 ไม่ว่าจะเนื้อเรื่อง ลายเส้น ดีไซน์ การลงสี ดูลงตัวไปซะทุกอย่าง เป็นมังวะรายสัปดาห์ที่คนวาดสปีดเร็วกว่านรกจริง ๆ กับปริมาณเต็มอิ่ม 30 หน้าสี /กราบกราน 10 ตลบ การ์ตูนญี่ปุ่นบางทีแค่ขาวดำยังวาดไม่ทันเลย ทั้ง ๆ ที่มีแค่ 18 หน้า... Foot in mouth

แถมพิเศษสำหรับสาว ๆ ตรงที่ว่าเรื่องนี้มีหนุ่มหล่อทุกรูปแบบให้เลือกสรร (ประกาศตรงนี้ว่าถวายตัวและหัวใจ /อ้วกกกก/ ให้ไร แฟรงเกนสไตน์ และ M-21 ไปเรียบร้อยโรงเรียนเกาหลี) ไม่มีนางเอกมาให้กวนใจ (?) ถ้าจะจินตนาเกินจับคู่อะไรกันละก็เชิญตามสบาย แต่เราจิ้นไม่ออกน่ะ ความมันกับดราม่ามันชนะขาดดดดด (เทียบกับรีบอร์นอีกทีที่จงใจชงเป็นคู่ ๆ ให้แฟนเกิร์ลได้กรี๊ดสลบ เรื่องนี้จะไม่มีอะไรทำนองนั้นเลยน่ะ) ดังนั้นถึงจะมีแต่หนุ่มหล่อลากเต็มเรื่อง แต่ผู้อ่านชายก็อ่านได้สบาย ๆ ไม่มีอาการขนลุกใด ๆ ทั้งสิ้นคอนเฟิร์ม

 

หาอ่าน Noblesse ได้ตามเว็บ scans ทั่วไป ส่วนตัวเราแนะนำ Mangafox เพราะว่าจะมีแปลตอนพิเศษแทรกให้ด้วย อย่างเว็บอื่นบางทีจะไม่มี

และขณะนี้เว็บ Nekopost ก็มีฉบับภาษาไทยแล้ว แปลมาประมาณ 80 กว่าตอน ลองไปอ่านกันได้

 

ฉบับรวมเล่มที่เกาหลีออกมาแล้ว สัก 5-6 เล่ม ความหนาแต่ละเล่มนี่ชนิดตบหัวคนแตกได้

ไม่รู้จะมีสำนักพิมพ์ไหนใจบุญเอาเข้ามาไหมน้อ... ถ้ามาตามต้นฉบับ 4 สีทั้งเล่มนี่ ราคาเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายอะ แบบว่ายังใจไม่กล้าพอสั่งทางคิโนะฯ ... Foot in mouth

 

อ่านกันแล้วมา