Writing

EM: Iceberg 01 - Nigel Elberthe

posted on 23 Jul 2011 01:10 by accelerando in Writing

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Exteen Mafia

__________

 

ตั้ง Categories ของ EM เพิ่มละ คงมีเยอะแหง ๆ ในอนาคต Cry

 

 

ปัญหาหนึ่งของคอมมูฯ โรลเพลย์ที่คนเล่นกันมากมายก่ายกองอย่าง Exteen Mafia ที่สมาชิกเหยียบ ๆ 600 คนก็คือ...

 

เราจะไม่รู้ความเป็นไปของลูก ๆ สมาชิกคนอื่นเท่าไหร่  

 

จะได้รู้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เวลาอยู่กันใน twitter ไม่ก็ในหมู่คนสนิท

คนเล่นกันเยอะก็จริง แต่บางครั้งก็ทำให้รู้จักกันแค่ในวงแคบ ๆ อะเนอะ ซึ่งมันก็คงเลี่ยงไม่ได้

 

จขบ.จะชอบมากเวลาใครเขียนฟิค, วาดการ์ตูน ฯลฯ เกี่ยวกับลูก ๆ ของตัวเองแปะลงบล็อก ถึงจะไม่ได้ติดตามอ่านทุกเอ็นทรี่ แต่ก็ทำให้รู้ว่า ตัวละครนั้น ๆ เติบโตไปถึงไหนแล้ว สนิทกับใคร เรื่องราวไปถึงไหน ยังโสดให้จีบได้อยู่หรือเปล่า และบางครั้งคนที่จขบ. ชอบ ๆ ตามอ่านก็ไม่ได้อยู่แก๊งเดียวกัน จะมาเล่นเจอกันก็ยาก อะไรประมาณนี้

 

ก็เลยอยากจะลองเอาอะไร ๆ ที่โรลกันไปมาเขียนเป็นฟิคสั้น ๆ ลงบล็อก (วาดการ์ตูนไม่ไหวจริง ๆ ) กับภาพนิด ๆ หน่อย ๆ เหมือนกับเป็นบันทึกกันลืมด้วยล่ะว่า สเติร์นของจขบ. เรื่องราวดำเนินไปถึงไหนแล้ว และเราก็อยากเปิดให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้รู้จักกับลูกของเรา ให้สังคมมันกว้างขึ้น

เขาว่ากันว่า คนเราจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อได้พบกับผู้อื่น จขบ.คิดว่าประโยคนี้ก็ใช้ได้กับเหล่าลูก ๆ ตัวละครในกิจกรรมโรลเพลย์ได้เหมือนกัน ตัวละครจะเติบโตขึ้น (ทั้งกายและใจ) เป็นคนที่สมบูรณ์ได้มากขึ้น เมื่อได้พบปะพูดคุยกัน

 

เกริ่นมานาน ก็ขอฝากลูกชายกับเรื่องราวป่วย ๆ (?) เอาไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า~  

__________

 

Exteen Mafia Ficlet

 

Title: Iceberg 01 - Nigel Elberthe

 

Featuring: Nigel Elberthe

 

 

 

เขาเหมือนกับสายลมกรรโชกรุนแรง

พัดผ่านแล้วหายไป เหลือเพียงความเสียหายที่เกิดขึ้นทิ้งไว้ข้างหลัง...





“โฮ่ยยย!!! มาเล่นกันหน่อยสิ!!”

คุณไนเจล เอลเบิร์ธ (แม้เจ้าตัวอยากให้ผมเรียกว่า ‘นิเจิล’ แต่ผมไม่สนใจ) ใช้กำปั้นกระแทกประตูเสียงดังสนั่นและส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายตอนบ่ายวันหนึ่ง ซึ่งผมกำลังทำงานเสริม – เขียนคอลัมน์ให้กับหนังสือพิมพ์อย่างรีบเร่ง

ผมไม่อยากยอมรับว่า พ่อหนุ่มไร้มารยาท ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจไม่สมวัยคนนี้เป็นเพื่อนร่วมงานของผม



เขาเดินทางมาย่านชานเมืองไกลปืนเที่ยง – บ้านเช่าของผม โดยไม่ได้ทำการนัดหมายล่วงหน้า ไม่ได้มีงานที่ต้องทำร่วมกัน

ด้วยเหตุผลง่าย ๆ เพียงแค่ว่า ตอนนี้เขาเบื่อ อยากได้คนเล่นด้วย

ผมคิดว่าเบื้องลึกคงมีอะไรมากกว่านั้น – ผมจำเป็นต้องคิดแบบนี้ไว้ก่อน

ผมบอกปัด แต่เหมือนเสียงของผมจะไม่ได้แทรกซึมผ่านสมองของเขาเลย จนผมยอมให้เขาเข้ามานั่งในห้องรับแขกและกำชับไว้ว่าให้นั่งเงียบ ๆ

