Darts across the twilight sky พ่วงเพลงประกอบ
posted on 13 Jan 2008 10:44 by accelerando in Writing
เพลงประกอบฟิค ดังนั้นเลยตั้ง Auto นะจ๊ะ
สอบเสร็จแล้ว!! >o< ลงฟิคโลดดด~~~!!
อาจจะคาแรคเตอร์เพี้ยนกระจุย น้ำเน่ากระจาย ก็อย่าคิดมากละกัน ผ่านมือเราเมื่อไหร่ก็เป็นงี้ทุกที = ="
แปะฉลากยา
Katekyo Hitman Reborn! Fanfiction
Title : Darts across the twilight sky
Main Character : Xanxus, Squalo
Rate : G
Warning : อย่าอ่านเกินวันละ 2 ครั้ง อาจเกิดอาการเลี่ยนอืดเฟ้อร้อนในได้
“ฉันว่าเอาตอนที่กำลังกล่าวสุนทรพจน์นี่แหละ ดีสุด” ชายหนุ่มขยับแว่นกันแดดแล้วขีดเขียนอะไรต่อมิอะไรลงในกระดาษที่เกลื่อนเต็มโต๊ะเตี้ยในห้องนั่งเล่น
“ไม่เอาอะ บอดี้การ์ดเยอะจะตาย ยุ่งยากเปล่า ๆ” เจ้าชายผมสีทองส่ายหน้า
“ก็เจ๊อยากได้บอดี้การ์ดพวกนั้นมาเก็บเป็นคอลเล็คชันด้วยนี่ เคยเห็นอยู่ทีนึงแล้ว หล่อแมนแอนด์แฮนซัมทั้งน้านนน...!”
“ฉันว่าตอนนั่งอยู่ในรถขาไป-กลับดีกว่า จะได้เนียนเป็นอุบัติเหตุได้ด้วย” เลวีแทรกขึ้นมาและเริ่มดึงกระดาษมาเขียนบ้าง
“งี้ศพมันก็เละหมดสิยะ! อุตส่าห์เจอของดี ๆ ทั้งทีขอสักคน 2 คนไม่ได้เรอะไง!”
...
การสนทนาที่ค่อนข้างดุเดือดดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ
บุรุษผมยาวสีเงินยวงลุกออกจากโซฟาแล้วเดินหนีเสียงจ้อกแจ้กออกไปด้านนอก
วันมะรืนนี้มีงานต้องทำ เป้าหมายค่อนข้างมีหน้ามีตาในสังคม ผู้รับผิดชอบคือลุซซูเรีย เลวี และเบล
อันที่จริงระดับพวกนั้นก็คงจัดการกันได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว แต่สควอลโลรำคาญอยู่เสมอเวลา 3 คนนั้นปรึกษากันเรื่องวิธีการ เสียงอย่างกับนกกระจอกเป็นฝูงแตกรัง
...สงสัยต้องหลบไปนอนในห้องตัวเอง
ชายหนุ่มเดินไปตามทางที่เปิดไฟไว้สลัว ๆ ผ่านประตูกระจกที่เปิดออกสู่ระเบียงใหญ่ วันนี้เป็นคืนเดือนมืด ดาวบนท้องฟ้าจึงชัดเจนเป็นพิเศษ
...ออกไปสูดอากาศข้างนอกก็คงไม่เลว
แกร๊ก...
“เฮ้อ...” สควอลโลถอนหายใจ 1 เฮือกใหญ่ ศีรษะแหงนขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่แหงนดูดาวนั้นเป็นตอนไหน แม้ว่าเขาจะออกทำงานตอนกลางคืนบ่อย ๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจเหล่าแสงระยิบระยับที่อยู่สูงขึ้นไปเลยสักครั้งเดียว
“อ๊ะ...”
เขาอุทานเบา ๆ เมื่อเห็นดาวตกดวงหนึ่งพุ่งผ่านไป
“...เหมือนกับตอนนั้นเลย...ฮ้าววว...”
ชายหนุ่มนั่งลงที่ม้าหินริมระเบียงและเอนกายลง นอกจากจะดูดาวได้ถนัดขึ้นแล้ว อากาศเย็นสบายก็ชวนให้ง่วงนอนเหลือเกิน
ฟับ! ฟับ!
เด็กหนุ่มผมสั้นสีเงินเหงื่อโซมกาย ฟาดฟันดาบที่ติดอยู่ที่มือซ้ายไม่ยอมหยุดในห้องซ้อมอยู่คนเดียว
“หงุดหงิด...หงุดหงิดโว้ยยย!!!”
วันนี้เขาเจอแต่เรื่องน่าอารมณ์เสีย น่าโมโหพวกผู้ใหญ่ปากปีจอจริง! ๆ พอเขายอมก้มหัวให้แซนซัสเท่านั่นแหละ กัดไม่เลิกอยู่นั่นเอง ฉันฝีมือดีกว่าพวกแกตั้งเยอะ รู้ไว้เสียด้วย!
“...เหวอ!”
ตึงง!!
ด้วยความเพลียและอารมณ์อันพลุ่งพล่าน เขาจึงเสียหลักล้มลงกับพื้น
สควอลโลค่อย ๆ ยันตัวขึ้นนั่ง
...อยากเป็นประโยชน์ให้กับคนคนนั้น
ถึงปากจะบอกว่าขอติดตามไปชั่วชีวิต แต่เวลาทำงานจริงนั้นแทบไม่ได้เจอกันด้วยซ้ำ เขาเป็นแค่เด็กมือใหม่ในงานแบบนี้
เขาเพิ่งรู้ว่า ‘ฝีมือ’ กับ ‘ประสบการณ์’ มันไม่เหมือนกัน
เขาได้เพียงงานที่พวกผู้ใหญ่เรียกว่า ระดับปานกลาง
ในขณะที่นายเหนือหัวของเขาทำงานชิ้นใหญ่ ต้องเรียกใช้คนที่มีประสบการณ์สูง คร่ำหวอดในวงการมานาน คนอย่างเขาไม่มีโอกาสอาจเอื้อมในเร็ววัน
เวลาที่แซนซัสกลับมา เขาจะไปถามถึงงานที่ทำ อาจมีเหน็บแนมนิดหน่อยไปตามประสาคนช่างพูด ก่อนที่พวกคนขี้ประจบเจ้านายจะมาไล่เขาให้ไปไกล ๆ และสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการฟาดฝีปากกับคนพวกนั้นเป็นประจำ
...คิด ๆ ไปเรานี่เหมือนหมาหวงก้างเลยนี่หว่า
...หวง แต่ก็ทำตัวเป็นประโยชน์ไม่ได้
...เราไม่คู่ควรกับเขาคนนั้นจริง ๆ เหรอ
“...เย็นขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” สควอลโลเหลือบมองไปที่นาฬิกา นี่ก็เกือบ 1 ทุ่มแล้ว “งั้นกลับเลยก็แล้วกัน”
เด็กหนุ่มเดินออกจากอาคารมุ่งหน้ากลับหอพัก ระหว่างทางเขาต้องเดินผ่านสวนขนาดใหญ่ซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามสไตล์กรีก-โรมัน มีต้นไม้น้อยใหญ่ปลูกอยู่ทั่ว มีเสาหินและม้านั่งทอดยาวไปตามทางเดิน
สควอลโลแหงนหน้าขึ้นและสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ
ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นดาวตก พุ่งพาดผ่านท้องฟ้ายามโพล้เพล้
“โห...” เด็กหนุ่มผมสั้นนั่งลงที่ม้าหินยาว เบิกตามองขึ้นไป
...ดาวตกพุ่งทะยานผ่านท้องนภา
...เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นั่น
...และไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปที่แห่งใด
“กลับมาแล้วหรือครับนายท่าน”
เหล่าลูกน้องกล่าวต้อนรับเมื่อบุรุษร่างสูงกลับมายังคฤหาสน์วอร์ริเออร์ตอนค่ำ ชายหนุ่มผมสั้นสีดำกวาดสายตาไปยังกลุ่มคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
...เจ้าเด็กนั่นไม่อยู่อีกแล้ว
“นี่” เขาหันไปทางลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ใกล้เขา
“ครับท่าน” ชายคนนั้นตอบด้วยท่าทางที่ดูยังไงก็รู้ว่าประจบสุดฤทธิ์