โชคยังดีที่เขาไม่ได้สนใจหนังสือพิมพ์และหนังสือกองโตของผม หรือเปียโนอัพไรท์ที่อยู่มุมห้องท่ามกลางชั้นหนังสือสูงถึงเพดาน ที่มีกล่องเชลโล่ขนาดใหญ่พิงอยู่ใกล้ ๆ

เพราะเขามัวแต่เกาะผมแจ เต้นแร้งเต้นกาอยู่ข้างหลัง เรียกร้องความสนใจสุดฤทธิ์แม้จะไม่ส่งเสียง



“คุณต้องการอะไรหรือครับ” ผมกดเซฟงาน และหันเงยหน้ามองหนุ่มน้อยที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ รถเข็น

“ไปเล่นข้างนอกกันเถอะ” คำพูดของเขาทำให้ผมนึกว่ากำลังเลี้ยงเด็กตัวเล็ก ๆ อยู่… แต่เด็กนั้นยิ้มจริงใจใสซื่อกว่านี้เยอะ

ก็ได้... ผมจะยอมเล่น ‘เกม’ ไปกับคุณ

ไม่ว่าคุณนั้นต้องการอะไรจากตัวผมก็ตาม ตราบใดที่สิ่งนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทางแก๊ง, คน ‘บริสุทธิ์’ รอบตัวผม และอดีตของผม คุณจะได้มันไป...





เขาเข็นผมเดินเล่นไปตามทางเท้า และถามคำถามที่ดูเหมือนกับการสัมภาษณ์พนักงานเข้าทำงาน

อยากรู้เรื่องของผมหรือ ได้สิ... ผมจะไม่โกหก แต่ถ้าคำถามไหนโยงไปถึง ‘เพื่อนคนนั้น’ ของผมได้ ผมจะเลี่ยง

“อุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติการครับ ทำงานด้านนี้ต้องแบกรับความเสี่ยงอยู่แล้ว ผมอาจตายวันพรุ่งนี้ก็ได้ ใครจะรู้”

เป็นคำตอบให้กับคำถามว่า ‘ผมไปทำอะไรถึงต้องนั่งรถเข็น’



“คุณมี ‘คนสำคัญ’ ไหมครับ” คุณเอลเบิร์ธถาม

“...ไม่มีครับ”

ผมไม่ต้องการให้ครอบครัวของผมเข้ามาเกี่ยวข้อง



ส่วน ‘คนสำคัญ’ คนนั้นที่อยู่ในโลกเบื้องหลังกับผมนั้น เขาอยู่ในที่ไกลแสนไกล...

ไม่มีทางเอื้อมไปถึง





ผมได้ข้อมูลของเขามาบ้าง แม้ข้อมูลปากเปล่าเหล่านี้สามารถบิดเบือนตามความคิดของเจ้าของคำพูด ผมไม่ได้เก่งขนาดจับโกหกใครได้ แต่ผมก็ขอเชื่อข้อมูลเหล่านั้นเป็นพื้นฐานเอาไว้ก่อน

เหมือนเขาจะผ่านอะไรมาไม่น้อยเหมือนกัน...



“ไม่ได้! ไปล่ะนะ!!!”

จู่ ๆ เขาก็ทิ้งรถเข็น ยิ้มยียวนกวนประสาทและวิ่งหายไป หลังจากที่ผมขอให้เขาพาไปส่งที่บ้านและให้เขากลับไปเสียที

แทบจะถอนความคิดเมื่อกี้ทิ้งไปแทบไม่ทัน

ถึงเขาจะผ่านอะไรมาเยอะ แต่การแสดงออกนี่ตรงกันข้าม...

ผมไม่ควร ‘ไว้ใจ’ เขาเลย





ผมไถรถกลับไปตามทางช้า ๆ ได้แต่ก่นด่าตัวเองว่า ไม่น่าหลวมตัวเลยจริง ๆ



ผมคิดว่าว่าคุณเอลเบิร์ธคงไม่ได้คิดอะไรจริงจัง

แต่ผมรู้สึกเจ็บอยู่ในใจลึก ๆ

ความรู้สึกนี้คล้ายกับตอนนั้นนิดหน่อย

ตอนที่ ‘คนสำคัญคนนั้น’ ทรยศ...

เขาชดใช้การกระทำนั้นด้วยชีวิต แต่ได้ทิ้งผมเอาไว้ข้างหลัง

และคอยตามหลอกหลอนเรื่อยไป






“โฮ่ยยย!!! คุณลุงที่อยู่ตรงนั้นน่ะ สนใจจะให้ผมพาไปส่งบ้านไหมคร้าบบบ~!!!”