“สเพลบี สควอลโล ไปไหน”
“เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นสบู่นั่นน่ะเหรอครับ” ลูกน้องคนนั้นดูอารมณ์เสียเล็กน้อย “ผมก็ไม่ค่อยเห็นมันมาพักนึงแล้ว ตอนกลางวันก็ยังเห็นบ้างแว้บ ๆ แต่ตอนกลางคืนหายไปไหนก็ไม่รู้ ช่างหัวมันเถอะครับ มีอะไรเรียกใช้ผมก็ได้”
แซนซัสเดินจากไปโดยไม่ตอบ
“...อีก 1 ดวงละ” เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีเงินเป็นประกายเอ่ยเบา ๆ เมื่อเห็นดาวตกอีก
สวนหย่อมนี้กลายเป็นที่ประจำของฉลามหนุ่ม เขาจะมานอนที่ระเบียงหินดูดาวทุกวันหลังฝึกฟันดาบเสร็จจนดึก
เขารู้สึกชอบเวลากลางคืนเพิ่มขึ้น เพราะถึงเขาจะหายไปสักคนก็ไม่มีใครว่าอะไร ช่วงนี้ก็ไม่มีงานด้วย
...เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็เป็นเวลาเหมาะสำหรับการหลบพวกคนแก่น่ารำคาญ
“อยู่นี่เองรึ ไอ้หนู”
เสียงทุ้มห้าวนั้นเกือบทำให้สควอลโลสะดุ้งตกม้าหิน
“ซะ...แซนซัส!” เด็กหนุ่มยันตัวขึ้น มองไปที่ฝ่ายตรงข้ามงง ๆ “มาทำอะไรที่นี่”
“แล้วแกมาทำอะไรที่นี่” ชายหนุ่มตอบด้วยคำถามนั้น
“...นอนเล่น ดูดาว มีอะไรเรอะไง!” สควอลโลนอนลงกับม้าหินอีกครั้ง
“เปล่า”
เด็กหนุ่มพยายามหันไปสนใจดวงดาว เขารู้สึกไม่กล้าสบตากับนัยน์ตาสีทับทิมนั้นขึ้นมาเฉย ๆ
กึก...
แซนซัสหงายตัวนอนบนม้าหินโดยหันหัวเข้าหาสควอลโล
“อะ...เฮ้ย!?” เด็กหนุ่มยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ จะลุกหนีก็ใช่ที่ เขาเลยได้แต่นอนตัวแข็งทื่อ
“ดาวดวงเล็ก ๆ นี่มันมีดีตรงไหน” เสียงทุ้มใหญ่ถาม
“ฉันดูดาวตกต่างหาก...นั่นไง! อีกดวงนึง”
“แล้วไง”
“...ก็ดูสิ ดาวดวงอื่นมันอยู่กันเฉย ๆ แต่ดาวดวงนั้นมันกำลังเดินทางอยู่ไง”
“ดาวตกเป็นดาวซะที่ไหน เป็นเศษวัตถุในอวกาศหลุดเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกแล้วเสียดสีกับอากาศจนลุกไหม้ไม่ใช่เรอะ”
“อะไรกันฟะ...นายนี่ไม่มีจินตนาการเอาซะเลย ตะกี้นั่งนึกตั้งนานนะนั่น หมดมู้ดกันพอดี”
แล้วทั้งสองก็เงียบไปสักพัก
“เจ้าดาวโดดเดี่ยวดวงนั้นเหมือนฉันเลยว่าไหม”
สควอลโลเอ่ยหลังจากแสงเป็นทางยาวของดาวตกอีกดวงลับไป
“ต้องหาที่ที่เหมาะสมสำหรับตัวเองบนท้องฟ้า อย่างไม่มีที่สิ้นสุด...”
“ถึงมันจะเป็นแค่ดาวตก แต่มันก็เป็นดวงดาวที่สว่างกว่าใคร ๆ ไม่ใช่หรือ”
แซนซัสตอบ และลุกจากม้าหิน
“เห...” สควอลโลมองตามไป เมื่อกี้ยังบอกว่าดาวตกไม่ใช่ดาวอยู่ไม่ใช่เรอะไง
“ถ้าแกกับดาวดวงนั้นอดทนและแข็งแกร่งเพียงพอ” บุรุษร่างสูงก้าวเดินออกไป “ก็จะเจอที่ที่พวกแกสมควรอยู่เองนั่นแหละ”
เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง
“...ระ...รู้แล้วเฟ่ย!” เขาตอบและรีบลุกวิ่งตามไป
...รอก่อนเถอะ จะตามนายให้ทันให้ดู!
“ฮ้าววว...หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” สควอลโลตื่นขึ้น “ฝันถึงเรื่องเก่า ๆ ซะงั้น...เอ๋”
เขาเพิ่งสังเกตว่าบนตัวของเขามีเสื้อคลุมสีดำตัวโคร่งห่มอยู่ มีขนนกตกอยู่ 1 ชิ้น คงจะหลุดออกมาตอนเจ้าของเสื้อถอดเสื้อห่มให้เขา
“เจอสควอลโลแล้ว...!” ตอนนั้นเองเบลที่อุ้มมามอนเอาไว้ก็เปิดประตูกระจกพรวดออกมา
“ชะเฮ้ย!?” ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง “มะ...มีอะไร”
“อยากให้สควอลโลช่วยดูให้หน่อยว่างานวันมะรืนใช้วิธีไหนดี เจ้าชายเถียงกับลุซซูเรียกับเลวีจนเบื่อแล้วอ้า...”
“ไม่ใช่งานฉันซะหน่อย คุยกันเองสิฟะ”
“น่านะ...ก็สควอลโลเก่งออกนี่”
ชายหนุ่มเงียบไป
“มาไม้ไหนเนี่ย...” เขาตอบงง ๆ
“ก็จริงนี่ แถมมามอนคิดค่าปรึกษาอีกต่างหาก ตืดชะมัดเลย...” เบลตบหัวมามอนเบา ๆ
“อะไรกัน ความคิดฉันไม่ใช่ถูก ๆ นะเฟ่ย นี่ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลให้ตั้งเยอะ” มามอนเถียง
“เออ ๆ งั้นเดี๋ยวฉันตามไปทีหลัง ไปกันก่อนไป”
เบลกับมามอนเดินออกไปจากระเบียง
สควอลโลกอดเสื้อคลุมและมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
...ท้องนภาสีดำ สวยงาม มีเสน่ห์
...เขาไม่เดินทางไปไหนอีกแล้ว
...จะขอเป็นดาวดวงเล็ก ๆ อยู่คู่ท้องฟ้าตลอดไป
Fin
__________
เนื้อหาหยิบมาจากเพลง Shooting Star ของวง Boyzone เสียงนักร้องสวยมาก - -+d
เพลงประจำตัวเรา เอาไว้ฮัมเล่นเวลาท้อแท้ป้อแป้เป็นเยลลีปีโป้ ช่วยได้เยอะ ฮ่า ๆ
เมื่อวานออนเอ็ม เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานของเราก็ทักขึ้นมา คุยภาษาอังกฤษฉอด ๆ
เราก็ถามว่าภาษาไทยไม่ง่ายกว่าเหรอ เพื่อนตอบว่าไปซื้อโน้ตบุคตัวใหม่ มีแต่ภาษาอังกฤษ สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ค ไม่มีภาษาไทย
ไอ้เราก็งง ไปซื้อโน้ตบุคแถวไหนฟะ ภาษาอย่างแนว
พอเราถามไป เพื่อนตอบว่าไปซื้อที่สวีเดน ตอนนี้เขาอยู่สวีเดน ไม่ได้อยู่เมืองไทย
สวีเดน!!! สุดยอดดด~~~!! มีเพื่อนโกอินเตอร์แล้วเว้ยยย~~~!!!
หลังจากคุยไปคุยมา (เพื่อนใส่ภาษาอังกฤษ เราก็ตอบมันภาษาไทยทั้งดุ้น เหอ ๆ) ก็ได้ความว่าเป็น permanent visa จะได้ไปกลับสวีเดน-ไทย ได้ตามต้องการ เพิ่งไปตอนม.6 แล้วก็ต้องไปเรียนซ้ำม.4 ที่โน่น
เอาน่า...2 ปีก็ได้ต่อมหาลัยเมืองนอกเชียวนะเออ เท่อย่าบอกใคร
ชาตินี้เราจะมีโอกาสได้ไปเมืองนอกที่ไม่ใช่พม่ากับลาวไหมเนี่ย...
สู้เขานะเพื่อนเกลอ >w</