เสียงของหนุ่มน้อยกระชากผมออกมาจากห้วงความคิด



เขากลับมาเข็นรถเข็น ส่งผมถึงบ้านเสร็จสรรพและยอมกลับไปโดยง่าย

ซึ่งผมก็ไม่เหลือพลังจะบ่นเขา หรือคิดอะไรอีกต่อไป

ผมเหนื่อยเหลือเกิน

ผมควรจะดีใจดีหรือเปล่านะ ที่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ชักปืนขึ้นมายิงผมทิ้งเสียตรงนั้น – ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด



ผมหงุดหงิดกับความหวาดระแวงของตัวเองเหลือเกิน มันทำให้ผมแทบเป็นบ้า

แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไรดี

และผม... ไม่สามารถหนีจากสิ่งที่ผมเป็นอยู่ได้



ผมหนีไม่ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบ






ผมเข็นตัวเองช้า ๆ มาฟุบลงกับโต๊ะทำงาน ปล่อยให้ความมืดหลังเปลือกตากลืนกิน...





นายไม่ต้องตกอยู่ในนรกคนเดียว

นายอาจจะอยู่ในนรกของโลกฝั่งโน้น ส่วนฉันจะอยู่กับนรกบนดินฝั่งนี้

พร้อมกับนาย... 

 

 

 

 

Fin

__________

 

แถมภาพ

Photobucket

นุ้งนิเจิ้ลล~ วาดไม่ค่อยเหมือนเลยวุ้ย...  

อยากวาดผู้ชายเข้ม ๆ แมน ๆ ได้จัง ตอนนี้กำลังศึกษาสไตล์ของนักวาดที่ชอบอยู่ 

 

 

โรลกันเมามันแม้เน็ตจขบ.จะเน่าสุดฤทธิ์ ด้วยความชื้นในอากาศมันสูง ฝนตก หรืออะไรก็ตามแต่ 

อยากจะเอา First impression ของคนที่โรลกันด้วยมาทำเป็นฟิคสั้น ๆ น่ะ ใช้มุมมองผ่านสเติร์นแล้วรู้สึกว่ามันรวบรัดดี ค่อนข้างเวิร์คทีเดียว  

กะว่าโรลกันครั้งแรกจะเขียนฟิคแถมภาพ (ได้หัดวาดไปในตัว) ส่วนครั้งที่สองเป็นต้นไปจะเอามาเป็นฟิคแค่เหตุการณ์สำคัญก็พอ... ถ้าทำได้อะนะ (เทศกาลสอบก็ใกล้เข้ามาอีกแล้ว อูอา...)

 

เขียนออกมาแล้วรู้สึกว่าสเติร์นป่วยมากกก... พูดน้อย เอาแต่ย้ำคิดย้ำทำ (ทำไมลูกจขบ.มันออกมาเป็นสไตล์นี้หมดเลยฟะ... "OTL) เพลงประจำตัวมันคงเป็น My Immortal ของ Evanescence เป็นแน่แท้

Iceberg หรือ ภูเขาน้ำแข็ง จะชอบใช้เปรียบเทียบกับอะไรก็ตามที่มีเบื้องหลังขนาดเบ้ง แต่ว่าแสดงออกมานิดเดียว เหมือนยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่มาหน่อยนึง แต่ส่วนที่จมอยู่ในน้ำนั้นมีขนาดมหึมา ทำไททานิกล่มได้

อย่างสเติร์น ที่พูดออกมาน้อย ๆ นั่นน่ะ จริง ๆ แล้วสมองทำงานหนักมาก คิดฟุ้งไปหมด กลั่นจนออกมาเป็นคำพูดไม่กี่ประโยค จขบ.อยากจะสื่ออะไรประมาณนี้น่ะ /ฟังดูหนักหัวพิกล  

ไม่ต้องกลัวว่าจขบ.จะปวดกบาลไปกับการประทับร่างเป็นสเติร์นนะ จขบ.สนุกมากกก อยากเล่นอีกเยอะ ๆ ตอนนี้เปิดฟรีเลย ยังไงมันก็แค่โรลเพลย์เรื่องแต่งกันสนุก ๆ อยู่แล้ว ไม่เอามามาม่ากับชีวิตจริงอะไรทั้งนั้นล่ะจ้ะ  

 

 

ถ้าได้เล่นกับคนอื่นเพิ่มเติมอีกก็คงดี (แต่ตอนนี้ขอเพลา ๆ ไปก่อนเพราะใกล้สอบแหล่ว... เหลือที่โรลไว้กับคีเปรช ไว้มาลงอีกที)

ยังไม่ได้มีทวิตเป็นตัวเป็นตน แต่ใช้สไกป์บ่อยอยู่ เวลาทำการชัวร์ ๆ ก็ช่วงศุกร์ - อาทิตย์ วันธรรมดาแล้วแต่ดวง แต่ก็ต้องเป็นช่วงที่ไม่ได้สอบหรือไม่ได้มีงานอะไร (ซึ่งระยะนี้งานเริ่มเข้า... "OTL)

แนวทางที่คิดว่าเวิร์คคือ ส่ง ems มาบอกก่อนว่าอยากเล่นด้วย แล้วก็ไปตกลงพล็อตกันต่อ จะใน ems กันหรือทวิตกับสไกป์ จะโรลจะอะไรก็ทำหลังต่อจากนั้นตามเส้นทางที่สะดวก  

โรลกับสเติร์น เน้น ตัวต่อตัว ถึงลูกถึงคน (?) แต่ถ้าโรลเป็นหมู่คณะได้ก็คงมัน ไว้ตกลงกันอีกทีเนอะ

 

ตอนนี้ขอเป็นฝ่ายนั่งรอ ems ไปก่อน ไว้มีกิจกรรมรายเดือนเมื่อไหร (ช่วงนั้นสอบเสร็จ) จะเป็นฝ่ายส่ง ems จีบให้คนอื่นก่อนมั่งล่ะ 

__________

Edit

 

อ่านในส่วนมุมมองของไนเจลได้ที่เอ็นทรี่นี้

พ่อหนุ่มไร้มารยาท ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจไม่สมวัย /ยื้มคำสเติร์น

ทีนี้จขบ.ค่อนข้างมั่นใจละว่าไอ้ที่สเติร์นบรรยายนี่มันไม่ได้แอ๊บ... มันเป็นอย่างนี้จริง ๆ 

 

 

ตอบ Comment

 

rosebud: เล่นเป็นมาเฟียให้สมจริงมันต้องมาม่าต้มยำกุ้ง!! คนดี ๆ ที่ไหนเขาจะมาอยู่โลกมืดกัน มันต้องมีจุดมืดหม่นในชีวิตบ้างสักจุดสองจุดแหละ คิดอยากเอาช่วงนาทีพลิกชีวิตตรงที่เพื่อนโทรศัพท์มาลามาขยายความเหมือนกัน แต่ก็เก็บไว้เป็นพล็อตเนื้อเรื่องแทรก ว่างกว่านี้ค่อยว่ากัน

tsukasa: ถ้าแฝด ๆ อยากเล่นด้วย ems มาโลดเลยค่า~ ไม่ต้องกลัวว่าสเติร์นจะรำคาญ มั่นใจว่ายังไงทั้งคู่รวมกันคงไม่ตื๊อ & เกรียนได้เท่ากับครึ่งหนึ่งของไนเจล ฮ่า ๆ ๆ

Katatsumuri: เราวางเอาไว้แล้วว่าสเติร์นมัน BL only เราเลยเอาความ BL นั่นแทรกเข้าไปในเนื้อหาฟิคด้วย อ่านแล้วได้กลิ่นม่วง ๆ แปลว่าเราประสบความสำเร็จ ฮา... ส่วนสเติร์นจะเป็นฝ่ายกดหรือถูกกดนั่นยังไม่ได้คิดไว้เป็นพิเศษ เล่นไปเรื่อย ๆ ก่อนแล้วแต่คนที่พบเจอ /แต่รู้สึกว่าเสียงส่วนใหญ่อยากให้มีคนมา on top... /โดนรถเข็นทับ

Nu_Baifern: พี่พยายามให้มันดูเป็นคนสมจริงที่สุดเท่าที่จะคิดออก (ถึงจะไม่ค่อยได้ดูหนังอาชญากรรมก็เหอะ) แบบว่าไม่อยากให้มันกลายเป็นมาเฟียออกทะเลแบบรีบอร์นอะ 

Takkaew: คาดว่ากว่าจะเจอคนที่เชื่อใจได้คงต้มมาม่ากันอีกหลายยก แต่ไม่ใช่ว่าไปดราม่าใส่อีกฝ่ายนะ คงมาม่าจมอยู่กับโลกของตัวเองซะมากกว่า ใครก็ได้ช่วยมาฉุดมันขึ้นไปที~

NoDoKa: อัพเร็วดีนี่น้อง~! ไปอ่านไปคอมเมนต์ให้ละเด้อ

คะ-แยน!: ถ้าเห็นว่าความระแวงมันเป็นโมเอ้พอยต์จขบ.ก็โล่งใจขึ้นหน่อย กลัวคนไม่กล้ามาเล่นเหมือนกัน แบบว่าตอนนั่งคิดนิสัยก็เสียวอยู่ว่ามันจะมีใครอยากคุยด้วยเปล่าว้า... ตอนนี้ถ้าใครสนใจอยากจะคุ้ยเข้าไปให้ลึกขึ้น (?) ก็ ems มาโลด ฮ่า ๆ ๆ 

 

 

 

 

เจอกันเอ็นทรี่หน้า